โจรลักสายไฟสิ้นท่า หลัง ตร.พะเยา บุกจับคาบ้านพร้อมของกลางเพียบ เผยทำมาแล้วกว่า 3 อำเภอ

โจรตระเวนลักสายไฟสิ้นท่า หลัง ตร.พะเยา บุกจับคาบ้านพร้อมของกลางเพียบ เผยทำมาแล้วกว่า 3 อำเภอ มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

วันที่ 31 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทางผู้ใหญ่บ้านใหม่เจริญไพร ม.9 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะยา ได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.เชียงคำว่ามีหัวขโมยแอบย่องเงียบเข้ามาตัดและขโมยสายไฟฟ้าประปาหมู่บ้านจนชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำได้ ซึ่งทาง พ.ต.ท.อมร ใจดี สว.สอบสวน สภ.เชียงคำ เจ้าของคดีได้ทำการลงพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานก่อนที่จะส่งมอบให้กับทางชุดสืบสวน สภ.เชียงคำเข้าทำการแกะรอยเพื่อตามหาคนร้ายรายนี้

ล่าสุดทาง พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ทราบเรื่องโดยมีข้อมูลว่าหัวขโมยรายนี้ตระเวนลักสายไฟฟ้าตามที่ต่าง ๆ กว่า 3 อำเภอนานนับเดือน ทั้ง อ.เชียงคำ อ.ภูซาง และ อ.ปง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจึงได้สั่งการให้ทาง พ.ต.อ.วิศิษฐ์ ปลื้มใจ ผกก.สส.ภ.จว.พะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้ง 3 โรงพักออกไล่ล่าหัวขโมยรายนี้จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ทราบชื่อต่อมาคือ นายบรรหาร อายุ 33 ปี ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา โดยพบของกลางหลายรายการทั้งสายไฟที่ขโมยมาอยู่ภายในกระสอบปุ๋ยจำนวนมาก รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 1 คัน เสื้อผ้าวันที่ใช้ก่อเหตุรวมทั้งยังพบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนร้ายรายนี้ไปตรวจปัสสาวะก็พบว่าเป็นสีม่วงด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ชุดสืบสวน ภ.จว.พะเยาและอีก 3 โรงพักได้นำตัวไปชี้จุดต่าง ๆ ที่นายบรรหารได้ย่องไปขโมยมา

พ.ต.อ.วิศิษฐ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวทาง ผบก.ภ.จว.พะเยาได้สั่งการให้ตนเองนำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับชุดสิบสวนทั้ง สภ.เชียงคำ สภ.ภูซางและสภ.ปง ออกแกะรอยหัวขโมยรายนี้จนรู้ตัวและแหล่งกบดาน ก่อนจะจัดกำลังเข้าจับกุมทันที ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ได้รับสารภาพสิ้นว่าออกตระเวนโดยใช้รถจักรยานยนต์ไปลักสายไฟตามจุดต่าง ๆ จริง ซึ่งจุดที่เสียหายนั้นมีทั้งประปาหมู่บ้านในพื้นที่ อ.เชียงคำ อ.ภูซาง เสาไฟส่องสว่างในพื้นที่ อ.ปง และอีกหลายแห่ง โดยผู้ต้องหาทำการลักสายไฟเพียงคนเดียว ก่อนจะนำสายไฟที่ได้ไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าทั้งในพื้นที่ อ.จุนและ อ.ปง ส่วนเงินที่ได้นำไปซื้อยาบ้ามาเสพทั้งนี้ในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าความเสียหายขยายเป็นวงกว้างเพราะผู้ต้องหารายนี้ตระเวนขโมยมากกว่า 3 อำเภอ ซึ่งในเวลานี้ยังต้องทำการสอบสวนต่อว่ามีการเดินทางไปลักสายไฟในพื้นที่ อ.จุนและ อ.เมืองหรือไม่ ส่วนร้านขายของเก่าทางตำรวจกำลังทำการตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตเปิดร้านหรือไม่ และเหตุใดถึงรับซื้อของโจร

ด้าน พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวเสริมว่า คดีดังกล่าวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างโดยชาวบ้านที่เดือดร้อนนั้นบางหมู่บ้านไม่สามารถใช้น้ำประปาได้ อีกทั้งไฟส่องสว่างของทางหลวงก็เสียหายจึงเป็นที่น่าจับตาในเรื่องนี้ โดยหลังจากเกิดเรื่องตนเองก็ได้สั่งการด่วนให้ชุดสืบสวนทั้งทาง ภ.จว.พะเยา ทำงานร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เชียงคำ สภ.ภูซางและ สภ.ปง เข้าพื้นที่เพื่อแกะรอยจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด ทั้งนี้ตนเองขอยืนยันว่าตำรวจทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีเหตุมาตำรวจจะไม่ทิ้งประชาชนในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภออย่างแน่นอน

ร่วมแสดงความคิดเห็น