ปิดฉากชีวิตรอด! “เจ้าดุย” ควายขวิดเจ้าของเสียชีวิต พระครูอ๊อดรับดูแลต่อ

ปิดฉากชีวิตรอด! “เจ้าดุย” ควายขวิดเจ้าของเสียชีวิต ได้รับไถ่ชีวิต 8 หมื่นบาท พระครูอ๊อดรับดูแลต่อ ตั้งเป้าเป็นพ่อพันธุ์จนสิ้นอายุขัย

จากเหตุสลดควายขวิดเจ้าของเสียชีวิต กลายเป็นเรื่องราวแห่งความเมตตา หลัง “เจ้าดุย” ควายเพศผู้ที่ตกเป็นข่าวและเสี่ยงถูกส่งเข้าโรงเชือด ได้รับโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง เมื่อพระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ พร้อมคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประสานช่วยไถ่ชีวิตในราคา 80,000 บาท เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่วัดป่าแสนธรรมาราม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน หรือพระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ พร้อมคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประกอบพิธีไถ่ชีวิต “เจ้าดุย” ควายเพศผู้ที่เคยตกเป็นข่าวจากเหตุการณ์ทำร้ายเจ้าของจนเสียชีวิตในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก

หลังเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีประชาชนและกลุ่มคนรักสัตว์จำนวนมากต่างแสดงความเป็นห่วงและสงสารเจ้าดุย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกส่งเข้าโรงเชือด จึงพยายามประสานขอความช่วยเหลือผ่านพระครูอ๊อด เพื่อหาแนวทางรักษาชีวิตควายตัวนี้ไว้ โดยได้รับความร่วมมือจากตำรวจร้อยเวรเจ้าของคดีที่เข้ามาช่วยประสานงาน จนสามารถดำเนินการไถ่ชีวิตได้สำเร็จ ในราคา 80,000 บาท

การช่วยเหลือครั้งนี้ เจ้าดุยต้องเดินทางไกลจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ก่อนมาถึง จ.เชียงใหม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการไถ่ชีวิตและทำพิธีอย่างเป็นทางการ ณ วัดป่าแสนธรรมาราม โดยมีเป้าหมายให้เจ้าดุยได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ต้องถูกนำไปฆ่า และจะได้รับการดูแลให้มีโอกาสทำหน้าที่พ่อพันธุ์ ก่อนใช้ชีวิตจนสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีไถ่ชีวิต ได้มีการประสานงานร่วมกับมูลนิธิตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหาสถานที่ดูแลเจ้าดุยอย่างเหมาะสม โดยมีแผนส่งมอบให้แก่กลุ่มผู้เลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่ อ.สอง จ.แพร่ รับไปดูแลภายใต้แนวทางธนาคารโค-กระบือ พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ติดตามความเป็นอยู่และสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าดุยอย่างต่อเนื่อง

จากควายที่เคยตกเป็นข่าวเหตุสลด วันนี้เจ้าดุยได้รับโอกาสครั้งใหม่จากความเมตตาและความร่วมมือของหลายฝ่าย เพื่อให้ชีวิตที่เหลือไม่ต้องจบลงในโรงเชือด แต่ได้ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมและมีคุณค่าจนถึงวันสุดท้าย

ร่วมแสดงความคิดเห็น