อสม.อำเภอนาน้อย เตรียมเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดี หลัง อย. เผยผลตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบไนอะซินสูงเกินมาตรฐาน เข้าข่ายอาหารปลอม ย้ำเดินหน้ากอบกู้ศักดิ์ศรีและชื่อเสียงผู้ได้รับผลกระทบ
จากกรณี อสม.อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน จำนวนหนึ่งเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จนมีผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและบางรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลตรวจวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ พบปริมาณไนอะซินสูงเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตอย่างมาก เข้าข่ายเป็นอาหารปลอม พร้อมสั่งงดนำเข้า งดจำหน่าย เรียกคืนผลิตภัณฑ์ และเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย
กรณีดังกล่าวสร้างความกังวลและส่งผลกระทบต่อกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา นอกจากผลกระทบด้านสุขภาพที่ผู้ได้รับประทานผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญแล้ว ยังมีผลกระทบด้านจิตใจ ความรู้สึก และชื่อเสียงของกลุ่ม อสม. ที่ถูกตั้งคำถามและเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยแพร่ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 อย. ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่นำเข้าและสถานที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พร้อมยึดและอายัดผลิตภัณฑ์รุ่นการผลิตที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน
ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบเป็นรุ่น Lot No. 18015 วันที่ผลิต 20 มีนาคม 2569 และวันหมดอายุ 19 มีนาคม 2571 เลขสารบบอาหาร 11-4-03260-5-0007 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดและอายัดผลิตภัณฑ์รวมทั้งสิ้น 81,567 ชิ้น พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 3 ตัวอย่าง และสุ่มซื้อจากท้องตลาดอีก 2 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 5 ตัวอย่าง
ผลตรวจพบไนอะซินสูงเกินมาตรฐานทั้ง 5 ตัวอย่าง
ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ตัวอย่างมีปริมาณไนอะซินสูงมากเกินกว่าปริมาณที่ได้รับอนุญาตตามสูตรส่วนประกอบ และเกินกว่าค่าที่ อย. อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยตรวจพบปริมาณดังนี้
- 5,397.91 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
- 6,527.69 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
- 6,654.47 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
- 7,880.16 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
- 8,320.34 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นอาหารปลอมตามกฎหมาย โดย อย. ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการงดนำเข้า งดจำหน่าย ห้ามเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ที่ถูกอายัดไว้ รวมถึงตรวจสอบและเรียกคืนสินค้าที่อาจยังคงเหลืออยู่ในท้องตลาด พร้อมเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย ประกาศผลวิเคราะห์ และยกเลิกเลขสารบบอาหาร ตลอดจนห้ามใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตรา “โคเรีย เพียว” อีกต่อไป
ผลกระทบต่อสุขภาพและความเสียหายที่ อสม. ต้องเผชิญ
อย. ระบุว่า การได้รับไนอะซินในปริมาณสูงอาจทำให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ส่งผลให้เกิดผื่นแดง อาการร้อนวูบวาบ และอาการคันบริเวณใบหน้า ลำคอ และหน้าอกส่วนบน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้น
สำหรับกลุ่ม อสม.อำเภอนาน้อย ผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาสุขภาพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับความกดดันทางสังคม คำถาม ข้อสงสัย และถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
หลายคนต้องรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับผลกระทบต่อความรู้สึก ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ในการปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากประชาชนในชุมชน
เมื่อผลตรวจจากหน่วยงานภาครัฐออกมาอย่างเป็นทางการ กลุ่ม อสม. ที่ได้รับผลกระทบจึงมองว่าเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม และเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
อสม.อำเภอนาน้อย เตรียมเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดี กอบกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรี
ภายหลังผลตรวจจาก อย. ได้รับการเปิดเผย กลุ่ม อสม.อำเภอนาน้อยมีแนวทางเตรียมเดินหน้าแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ และชื่อเสียง
กลุ่ม อสม. ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา มีคำถามมากมายเกิดขึ้น รวมถึงถ้อยคำและความคิดเห็นบางส่วนที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง อสม. ทั้งด้านขวัญกำลังใจ ความเชื่อมั่น และชื่อเสียงในสังคม ทั้งที่หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพและความทุกข์ใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
การเตรียมดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้ จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเรียกร้องความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันสิทธิในการปกป้องตนเองและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน
พร้อมย้ำว่า พี่น้อง อสม.อำเภอนาน้อย จะร่วมกันกอบกู้ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และกำลังใจของทุกคนกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด โดยจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ภายใต้ข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย
“ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พวกเรามีหลายคำถาม และต้องเผชิญกับหลายคำพูดที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง อสม.อำเภอนาน้อย ทั้งเสียขวัญกำลังใจและเสียชื่อเสียง วันนี้เมื่อผลตรวจจาก อย. ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงออกมาแล้ว พวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องเผชิญกับความเสียหายเพียงลำพัง เราจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม ปกป้องศักดิ์ศรี และกอบกู้ชื่อเสียงของพี่น้อง อสม. ทุกคนกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด และจะทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง”
ทั้งนี้ กรณีการนำเข้าเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายอาหารปลอม มีบทลงโทษตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000–100,000 บาท โดย อย. จะส่งมอบพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้บริโภค และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคลากรภาคประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ข่าวแจกประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2569




ร่วมแสดงความคิดเห็น