เปิดใจแม่ค้าไข่ถูกชกกลางตลาดจนเบ้าตาแตก เผยปมเหตุจากหม้อหุงข้าว ขอความเป็นธรรม

นางสาวพิชญารักษ์ แม่ค้าขายไข่ไก่ที่อยู่ในสภาพใบหน้าปูดบวมและมีบาดแผลที่ศรีษะ ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน หลังจากถูกนาย ณัฐพงษ์ ปงลังกา ลูกชายของแม่ค้าร้านข้าวเหนียวนึ่งที่อยู่แผงติดกัน บุกเข้ามาทำร้ายชกต่อยอย่างรุนแรงคาร้านของตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.33 น. ภายในตลาดประตูเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ วันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดในตลาด บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้ โดยก่อนเกิดเหตุนางสาวพิชญารักษ์กำลังยืนคุยอยู่กับแม่ค้าคนอื่น จากนั้นนายณัฐพงษ์เดินผ่านมาและเดินย้อนกลับมาที่หน้าร้านบอกว่า “เอาหรอ” ก่อนจะเดินเข้าไปหานางสาวพิชญารักษ์เปิดฉากชกต่อยอย่างบ้าคลั่งจนล้มลงและยังต่อยซ้ำที่ใบหน้าอีกหลายครั้ง ก่อนที่พ่อค้าแม่ค้าจะเข้ามาช่วยห้าม โดยเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกลางตลาดสร้างความตื่นตกใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านเป็นอย่างมาก ก่อนที่นางสาวพิชญารักษ์จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

นางสาวพิชญารักษ์ เปิดเผยว่า เปิดแผงขายไข่มาประมาณ 7 ปี ที่ผ่านมาร้านของคู่กรณีใช้หม้อหุงข้าวหนาวใหญ่มาหุงข้าวข้างแผงไข่และไอความร้อนทำให้ไข่สดเสียหาย ที่ผ่านมาได้พูดคุยมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไร ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ที่ผ่านมาเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ไม่เคยถึงขั้นลงมือทำร้ายกันแบบนี้

กระทั่งวันเกิดเหตุ ตนเองปิดร้านและให้ช่างมาทำแผงกั้นเพื่อจบปัญหาเรื่องความร้อนจากหม้อหุงข้าว โดยให้ผู้จัดการตลาดมาวัดพื้นที่ก่อนจะให้ช่างทำแผงกั้น พ่อช่างทำเสร็จแล้ว ปรากฏว่าคู่กรณีได้เข้าหาเรื่อง บอกว่า “ใครมีเรื่องอะไรกับกู” และ บอกว่า”เอาหรอ” ก่อนจะพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายดังกล่าว

นางสาวพิชญารักษ์ บอกว่า โดนชกเจ็บหนัก กระดูกเบ้าตาแตก แพทย์ต้องผ่าตัดใส่วัสดุเทียม จนถึงวันนี้ยังระบบไปทั้งตัว โพรงไซนัสยังมีเลือดออกไม่หยุด สภาพจิตใจตอนนี้ย่ำแย่มาก ค่ารักษาพยาบาลสามีต้องควักเงินสดจ่ายไปแล้วสามแสนกว่าบาท แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบเยียวยาจากคู่กรณี

ส่วนที่ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อเพราะกังวลในเรื่องของคดีความและความปลอดภัย เพราะหลังจากนี้ก็ยังต้องกลับไปขายของข้าง ๆ กันอีกเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าจะโดนทำร้ายซ้ำอีกหรือไม่ แต่ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดประตูเชียงใหม่ พบว่าพ่อค้าแม่ในตลาดต่างยังคงพูดคุยกันในเรื่องนี้ ขณะที่นางสาวจันฉาย ปงลังกา หรือ แม่ติ๋ว เจ้าของร้านข้าวเหนียว บอกว่า นางสาวพิชญารักษ์ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน แต่เป็นหลานแท้ ๆ ของตัวเอง ( ลูกของน้องสาว ) พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมากระทบกระทั่งกันเรื่องหม้อหุงข้าวจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ตั้งใจจะทำแผงกั้นป้องกันไอร้อนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาและช่างไม่ว่าง จนมาถึงวันเกิดเหตุนางสาวพิชญารักษ์ท้าทายลูกชาย ทำให้ลูกชายทนไม่ไหวดังกล่าว
แม่ค้าขายข้าวเหนียว บอกว่า หลังเกิดเหตุได้พยายามโทรศัพท์ ไปหา แต่ก็ถูกตัดสายทิ้ง ไม่ยอมรับสาย จากนั้นจึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ระบุว่าเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ตนเองถูกหลานสาวด่าหยาบคายกลางตลาด และที่ผ่านมาถูกยั่วยุมาหลายครั้ง จนวันที่ 26 ตุลาคม ลูกชายถูกยั่วยุจนเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น และ เข้าลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับการติดต่อ ส่วนค่ารักษาพยาบาลพร้อมจะรับผิดชอบ


สำหรับความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ อยู่ระหว่างเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น