ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมวิชาการความรอบรู้ด้านสุขภาพนานาชาติ ครั้งที่12 ผนึกเครือข่ายทั่วโลก ขับเคลื่อน Health Literacy สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
AHLA – THLA – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพ เชื่อมโยงงานวิจัย นโยบาย และการปฏิบัติจริง มุ่งสร้างประชาชนรอบรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เชียงใหม่ – 1 พฤศจิกายน 2569 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ นายกสมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งเอเชีย (Asian Health Literacy Association: AHLA) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย (Thailand Health Literacy Association: THLA) และวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ จัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพ ครั้งที่ 12 (The 12th AHLA International Health Literacy Conference 2026) ระหว่างวันที่1–3 พฤศจิกายน 2569 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(UNISERV) จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้หัวข้อ “Health Literacy (HL) and Sustainable Development Goals (SDGs)” หรือ “ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน จากแวดวงนโยบาย สาธารณสุข การศึกษา วิชาการและภาคีเครือข่ายนานาชาติ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
พิธีเปิดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ(Health Literacy) ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลสุขภาพมีความหลากหลายและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ประชาชนจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเข้าถึง เข้าใจ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ทั้งการดูแลตนเอง การป้องกันโรค การใช้บริการสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาวะของครอบครัวและชุมชน
ประเด็นสำคัญของการประชุมยังเชื่อมโยงความรอบรู้ด้านสุขภาพกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 3การสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านการเสริมพลังให้ประชาชนตัดสินใจด้านสุขภาพอย่างมีข้อมูล SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านสุขภาพตลอดช่วงชีวิตSDG 10 การลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการพัฒนาข้อมูลและบริการสุขภาพที่เข้าถึงและเข้าใจได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม และ SDG 17ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบาย องค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
ตลอดระยะเวลาการประชุม จะมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ การนำเสนอผลงานวิจัย การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การออกแบบระบบและการสื่อสารที่เอื้อต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในระบบนิเวศข้อมูลดิจิทัล การพัฒนาชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนการเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้เป็นความรู้ที่ประชาชนสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมฝึกปฏิบัติด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาและการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารข้อมูลสุขภาพจิตอย่างถูกต้อง รับผิดชอบ และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องและสื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจ ลดการตีตรา และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสม
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพในพื้นที่ออนใต้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์ดำเนินงานจริงในระดับชุมชน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ข้อมูล แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนที่เอื้อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้
สำหรับความร่วมมือในการจัดประชุมครั้งนี้ สมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งเอเชีย (AHLA) เป็นเครือข่ายวิชาการนานาชาติที่ส่งเสริมการวิจัย การพัฒนานโยบาย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยมีเครือข่ายสถาบันวิชาการและวิชาชีพมากกว่า 100 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศ ขณะที่สมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย (THLA) มีบทบาทเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเทศไทย ผ่านการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย สื่อความรู้ และต้นแบบชุมชนและองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ พร้อมส่งเสริมแนวคิด “วัคซีนทางปัญญา” เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันข้อมูลสุขภาพในยุคดิจิทัล
ส่วนวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีบทบาทสำคัญในการขยายโอกาสการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านนวัตกรรมการศึกษาและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียน สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาสังคมอย่างทั่วถึง
การประชุมวิชาการครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงหลักฐานทางวิชาการสู่การพัฒนานโยบาย การสื่อสาร และการปฏิบัติจริง เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพให้เป็นรากฐานของสังคมสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืน




ร่วมแสดงความคิดเห็น