วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน โดยการดำเนินการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (ผบก.ตม.5) ได้รับตัวบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 18 คน เป็นชาย 12 คน และหญิง 6 คน ซึ่งทางการ สปป.ลาว ส่งกลับประเทศไทย หลังถูกจับกุมและดำเนินคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางโทรศัพท์ หรือสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมืองใน สปป.ลาว
การรับตัวครั้งนี้เป็นไปตามการประสานงานระหว่างด่าน ตม.เชียงแสน กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์
หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว ว่าจะส่งตัวคนไทยทั้ง 18 คน กลับประเทศไทย เมื่อเวลา 10.00 น. ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
โดยมี พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประสานหน่วยงานต่าง ๆ รับตัวและดำเนินการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM)
จากการตรวจสอบและคัดกรองเบื้องต้น พบว่าทั้ง 18 คน ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่องไว้ตรวจสอบ โดยทั้งหมดให้การว่าเดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติไปยัง สปป.ลาว หลังหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานผ่านกลุ่มหางานในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งระบุว่ามีตำแหน่งงานหลายประเภท ให้ค่าตอบแทนสูง พร้อมที่พักและอาหารฟรี จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานเนื่องจากต้องการมีรายได้และสวัสดิการที่ดี
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าในจำนวนดังกล่าวมี 1 ราย เป็นบุคคลตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนที่เหลือดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ด่าน ตม.เชียงแสน ยังคงเน้นมาตรการคัดกรองและแจ้งเตือนประชาชนที่ประสงค์เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ไปทำงานที่มีรายได้สูงและสวัสดิการดีเกินจริง เนื่องจากอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวง ถูกบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย ถูกกักขังหรือทำร้ายร่างกาย รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศปลายทาง จึงขอให้ตรวจสอบข้อมูลนายจ้างและลักษณะงานให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทาง




ร่วมแสดงความคิดเห็น