เผย 6 ยุทธศาสตร์ “เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์” ปฏิบัติการเชียงใหม่เพื่ออากาศสะอาด

เผย 6 ยุทธศาสตร์ “เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์” ปฏิบัติการเชียงใหม่เพื่ออากาศสะอาด ตั้งเป้าปี 70 ปลอดการเผา-คืนอากาศบริสุทธิ์อย่างยั่งยืน

วันนี้ (5 พ.ย. 69) เวลา 13:30 น. นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2569 พร้อมเผยรายละเอียด “แผนปฏิบัติการเชียงใหม่เพื่ออากาศสะอาด” ภายใต้แนวคิด “เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์” ยกระดับจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสู่การบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยประกาศขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบผ่าน 6 ยุทธศาสตร์ 3 กลไกขับเคลื่อน 5 ขั้นตอนดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “เชียงใหม่ เมืองน่าอยู่ ปลอดการเผา อากาศดี ป่าอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีสุขภาพดี”

นายทศพล เผื่อนอุดม เปิดเผยว่า การดำเนินงานภายใต้ “เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์” จะขับเคลื่อนผ่าน 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. บริหารจัดการพื้นที่ป่า: ครอบคลุมป่าอนุรักษ์ 20 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติ 25 แห่ง มุ่งเน้นระบบติดตามจุดความร้อนจากดาวเทียมและหอดูไฟอัจฉริยะ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดตั้งชุดปฏิบัติการสิงห์ไฟ อปท. 123 แห่ง รวม 1,845 นาย และเพิ่มพื้นที่เขียวด้วยวนเกษตร
2. ยุทธศาสตร์พื้นที่เกษตร: ตั้งเป้าจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 1 ล้านตัน นำร่องแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 10,000 ไร่ ผ่านกิจกรรม “ไม่เผาเรารับซื้อ” พร้อมปรับโครงสร้างพืชเชิงเดี่ยวบนดอยสูงลงร้อยละ 30 ใน 5 ปี
3. ยุทธศาสตร์เขตเมือง: พิจารณาจัดตั้งเขตมลพิษต่ำ (LEZ) ควบคุมอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด และมุ่งสู่นโยบาย Carbon Neutral Event
4. ยุทธศาสตร์การจัดการในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน: จัดทำแผนการมีส่วนร่วมหมู่บ้านลดการเผา 1,095 หมู่บ้าน สนับสนุนงบประมาณหมู่บ้านละ 10,000 บาท บูรณาการภาควิชาการคู่กับชุมชน และกำหนดรางวัล/เงินสนับสนุนเพิ่มเติมสูงสุด 50,000 บาทต่อหมู่บ้านที่ลดการเผาได้จริง
5. ยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ: พัฒนาระบบข้อมูลผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง เฝ้าระวังและเตือนภัยคุณภาพอากาศ และจัดระบบป้องกัน เช่น ห้องลดฝุ่น มุ้งลดฝุ่น และหน้ากาก N95 พร้อมทีมตอบโต้สถานการณ์เชิงรุก
6. ยุทธศาสตร์การบูรณาการการทำงาน: รวบรวมแผนงาน/งบประมาณในทุกยุทธศาสตร์ ตั้งศูนย์ประสานงาน Single Command รวดเร็ว ฉับไว และบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

สำหรับ 3 กลไกขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะผลักดันให้แผนงานนี้สำเร็จ ประกอบด้วย กลไกข้อมูลและเทคโนโลยี (แพลตฟอร์มข้อมูลกลาง Hotspot / Burn Scar / PM2.5 รายหมู่บ้าน) กลไกชุมชนและการมีส่วนร่วมที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าของแผนโดยมีมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยง และกลไกงบประมาณและแรงจูงใจที่ระดมทุนจากกองทุนและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด รูปแบบการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน (รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล, จัดทำแผนระดับจังหวัดและรายหมู่บ้าน, ลงมือดำเนินงานในพื้นที่, ติดตาม และประเมินผล) เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้ง เป้าหมายและตัวชี้วัดปี 2570 ไว้อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปี (2565 – 2569) ได้แก่

1. ลดจุดความร้อน (Hotspot) ลง 25% (เหลือไม่เกิน 6,822 จุด)
2. ลดพื้นที่เผาไหม้ (Burn scar) ลง 25% (เหลือไม่เกิน 731,181 ไร่)
3. ลดจำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน (>37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ลง 20% (เหลือไม่เกิน 59 วัน)
4. ลดจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ลง 20% (เหลือไม่เกิน 12,870 ครั้ง)

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่จะขับเคลื่อนการทำงานแบบ “ทีมเชียงใหม่” ที่เน้นการเป็นภาครัฐแบบเปิดและเน้นการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ขับเคลื่อนด้วยระบบข้อมูลและนวัตกรรม ตลอดจนมุ่งเน้นการทำงานเชิงป้องกันและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนชาวเชียงใหม่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
5 พฤศจิกายน 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น