วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จัดงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” ประจำปี 2569

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จัดงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” ประจำปี 2569 สืบสานประเพณีล้านนา สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและวิถีแห่งศรัทธาทางพระพุทธศาสนา

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.30 น. ณ ข่วงหน้าวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เข้าร่วมงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีชมรมรักษ์ธรรม คณะรุ่งอรุณ ยูเอสเอ และหมู่คณะญาติธรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ เดินทางมาร่วมประกอบกิจกรรมมหาบุญจุลกฐิน เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบสานประเพณีอันดีงาม และแสดงออกถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก

การจัดงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” เป็นการสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญและสะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมล้านนา โดยเฉพาะภูมิปัญญาการผลิตผ้าทอพื้นบ้าน ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ตั้งแต่กระบวนการปลูกฝ้าย เก็บฝ้าย ดีดฝ้าย ปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บ ย้อมสี จนสำเร็จเป็นผ้าไตรจีวรสำหรับถวายพระสงฆ์ ถือเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ด้านหัตถกรรมพื้นบ้านเข้ากับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาได้อย่างงดงาม

จุลกฐิน คือ การทอดกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจและความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เพื่อจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยเริ่มตั้งแต่การเก็บฝ้ายที่ได้ปลูกเตรียมไว้ล่วงหน้าประมาณ 6-7 เดือน นำมาผ่านกระบวนการปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บ และย้อมสี จนได้ผ้าไตรจีวรที่สมบูรณ์ ก่อนนำไปถวายแด่พระสงฆ์เพื่อประกอบพิธีกรานกฐินให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตั้งแต่เช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง
ด้วยกระบวนการที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียง ความเพียรพยายาม และความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาหลายฝ่าย จุลกฐินจึงถือเป็นประเพณีที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการเสียสละเพื่อส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าและงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่า โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าแบบดั้งเดิม ตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานและภูมิปัญญาบรรพบุรุษ ตลอดจนร่วมกันอนุรักษ์องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวงเบิกฤกษ์และถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีเก็บฝ้ายมงคล และมหรสพสมโภชผ้าจุลกฐิน พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา อาทิ การฟ้อนเพลงมนต์รักพระธาตุช้างค้ำ การขับซอหนองนาการ การแสดงกลองสะบัดชัยและตีกลองอุ่นเมือง ตลอดจนการฟ้อนล่องน่านและฟ้อนฮับขวัญแขกแก้ว ซึ่งล้วนเป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา สร้างบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความอบอุ่น และความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน

นอกจากนี้ การจัดงานยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ชุมชน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มช่างทอผ้า เยาวชน และผู้มีจิตศรัทธา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประเพณีจุลกฐิน ตลอดจนส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าทอและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น อีกทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชนและปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาประเพณีให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลังได้อย่างยั่งยืน

การจัดงาน “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” ประจำปี 2569 ในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งศรัทธา ความสามัคคี และการร่วมแรงร่วมใจของพุทธศาสนิกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการอนุรักษ์ประเพณีล้านนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการทอผ้า และวิถีชีวิตท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป อันเป็นการสร้างคุณค่าทางจิตใจและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ตลอดจนส่งเสริมให้จังหวัดน่านเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ สืบทอดความงดงามของประเพณีไทยและล้านนาสู่อนุชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น