กรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของไทย ที่เสนอตัวจัด ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030
กกท. ร่วมประชุมกับ IOC พร้อมลงพื้นที่ กรุงเทพฯ ตรวจความพร้อมการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ”ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030“ อย่างเป็นทางการ **ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าร่วมการประชุม IOC Coordinating Committee Meeting (Working group visit) ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ณ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดชลบุรี
การประชุม ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยมี Mrs. Danka Hrbékova สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และประธานคณะทำงานการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030), คณะผู้แทนจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC), ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายมีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายบริหาร และคณะผู้บริหาร กกท. ร่วมประชุม ณ ศูนย์ประสานงานการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 กกท. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอความพร้อมในมิติต่าง ๆ ของประเทศไทยผ่านข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมระดับสูงสุดในการรองรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ โดยหลังจากนี้คณะทำงานจาก IOC มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจเยี่ยมสนามแข่งขัน สถานที่พักนักกีฬา ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เพื่อประเมินมาตรฐานและความเหมาะสมของพื้นที่จัดการแข่งขันอย่างละเอียด
ในด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง แม้ว่าในปัจจุบันบางภาคส่วนจะยังอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือรายละเอียดเชิงบูรณาการร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่ทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้
ทั้งนี้ ทางคณะผู้แทนจาก IOC ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งชื่นชมในความมุ่งมั่นและความพร้อมที่ได้แสดงให้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์อันยาวนานในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับสากล และการให้ความสำคัญกับการพัฒนากีฬาเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนากีฬาในอนาคต เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อคณะผู้ประเมิน ก่อนที่คณะทำงานทั้งหมดจะเดินทางลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของสนามแข่งขันและพื้นที่สำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ศูนย์กีฬาหัวหมาก กกท., สนามแข่งขันในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ เพื่อเตรียมสรุปผลการตรวจเยี่ยมตามขั้นตอนต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น