กรมพลศึกษา นำวิทยาศาสตร์การกีฬา เสริมศักยภาพฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย สู่เวทีฟุตบอลนักเรียนโลก 2026 ที่ประเทศจีน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 17- 26 ตุลาคม 2569
วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น.ณ สนามฟุตบอลทีมบ้านบึง FC อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีนายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา มอบหมายให้สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนตัวแทนทีมนักเรียนไทยในการฝึกซ้อม พร้อมทั้งนำอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ในการประเมินและติดตามสมรรถนะของนักกีฬาอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการวางแผนฝึกซ้อมให้มีความเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน และส่งเสริมให้นักกีฬาเยาวชนไทยสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มความสามารถในการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนโลก
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนตัวแทนทีมนักเรียนไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงแข่งขันฟุตบอลนักเรียนโลก 2026 ณ ประเทศจีน มุ่งยกระดับสมรรถภาพทางกาย การเคลื่อนที่ และการบริหารจัดการความหนักในการฝึกซ้อมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
วิเคราะห์ทุกการเคลื่อนที่ วัดทุกจังหวะความหนักในการฝึกซ้อมลงทีมวันนี้ ซึ่งเป็นการลงทีมครั้งสุดท้ายกับ ทีมบ้านบึง FC ทีมในศึกไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความพร้อมของนักกีฬา ก่อนเดินหน้าสู่การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนโลก โดยนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้สนับสนุนการตัดสินใจ ควบคู่กับการประเมินด้านแท็กติก เทคนิค และความพร้อมโดยรวมของทีม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยประเมินสมรรถนะของนักกีฬา โดยใช้อุปกรณ์สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ เสื้อ GPS ใช้ติดตามและประเมินข้อมูลการเคลื่อนที่ของนักฟุตบอลระหว่างการลงทีม เช่น ระยะทางที่วิ่ง ความเร็วในการเคลื่อนที่ และกิจกรรมการวิ่งความเข้มข้นสูง ช่วยให้ทีมงานเห็นภาพรวมของภาระงานทางกาย และนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับความต้องการของกีฬา
อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate monitor)
ใช้ติดตามการตอบสนองของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือดขณะฝึกซ้อม ช่วยประเมินความหนักของการออกกำลังกาย พิจารณาความพร้อมและการฟื้นตัวของนักกีฬา รวมถึงใช้ประกอบการกำหนดความหนักในการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ประโยชน์ของการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาประเมินภาระงานและความหนักในการลงทีมด้วยข้อมูลปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ฝึกสอนวางแผนการฝึกซ้อมได้อย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของนักกีฬา
สนับสนุนการบริหารจัดการความล้าและการฟื้นตัว ลดความเสี่ยงจากการฝึกซ้อมหนักเกินความจำเป็นใช้ข้อมูลประกอบการติดตามพัฒนาการและเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ฝึกสอน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และทีมสนับสนุนนักกีฬาการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา ที่มุ่งยกระดับศักยภาพนักกีฬาเยาวชนไทยด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยส่งเสริมการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย การประเมินความพร้อมของนักกีฬา และการวางแผนฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักกีฬาเยาวชนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละบุคคล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อันเป็นการวางรากฐานสำคัญสู่การพัฒนานักกีฬาไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศทางการกีฬาอย่างยั่งยืน
เพราะความสำเร็จในสนาม ไม่ได้เกิดจากความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ และการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้เต็มขีดความสามารถกรมพลศึกษา มุ่งมั่นนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยี มาสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาเยาวชนไทย สู่ความเป็นเลิศทางการกีฬาในระดับนานาชาติ




ร่วมแสดงความคิดเห็น