กรมพลศึกษา ประชุมอนุกรรมการ จัดลูกหนังไพร์มินิเตอร์ คัพ 2026-27

กรมพลศึกษา ประชุม อนุกรรมการ จัดลูกหนังไพร์มินิเตอร์ คัพ 2026-27 วันที่ 31 ตค สมัครวันสุดท้าย ทั้ง 3 รุ่น

กรมพลศึกษาร่วมประชุมคณะอนุกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอล Prime Minister’s Youth Cupวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น.
ณ ห้องประชุมอธิบดีกรมพลศึกษา สนามศุภชลาศัย

นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา มอบหมายให้ นายสิโรตม์ มียศ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา และ นายอดุลยชาติ ขันธมะ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา พร้อมด้วยบุคลากรกรมพลศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอล Prime Minister’s Youth Cup ครั้งที่ 1/2569 เพื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขั้นตอนและแนวทางการดำเนินงานจัดการแข่งขันฟุตบอล Prime Minister’s Youth Cup ประจำปี พ.ศ. 2570 ตลอดจนรายงานความคืบหน้าการรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันในปัจจุบัน
ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการแข่งขัน รวมถึงพิจารณารับรองระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ Prime Minister’s Youth Cup 2026/2027 ประจำฤดูกาล 2569/2570 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานการจัดการแข่งขัน ทั้งด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ตัดสิน ตลอดจนมาตรการด้านความปลอดภัย การแพทย์ และสาธารณสุข พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการแข่งขัน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพในระดับที่สูงขึ้น

การับสมัคร เปิดรับมาตั้งแต่ 1 ตค ปิดรับสมัครวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น.
การจัดแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชาย 3 รุ่น U14 เกิด 1 ม.ค. 2556 (ค.ศ. 2013) หรือหลังจากนั้น U16 เกิด 1 ม.ค. 2554 (ค.ศ. 2011) หรือหลังจากนั้น U18 เกิด 1 ม.ค. 2552 (ค.ศ. 2009) หรือหลังจากนั้น

เส้นทางการแข่งขัน รอบ อำเภอ / เขต 878 อำเภอ + 50 เขตกรุงเทพมหานคร
รับสูงสุด 8 ทีมต่อพื้นที่ (อำเภอ / เขต) แข่งขันแบบแพ้คัดออก คัด 2 ทีมเข้าสู่รอบจังหวัด
📍รอบ จังหวัด 76 จังหวัด + กรุงเทพมหานคร (แบ่งเป็น 3 โซน) แข่งขันแบบแพ้คัดออก
แชมป์จังหวัด / ตัวแทนกรุงเทพมหานคร ผ่านเข้าสู่รอบภูมิภาค

รอบ ภูมิภาค 156 ทีม (แชมป์จังหวัด 76 ทีม + ตัวแทนกรุงเทพมหานคร 2 ทีม + ทีมออลสตาร์ 78 ทีม) นักกีฬาจากทีมที่ตกรอบอำเภอ/จังหวัด มีโอกาสติดทีมออลสตาร์
12 โซน แข่งขันแบบพบกันหมด แชมป์แต่ละโซนผ่านเข้าสู่รอบประเทศ

รอบระดับประเทศ 12 ทีม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด
อันดับ 1–2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ต่อด้วยนัดชิงชนะเลิศ ชิงแชมป์ประเทศไทย จากอำเภอ → จังหวัด → ภูมิภาค → ประเทศทุกสนามคือโอกาสให้เยาวชนชายได้พิสูจน์ตัวเองทุกการแข่งขันคือประสบการณ์ และทุกก้าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ร่วมแสดงความคิดเห็น