8143

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์ อุทกภัย-วาตภัย

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 9 จังหวัด วาตภัยใน 13 จังหวัด พร้อมประสานจังหวัดและท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย 14 ก.ค. 65 เวลา 09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 9 จังหวัด และวาตภัย 13 จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ประสานจังหวัดที่ประสบภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กําลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ซึ่งทําให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ในระหว่างวันที่ 9-14 ก.ค. 2565 ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ภัยในพื้นที่ ดังนี้ อุทกภัย มีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ […]

ปภ.เผยแผ่นดินไหวสุราษฎร์ฯ กฟผ. ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อเขื่อน

ปภ.เผยแผ่นดินไหวสุราษฎร์ฯ ไม่มีความเสียหายในพื้นที่ – ประสาน กฟผ. ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อเขื่อน วันนี้ (13 ก.ค.65) เวลา 09.45 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยถึงกรณีที่ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า เมื่อเวลา 06.17 น. ได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความ ลึก 2 กิโลเมตร บริเวณตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนรัชชประภา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 21 กิโลเมตร ในเบื้องต้นจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตรวจสอบสถานการณ์ พบว่า ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาพังอำเภอบ้านตาขุน และพื้นที่ตำบล/อำเภอใกล้เคียงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ได้รับความรู้สึกสั่นไหว รวมถึงไม่ได้รับผลกระทบและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ นอกจากนี้ จังหวัดได้ประสานข้อมูลกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยันว่าเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อนรัชชประภาและเขื่อนต่าง ๆ รวมทั้งโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดยเจ้าหน้าที่ของเขื่อนรัชชประภา ได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพเขื่อนแล้วพบว่ามีสภาพมั่นคงแข็งแรงปกติ ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของเขื่อนและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สุราษฎร์ธานี ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น […]

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัย-วาตภัย

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 6 จังหวัด วาตภัยใน 9 จังหวัด และดินสไลด์ 1 จังหวัด พร้อมประสานจังหวัดและท้องถิ่นเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย 13 ก.ค. 65 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 6 จังหวัด วาตภัย 9 จังหวัด และดินสไลด์ 1 จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ประสานจังหวัดที่ประสบภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กําลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ซึ่งทําให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ในระหว่างวันที่ 9 -12 ก.ค. 2565 ส่งผลให้เกิดอุทกภัยและวาตภัย ประชาชนได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ ดังนี้ […]

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด และวาตภัยใน 7 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย 12 ก.ค. 65 เวลา 09.45 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยตั้งแต่วันที่ 9-11 ก.ค. 65 ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา จันทบุรี และระนอง รวม 6 อำเภอ 8 ตำบล 9 หมู่บ้าน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด นอกจากนี้ […]

ปภ.แนะเตรียมรับมืออุทกภัยถูกวิธี-ใช้ชีวิตปลอดภัยในช่วงฤดูฝน

ช่วงฤดูฝนหลายพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบ จากอุทกภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรรู้และหลักปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยจากอุทกภัย ดังนี้ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย – ลดเสี่ยงอันตราย ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนและปริมาณน้ำในพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด สังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น น้ำมีสีขุ่นหรือเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับสีดินบนภูเขา ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ไว้ในยามฉุกเฉิน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค เสื้อชูชีพ และเอกสารสำคัญ จัดสภาพแวดล้อมป้องกันน้ำท่วม โดยกำจัดขยะไม่ให้อุดตันท่อน้ำ กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ นำกระสอบทรายมาจัดวางเป็นแนวคันกั้นน้ำ หรือเสริมคันดินบริเวณโดยรอบบ้าน และตรวจสอบให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอรับมือถูกวิธี – ปลอดภัยจากอุทกภัย ขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ขึ้นที่สูง ให้พ้นจากระดับน้ำท่วม รวมถึงอพยพสัตว์เลี้ยงและเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ตัดกระแสไฟฟ้า โดยปิดสวิตช์ สับคัตเอาท์ เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว ไม่ใช้และสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า กรณีร่างกายเปียกชื้นหรือยืนบนพื้นที่ชื้นแฉะ รวมถึงห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดูด ไม่เข้าใกล้แนวสายไฟ เสาไฟฟ้า หรือสัมผัสวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เพราะหากมีกระแสไฟฟ้ารั่ว จะทำให้ถูกไฟฟ้าดูด ไม่ประกอบกิจกรรมบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว อาทิ จับสัตว์น้ำ ทำการเกษตร […]

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 2 จังหวัด

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 2 จังหวัด และวาตภัยใน 4 จังหวัด ประสานดูแลและเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย 10 ก.ค. 64 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเมื่อวันที่ 9-10 ก.ค. 65 ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น และจันทบุรี รวม 2 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมระดับน้ำลดลง นอกจากนี้ ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา และกระบี่ […]

เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ปภ.แจ้ง 71 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 9 – 14 ก.ค. 2565 วันนี้ (8 ก.ค.65) เวลา 19.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 3 (159/2565) ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 9 – 14 กรกฎาคม 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในช่วงวันที่ 10 – 14 กรกฎาคม 2565 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง […]

ปภ.เตือน 35 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ปภ.แจ้ง 35 จังหวัดภาคเหนือ – อีสาน – กลาง – ใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 9 – 14 ก.ค. 65 วันนี้ (7 ก.ค. 65) เวลา 17.30 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวรทะเลอันดามันล่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขณะที่กองอำนวยการน้ำได้ประเมินสถานการณ์พบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักปริมาณน้ำในอยู่ในเกณฑ์มาก อาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 14 กรกฎาคม 2565 รวม 35 จังหวัด แยกเป็น […]

ปภ.แนะหลักแก้ไขเหตุฉุกเฉินในการขับรถช่วงฤดูฝน

ปภ.แนะหลักแก้ไขเหตุฉุกเฉินในการขับรถช่วงฤดูฝน…ลดเสี่ยงอุบัติเหตุการขับรถในช่วงฝนตกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรง เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น มีน้ำท่วมขัง และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติติในการป้องกันและแก้ไขเหตุฉุกเฉินในการขับรถในช่วงฝนตก ดังนี้รถชนท้ายหรือเฉี่ยวชนเกิดจากการขับรถตามหลังรถคันหน้าในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับสภาพถนนเปียกลื่น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันข้อควรปฏิบัติ ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่หยุดหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ให้สัญญาณไฟล่วงหน้า ก่อนเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางในระยะไม่ต่ำกว่า 60 เมตร แตะเบรกเบา ๆ เพื่อชะลอความเร็ว ก่อนหยุดรถ เพื่อเตือนให้รถคันหลังเว้นระยะห่างหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัยรถติดหล่มเกิดจากการขับรถผ่านเส้นทางที่เป็นดินโคลนและมีหลุมบ่อ โดยเฉพาะถนนที่เป็นลูกรัง ทางโคลน หรือทางในป่าเขา ทำให้ล้อรถติดหล่มได้ข้อควรปฏิบัติ ขับรถไปตามแนวเส้นทางที่มีรอยล้อรถวิ่ง หากรถมีอาการหนืดให้หมุนพวงมาลัยช้า ๆ ในทิศทางตรงข้าม เพื่อให้ล้อเกาะพื้นดินใหม่ จะช่วยให้รถเคลื่อนที่ได้ ห้ามเร่งเครื่องยนต์หรือหักพวงมาลัยอย่างแรง เพราะจะทำให้ล้อจมโคลนลึกกว่าเดิม ให้ใช้ก้อนอิฐหรือท่อนไม้วางด้านหน้าของล้อหลัง ค่อย ๆ เร่งเครื่องยนต์ หรือใช้รถที่มีกำลังแรงกว่ามาลากจูงรถพลิกคว่ำเกิดจากการขับรถด้วยความเร็วสูงและเบรกกะทันหัน ประกอบกับยางและเบรกไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ทำให้รถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำข้อควรปฏิบัติ ตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ดอกยางละเอียด ร่องยางลึก และเติมลมยางให้มากกว่าปกติ ไม่ขับรถเร็วและไม่หยุดรถกะทันหัน เพราะจะทำให้ล้อล็อก รถเสียการทรงตัว และพลิกคว่ำได้ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้แตะเบรกเบา ๆ […]

ปภ.แจ้ง 3 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 3-6 ก.ค. 2565

ปภ.แจ้ง 3 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 3 – 6 ก.ค. 2565 วันนี้ (3 ก.ค. 65) เวลา 11.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (150/2565) ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) จึงได้แจ้ง 3 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ […]

ปภ.รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย 4 จังหวัด

ปภ.รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย 4 จังหวัด ประสานจังหวัดและท้องถิ่นให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 ก.ค.65 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานจากสถานการณ์ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2565 ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน รวม 15 อำเภอ 37 ตำบล 148 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,045 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สถานการณ์ปัจจุบันคลี่คลายแล้วอยู่ระหว่างการให้ความช่วยแหลือและฟื้นฟู สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ อปพร. อาสาสมัคร และมูลนิธิ เข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ […]

ปภ.แนะรู้ทัน รู้รับ รู้รอดจากเพลิงไหม้..ภัยใกล้ตัวที่ป้องกันได้

เพลิงไหม้เป็นภัยใกล้ตัวที่สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก การเรียนรู้วิธีป้องกันเพลิงไหม้ วิธีปฏิบัติตนและการอพยพหนีไฟอย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันและลดอันตรายได้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติออย่างปลอดภัยจากเพลิงไหม้ ดังนี้รู้ทันป้องกันเพลิงไหม้ จัดสภาพแวดล้อมบ้านให้ปลอดภัย โดยกำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง จัดเก็บสารเคมีที่ติดไฟง่ายให้ห่างจากแหล่งความร้อน และไม่วางสิ่งของกีดขวางประตูและบันได ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและระงับเพลิงไหม้ โดยจัดวางถังดับเพลิงเคมีในจุดที่หยิบใช้งานสะดวก ติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติและเบรกเกอร์ที่แผงสวิตช์ควบคุมไฟ พร้อมต่อสายดินกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสี่ยงเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเพลิงไหม้ ไม่จุดไฟเผาขยะใกล้พงหญ้าแห้ง หรือบริเวณบ้านเรือน ไม่จุดยากันยุงหรือธูปเทียนทิ้งไว้ และดับไฟบุหรี่ให้สนิทก่อนทิ้ง เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ไม่เสียบปลั๊กไฟหลายอันกับปลั๊กพ่วงเดียวกัน รวมถึงปิดสวิตช์ไฟและถอดปลั๊กไฟทุกครั้งหลังใช้งาน อีกทั้งใช้ก๊าชหุงต้มด้วยความระมัดระวังรู้ทันเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพลิงไหม้เล็กน้อย ให้ใช้ถังดับเพลิงเคมีพ่นไปยังต้นเพลิง เพื่อดับไฟไม่ให้ลุกลาม หากเพลิงไหม้ขยายวงกว้าง ให้รีบออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ทันที เพลิงไหม้รุนแรง ให้ตั้งสติ ตะโกนบอกหรือกดสัญญาณเตือนแจ้งให้ผู้อื่นทราบ พร้อมรีบอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ จากนั้นโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรู้วิธีอพยพหนีไฟอย่างปลอดภัย ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก เพื่อป้องกันการสูดดมคันไฟเข้าสู่ร่างกาย ทำให้หมดสติและเสียชีวิต หมอบคลานต่ำหรือย่อตัวใกล้กับระดับพื้นที่ให้มากที่สุด เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อยู่เหนือระดับพื้นไม่เกิน 1 ฟุต และรีบอพยพไปยังประตูทางออกที่ใกล้ที่สุด ใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร ห้ามใช้ลิฟต์อย่างเด็ดขาด เพราะจะติดค้างภายในลิฟต์จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้ ไม่เข้าไปอยู่ในบริเวณจุดอับของอาคาร อาทิ ห้องใต้ดิน ห้องน้ำ เพราะยากต่อการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่รู้รอดปลอดภัย – ลดอันตรายจากเพลิงไหม้ […]

1 … 17 18 19 20