พระดูดวง เปลี่ยนชื่อ ให้ศรัทธา จนล้มป่วย รองประธานสภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ออกมาติง พระสงฆ์หากดูดวง เปลี่ยนชื่อตามที่ได้ร่ำเรียนมาให้กับชาวบ้านถือว่าช่วย แต่หากทำเพื่อหวังผลประโยชน์ ชื่อเสียงให้คนเข้ามาเยอะๆ ทำกันเป็นทีม ถือว่าไม่ควร ชาวบ้านแฉ พระดังกล่าว เคยถูกขับพ้นวัดเพราะทำตัวเด่นดังกว่าเจ้าอาวาส ต้องไปหาวัดอยู่เพื่อทำพิธีดังกล่าว กระทั่งมาวัดทุงยู ล่าสุดเจ้าอาวาสวัดทุงยู ไม่ให้พวกศรัทธาที่มาจองคิวกัน นอนในวัด ประตูวัดปิดสองทุ่ม และนำเชือกมากันห้ามจอดข้างวัดด้วย
จากกรณีพระดูดวง เปลี่ยนชื่อให้กับพวกศรัทธา โดยมีกลุ่มก๊วนพวกหนึ่งทำสตอรี่เรื่องราวกรณีพระดูดวงตอนตี 3 ถึง 09.00 น. ทุกวันยกเว้นวันพระ วันละ 20 คน ออกทางติ๊กต๊อก ทางโซเซียล จนมีคนเชื่อพากันแห่มากันจำนวนมาก มาจองคิวกัน มีการตั้งกดการจองคิวแบบแปลกๆ ตอนแรกก็กำหนดให้นอนในวัดจนกว่าจะมาถึงคิวตนเองห้ามออกไปพ้นวัดเกิน 1 ชั่วโมง มีผู้หลักผู้ใหญ่ บุคคลมีชื่อเสียงพากันแห่มาจองคิวติดต่อกันเข้ามาจำนวนมากในขณะนี้

ข่าวคืบหน้าเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ก.ย. 65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดทุงยู อ.เมืองเชียงใหม่ อีกครั้ง วันนี้ยังปรากฏมีประชาชนมาขอจองคิวที่วัดเพื่อขอเปลี่ยนชื่อ และดูดวง โดยมีทีมงานของพระสงฆ์ดังกล่าว หรือตุ๊ตุ้ย มาคอยอธิบายเรื่องการจองคิว จองวันนี้จะได้อีกทีก็วันพุธที่ 21 ก.ย. โดยทีมงานยังได้นำป้ายบอกกฏกติกาการจองคิวติดที่ประตูหน้าวัดให้ศร้ทธาได้อ่านและทำความเข้าใจ และยังมีป้ายบอกว่า “วันพรุ่งนี้หยุด 1 วัน พระอาจารย์ป่วย” ติดที่ประตูหน้าวัด ประกอบกับวันนี้เป็นวันพระ ตุ๊ตุ้ย งดดูดวงและการเปลี่ยนชื่อ จึงมีแต่ทีมงานที่มานั่งกำหนดรับจองคิวให้กับศรัทธาและบอกวันเวลาที่จะมาในวันต่อไปตามคิว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าอาวาสวัดทุงยู พระครูสมุห์บุญเรือง โชติปุญฺโญ ท่านได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พระตุ๋ย หรือพระษัทฏพรรษ (สัด-ถะ-พัน) น่าน หรือพระครูวินัยธรฏัทฏพรรษ อคฺธมฺโม อายุ 52 ปี เป็นคนภาคเหนือเรานี้แหละ มาขออยู่ที่วัดทุงยู เมื่อปี 2554 แล้ว มาอยู่ได้ 11 ปี แล้ว เขาก็มาช่วยเหลือทางวัดหลายอย่าง สำหรับส่วนตัวอาตมาแล้ว ก็ไม่เคยอยากจะให้พระตุ๋ย ดูดวงให้ พระตุ๋ย นั้นเดิมอยู่ที่วัดกู่เสือ อ.สารภี เชียงใหม่ มาขออยู่ที่วัดแห่งนี้รับปากจะช่วยพัฒนาวัด ประตูวัด กระเบื้องศาลาต่างๆ พระตุ๋ย ก็ดำเนินการเปลี่่ยนให้หมด เมื่อก่อนวัดทุงยู รายได้มาจากการให้เช่าที่จอดรถในวัด พอพระนี้มาอยู่และมาทำพิธีดังกล่าว วัดก็พลอยมีรายได้ดีขึ้น

ตอนแรกก็มีศรัทธา มาดูดวงมาเปลี่ยนชื่อ มาเรื่อยๆ ตอนหลังมีพวกกลุ่มหนึ่งมาถ่ายทำแล้วนำไปลงในโซเซียล ทำอะไรแปลกๆ ทำไปเรื่อย เลยกลายเป็นว่าคนแห่มาจำนวนมาก เลยคิดว่ามีปัญหาแน่ ก็ปล่อยเลยตามเลย กรรมใครกรรมมัน แค่นั้น อาตมา ได้เรียกพระตุ๋ย มาบอกมาพูดคุยแล้ว เรื่องการนำไปลงโซเซียล ทำเป็นเรื่องราว หากดีก็ดีไป หากไม่ดีก็เข้าตัวเอง
ที่สำคัญพวกศรัทธาที่มานั้นจะหาเรื่องใส่ตัวพระเอง ถึงตอนนั้นก็คัวใครตัวมัน ก็เตือนพระตุ๋ย ไปแล้ว พระตุ๋ยเอง ก็บอกไม่มีปัญหา และยังบอกอีกว่า หากทางวัดต้องการให้ช่วยเหลืออะไรก็ขอให้บอก พระตุ๋ย ดำเนินการให้
สำหรับเรื่องที่ศรัทธาพระตุ๋ย จองคิวกันและมานอนในวัดตามจุดต่างๆ นั้น ดูวุ่นวายไปหมด บ้างก็ไปนอนในศาลหุ่นปั้นของพระเกจิสงฆ์ ทำให้คนที่มาทำบุญลำบาก ไม่เหมาะสม อาตมา ได้มีคำสั่งยกเลิกการมานอนในวัดแล้วอย่างเด็ดขาด สองทุ่มประตูวันปิดทันที หากจะมาดูดวงหรือมาเปลี่ยนชื่อกับพระตุ๋ย ก็ให้ทางทีมงานของพระตุ๋ย มารอหน้าประตูวัดและจัดสรรคิวเข้ามาในวัดตั้งแต่ช่วงตี 2 เป็นต้นไป ให้ไปพักที่อื่นไม่ให้มานอนในวัด แม้แต่ข้างวัดก็ไม่ให้รถจอด เพราะทำให้คนอื่นผู้ใช้รถใช้ถนนตอนเช้าเดือดร้อน ห้ามจอด เพราะไม่มีระเบียบกันเลยพวกมาจองคิวกัน

ทางด้านลูกศิษย์และผู้จัดคิวของพระตุ๋ย ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้ก็ยกเลิกการนอนในวัดแล้วสำหรับผู้มาจองคิว ก็ให้ไปนอนข้างนอกเมื่อถึงกำหนดก็มารอที่ประตูหน้าวัด ทางทีมงานก็จะออกไปรับเข้ามาดูดวงเปลี่ยนชื่อกับพระตุ๋ย โดยให้มารอที่หน้าวัดตั้งแต่ตี 2 เป็นต้นไป วันละ 20 คน ช่วงสายก็เข้ามาจองคิวกันในวัดได้ตามปกติ สองทุ่มประตูวัดปิด ตามคำสั่งเจ้าอาวาสวัดรวมทั้งห้ามจอดรถข้างวัดอีกด้วยทำให้ประชาชนระแวกนี้เดือดร้อน ต้องดูมาจองคิวอย่างเดียว ทีมงานจะจดชื่อกำหนดวันให้กับพวกศรัทธา ส่วนพระตุ๋ย ที่มีป้ายบอกว่า ท่านป่วย นั้น ท่านป่วยตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ได้เลื่อนให้คนจองคิวมาดูในวันจันทร์ ที่ 19 ก.ย. ตามลำดับ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดกู่เสือ อ.สารภี เชียงใหม่ ได้สอบถามเจ้าอาวาสวัดที่นั่นได้คำตอบว่า พระตุ๋ย ได้ออกจากวัดไปตั้งแต่เจ้าอาวาสคนก่อนโน้นแล้ว เจ้าอาวาสปัจจุบันเพิ่งมาอยู่ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านระแวกวัดกู่เสือ ได้ความว่า พระตุ๋ย ตอนอยู่ที่วัดกู่เสือ ก็ทำพิธีดูดวง เปลี่ยนชื่อให้กับศรัทธา ตามที่เรียนมา มีคนมาเข้าวัดมากมาย ต่อมาเริ่มมีปัญหากับทางเจ้าอาวาสวัดและคณะกรรมการวัด เพราะคนที่มาวัดไม่ได้เห็นเจ้าอาวาสวัดอยู่ในสายตาลอย มาหาแต่พระตุ๋ย และมีปัญหาภายในวัด จึงได้มีการเชิญนิมนต์พระตุ๋ย ไปอยู่ที่อื่น กระทั่งมาทราบอีกที อยู่ที่วัดทุงยู อ.เมืองเชียงใหม่ ก็เหมือนเดิม เปิดทำพิธี ดูดวง ,เปลี่ยนชื่อ ตามสไตล์ของท่าน เรืองก็ผ่านไปลแล้ว ไม่อยากจะไปขุดคุ้ย แล้วแต่เวรกรรม ความเชื่อของแต่ละบุคคล

ทางด้านนายวัลลภ นามวงค์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า เรื่องพระดูดวง เปลี่ยนชื่อให้ศรัทธา สำหรับเรื่องกฏของพระสงฆ์ เราจะบอกว่าผิดหรือไม่ผิด นั้นบอกกันได้ยาก เพราะพระสงฆ์กับชาติศาสนา นั้นมีอยู่คุ่กันมาโดยตลอด ในอดีต พระมหากษัตริย์ก็ตามหรือหน่วยกองทัพจะไปรบทัพจับศึก ก็ต้องพึ่งพระสงฆ์ ให้ดูดวง ดูชะตาราสี ดูฤกษ์ ดูเวลา ว่าจะออกกี่โมง อะไรอย่างไร มีมาโดยตลอด
ในปัจจุบันเนื่องจากพระสงฆ์เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา เวลาพูดอะไร จะมีนำ้หนักคนจะเชื่อมากกว่าฆาราวาส พอมีพระสงฆ์มาดูดวงชะตา ราสี ท่านคงจะไม่หลอกลวง คงจะไม่พูดที่ไม่เป้นจริงบ้าง ก็เลยฝากความเชื่อไว้ที่พระสงฆ์ พระสงฆ์ เองก็หาช่องทาง เมื่อท่านเองมีความรู้เรื่องโหราศาสตร์บ้างอะไรบ้าง ก็เลยจัดทำพิธีเพื่อตั้งเนื้อตั้งตัว บางองค์อาจจะไม่ได้ตั้งตัวเป็นหมอดู แต่บางคนมาดูแล้วเกิดความเชื่อ ก็เลยมีการพูดกันปากต่อปาก พระสงฆ์ดังกล่าวก็เลยถือโอกาส ดูดวง เปลี่ยนชื่อให้กับศรัทธา มาจนทุกวันนี้
ประเด็นมีอยู่ว่า หากพระสงฆ์จะดูดวง เปลี่ยนชื่อ ตนได้เคยบอกหลายครั้งกับหลายๆ ท่านบอกว่า ถ้าพระสงฆ์อยากจะเป็นศาสนสงเคราะห์ให้กับชาวบ้าน เขามีความวิตกกังวล มีความทุกข์ทางใจหลายๆ ทางไม่มีที่พึ่ง เขาจะมาพึ่งพระสงฆ์ให้ขจัดปัดเป่า ให้คำแนะนำ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในด้านศาสนสงเคราะห์ แต่ภายหลังหากไปลงสื่อลงโซเซียล เพื่อจะเป็นการตลาด เพื่อจะให้ชื่อเสียงตัวเองกว้างไกลต่อไป บางครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้เรื่องลาภสักการะจะตามมา ก็มีอยู่ ที่นี้ไม่สมควรที่จะมุ่งด้านการเงินการตลาดมากเกินไป มันเกิน
ศาสนสงเคราะห์เกินไป

หลายท่านที่ไปดูดวงหรือจะเปลี่ยนชื่อ ก็เป็นความเชื่อ ก็ไม่มีปัญหา เป็นความสบายใจ แต่หากจะเป็นในลักษณะทุ่มเงินทุ่มทองอะไรเยอะแยะ เพื่อจะเป็นสัจจะสัญญา ที่ไว้อะไรกับใครต้องไปเสียเงินเสียทอง คิดว่าทำอะไรก็ให้อยู่ที่ความพอเหมาะพอควร อยากฝากขอให้ทุกคนมีสติปัญญา มันใช่ไหม หรือไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง หากเราไปดูเพื่อเป็นความเชื่อความสุขส่วนตัว แต่หากเกินไปต้องไปเสียเงินเสียทองต้องไปลำบาก ไปนอนค้าง ไปรอคิว รอจังหวะที่จะไปดูโน้นดูนี่ กี่โมงกี่ยาม เกินไปแล้ว
อย่างไรก็ตามอยากจะให้สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่เข้าไปตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ทำกันเป็นทีมหรือไม่โดยอาศัยช่องทางโซเซียล เพื่อหวังผลประโยชน์ การจัดคิวกำหนดเวลา การจัดคิว พิลึกการดูดวง ตั้งแต่ตี 3 ถึง 9 โมงเช้า วันพระงด ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในพุทธศาสนาหรือตามวัดทั่วไป ที่กำหนดออกมาแบบนี้
“พระตุ๋ย” พระษัทฎพรรษ (สัด – ถะ – พัน) น่าน หรือ พระครูวินัยธรษัทฎพรรษ อคฺคธมฺโม อายุ 52 ปี


อ่านข่าวเพิ่มเติม : (มีคลิป) สายมูทั่วไทย หอบกระเป๋านอนวัดรอคิวดูดวงฯ วัดดังเชียงใหม่ , (มีคลิป)เจ้าอาวาส เผย พระดูดวงพร้อมให้การช่วยเหลือพัฒนาวัด

ร่วมแสดงความคิดเห็น