เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 8 มิ.ย. 2566 นางเชอรี่ (Caiyun) วัย 51 ปี ชาวจีนมาเลเซีย ที่เดินทางไป อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อตามหา น.ส.แองจี้ (Angieฯ) ลูกสาว วัย 22 ปี ที่เดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2566 และขาดการติดต่อ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2566 ขณะอยู่ที่ อ.แม่สาย ชึ่งทางหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กงสุลไทย,TEC หน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ,ตำรวจท่องเที่ยว ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ,คุณปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้หาแนวทางช่วยเหลือประสานงานกับทางประเทศเมียนมา นำตัว น.ส.แองจี้ กลับออกมาจากโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.ท่าขี้เหล็ก เขตปกครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นพื้นที่อันตราย ห่างจากชายแดน 5 กิโลเมตร ทางทหารเมียนมา และทหารไทย ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้
ทางผู้แทน TEC หน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ได้ทำความเข้าใจกับนางเชอรี่ (Caiyun) ถึงขั้นตอนการประสานงานของหน่วยงานไทย ได้ส่งเอกสารต่างถึงหน่วยงานระดับสูงของเมียนมา แต่ก็ต้องรอหนังสือตอบกลับอย่างช้า 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ทั้งนั้นทางราชการไทยได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์ที่ดีทั้งทางประเทศมาเลเซีย และเมียนมา
ทางผู้แทน TEC กล่าวถึงการหายตัวของ น.ส.แองจี้ เป็นที่สนใจของสื่อในไทยและต่างประเทศ ชึ่งโลกโซเชียลในประเทศมาเลเซีย ได้ปล่อยข่าวว่าไทยเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวนั้น ขอแจ้งว่าไม่ได้เกิดขึ้นที่ไทย เหตุการณ์เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร และขณะนี้ทราบว่า น.ส.แองจี้ อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดนไทย ได้ประกอบกิจการเหมือนโรงแรมในไทย พนักงานทำหน้าที่แต่ละหน้าที่ เช่น ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ,แม่ครัว ,พนักงาน เป็นต้น ไม่มีการบังคับเสพยาเสพติดแต่อย่างใด
ส่วนคุณปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อสตรีและเด็ก ที่ให้ความช่วยเหลือติดตามตัวน.ส.แองจี้ ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งช่วยเหลือนำตัวกลับมา และยังโทรศัพท์สอบถามนางเชอรี่เป็นระยะๆ
เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน นางเชอรี่ (Caiyun) ได้เดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเดินทางกลับมาเลเซีย ขณะที่แวะกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง มีโทรศัพท์จาก น.ส.แองจี้ เป็นครั้งแรกที่ขาดการติดต่อไป ซึ่งบอกว่าเขาให้พูดคุยเพียง 15 นาที แต่ไม่ให้เปิดวีดีโอคอลพูดคุย มีคนควบคุมอยู่ การพูดคุยมีเพียงเรื่องสอบถามความเป็นอยู่สุขสบายไหม และกินข้าวหรือยัง ส่วนเรื่องพูดไม่ได้ แล้วก็วางสายไป
ขณะพูดคุยกัน นางเชอรี่ เกิดอาการตรอมใจ แน่นหน้าอกร้องไห้ตลอดกินข้าวปนน้ำตาอย่างน่าเวทนาในความรู้สึกหัวอกของผู้เป็นแม่ และช่วงเช้าวันนี้ 9 มิ.ย. 66 นี้ นางเชอรี่ ได้เดินทางไปกราบไหว้อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่เชิงดอยสุเทพ เพื่อขอพรได้คุ้มครอง น.ส.แองจี้ กลับสู่อ้อมอกโดยปลอดภัย และมีกำหนดกลับประเทศมาเลเซียในช่วงบ่าย เพื่อรอข่าวดีกลับมารับลูกสาว พร้อมกันนี้จะนำเอกสารใบแจ้งความยื่นต่อกงสุลประเทศมาเลเซีย เพื่อเร่งช่วยเหลือนำตัวลูกสาวออกมา








ร่วมแสดงความคิดเห็น