ปวีณาพาแม่เหยื่อเนอร์สเซอรี่โหดร้องผู้ว่าฯ ลูกสาววัย 9 เดือน ถูกพี่เลี้ยงมัดแขนทรมานเอาแพมเพิร์สคลุมหัว พบเป็นที่เดียวกับเด็กวัย 2 ขวบถูกตบหัวก่อนหน้านี้ ผู้ว่าฯ สั่ง พม.เด็กอีก 13 คนตรวจร่างกาย-สภาพจิตใจ หลังได้ข้อมูลอาจถูกพี่เลี้ยงคนเดียวกันทารุณกรรม พร้อมสั่งขึ้นแบล็คลิสต์เนิร์สเซอรี่โหดห้ามไปแอบเปิดใหม่ที่ไหนอีก
วันที่ 14 ธ.ค.66 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พาผู้ปกครองเด็กพร้อมกับอดีตพี่เลี้ยงเด็กในเนิร์สเซอรี่แห่งหนึ่งใน ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ เข้าพบและร้องเรียนกับนายนิรัตน์ พงวษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ติดตามคดีและช่วยเหลือกรณีที่ลูกสาววัย 9 เดือน ถูกพี่เลี้ยงโหดทารุณกรรมขณะนำไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่ดังกล่าว

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นโดยอดีตพี่เลี้ยงคนหนึ่งในเนิร์สเซอรี่แห่งนี้ เธอเล่าว่า ได้เข้ามาทำงานที่เนอสเซอรี่แห่งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นร่วมกับพี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งที่มีอายุประมาณ 50 ปี โดยเธอและพี่เลี้ยงคนนี้จะต้องดูแลเด็กทั้งหมด 15 คน ที่มีอายุตั้งแต่สองเดือนขึ้นไป แต่หลังจากที่เธอเข้าทำงานก็พบว่าพี่เลี้ยงคนนี้ ไม่ได้ดูแลเด็กเด็กตามปกติ แต่กลับพบพฤติกรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีเด็กเล็กถูกกระทำรุนแรงโดยพี่เลี้ยงคนนี้เป็นประจำ ทั้ง ตบหน้า ตบศรีษะ กระชาก หยิก และด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง จนเด็กต่างหวาดกลัว โดยการทำร้ายแต่ละครั้งอ้างว่าจะต้องทำรุนแรงเพื่อให้เด็กกลัว

พฤติกรรมโหดร้ายที่เธอเห็นต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอทนไม่ไหวจึงแอบเก็บภาพและคลิปเด็กชายสองขวบที่ถูกตบหัวอย่างเลือดเย็น โดยได้แอบถ่ายคลิปเด็กชาย 2 ขวบ ถูกตบหัวอย่างแรง และยังมีเด็กหญิงอายุเพียง 9 เดือนถูกทรมาน ด้วยการใช้ผ้าอ้อมมัดมือแนบตัวและเอาแพมเพิร์สคลุมหัวปีดหน้าปิดตา ซึ่งพฤติกรรมนี้ ไม่ได้ทำกับน้อง 9 เดือนคนนี้เท่านั้น แต่เด็กทารกอายุที่ไม่ถึงขวบ ถ้าร้องไห้ก็ถูกจะจับมัดคลุมหัวด้วยแพมเพิร์สจนกว่าจะเงียบหรือจนกว่าจะถึงเวลาแม่มารับกลับบ้าน
อดีตพี่เลี้ยงที่ออกมาเปิดเผยเรื่องบอกว่าเห็นพี่เลี้ยงรุ่นพี่กระทำทารุณกับเด็กบ่อยครั้งจนรับไม่ได้ จึงตัดสินใจลาออกจากงานและเอาหลักฐานที่มีแจ้งให้แม่ของเด็กชาย 2 ขวบ และแม่ของเด็กหญิง 9 เดือนทราบ แม่ของเหยื่อทั้ง 2 จึงร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา

แม่เด็กชายวัย 2 ขวบ เปิดเผยว่า รู้สึกสงสารลูกมากและโทษตัวเอง นอนร้องไห้ 2 วัน 2 คืน จนแทบเป็นซึมเศร้าอยู่คนเดียวลำพังไม่ได้ โดยหลังจากที่ตัดสินใจร้องเรียนเรื่องนี้ก็ไม่มีการขอโทษอย่างจริงใจและทางเนิร์สเซอรี่ยังบอกว่าทำให้เสียหายเสียชื่อเสียง จะไม่ชดใช้อะไรให้และยังไปพูดกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ ว่าเธอกับอดีตพี่เลี้ยง ( คนที่ถ่ายคลิป ) สร้างสถานการณ์ยั่วยุให้พี่เลี้ยงคนดังกล่าวเกิดอารมรณ์โมโหทำร้ายเด็กเพื่ออัดคลิปเป็นหลักฐานเพื่อกลั่นแกล้ง
ขณะที่แม่ของเด็กหญิงวัย 9 เดือน เปิดเผยว่า หลังจากเรื่องราวถูกเปิดเผยและมีหลักฐานมัดตัว ทำให้ทางเนิร์สเซอรี่ไม่พอใจและได้ไปให้การกับตำรวจอ้างว่าผู้ปกรองอนุญาตให้ทำแบบนี้ได้ แต่ความจริงแล้วไม่มีแม่คนไหนที่ยอมให้ทำกับลูกตัวเองแบบนี้ ยืนยันให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน นายนิรัตน์ พงวษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้กำชับให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน และ ได้สั่งให้ นักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่พาเด็กอีก 13 คน ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันและอาจถูกทำร้ายไปให้แพทย์ตรวจสภาพจิตใจทั้งหมดเพื่อดูว่ามีเด็กคนไหนที่ถูกทารุณเพิ่มเติมอีก
ส่วนการดำเนินคดีขณะนี้ทางตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้แจ้งข้อหากับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวในข้อหาทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้ถึงแก่อันตรายและจิตใจและข้อหาทารุณกรรมเด็ก หลังจากนี้หากผลตรวจเด็กอีก 13 คนพบว่าได้รับกระทบถูกทำร้ายร่างกายและได้รับผลกระทบทางจิตใจ พนักงานสอบสวนจะสั่งเพิ่มข้อหาและประสานยุติธรรมจังหวัดเพื่อเยียวยาให้กับผู้ปกครองตามกฏหมาย

ในส่วนสถานกประกอบการแห่งนี้ทราบว่าได้ปิดกิจการไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ธันวามคม ที่ผ่านมา โดยได้สั่งการให้ พม.เชียงใหม่ ขึ้นบัญชีประวัติสถานประกอบการไว้ ห้ามไม่ให้ไปขอใบอนุญาตเปิดกิจการในลักษณะเดียวกันนี้อีก ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการหรือเปลี่ยนชื่อผู้ขออนุญาตก็ไม่ได้ เพราะ พม.เชียงใหม่ มีประวัติไว้หมดแล้ว เช่นเดียวกับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวจะไม่อนุญาตให้ทำงานพี่เลี้ยงเด็กอีกตลอดชีวิต

ร่วมแสดงความคิดเห็น