(มีคลิป) เปิดคลิปหลักฐาน รมต.ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สปีคเกอร์โฟน สายนิรนามโทรมาขณะบุกจับบ่อนใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่ อ้างแค่ส่งคนมาดูแลบ่อน
คลิปวิดีโอหลักฐานสำคัญกรณีการบุกจับกุมทลาย 2 บ่อนใหญ่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ จากการที่ช่วงช่วงค่ำคืนเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ที่ทาง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” บุกทายบ่อน 2 จุดที่เปิดเป็นแหล่งพนันใหญ่ จุดที่ 1 “บ่อนภัทรวัลย์” (ย่านสันติธรรม) และ จุดที่ 2 “บ่อนศรีปิงเมือง” (ย่านหายยา) ที่ภายหลังการบุกจับสามารถยึดของกลางเงินสด และชิปแทนเงินสด รวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมกับนักพนันอีกกว่า 100 คน
ขณะที่ในการจับกุมครั้งนี้ยังมีการเตรียมขยายผลต่อหลังจากมีหลักฐานสำคัญเป็นคลิปเสียงการสนทนาของบุคคลนิรนาม ที่มีการโทรศัพท์มายังมือถือของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบ่อนรายหนึ่งขณะถูกจับกุม รวมทั้งยังมีการส่งไลน์สนทนามาสอบถามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทางด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นคนรับสายและพูดคุยกันดับทางปลายสายนิรนามดังกล่าวด้วยตัวเอง
ซึ่งเบื้องต้นทราบจากหลักฐานคลิปวิดีโอที่ได้จากทางเจ้าหน้าที่ในระหว่างการพูดคุยสนทนาระหว่างบุคคลนิรนามปลายสาย กับทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นที่มีการเรียกชื่อว่า “พี่ก้อง” หรือ “สท.ก้อง” ซึ่งเบื้องต้นได้มีการปฏิเสธว่าบ่อนที่ถูกบุกจับครั้งนี้ไม่ใช่ของตัวเอง และอ้างว่าตัวเองมีหน้าที่เพียงดูแลจัดการความเรียบร้อยของสถานที่ และรับว่าเป็นคนส่งการ์ดมาคอยดูแลบ่อนเท่านั้น อีกทั้งยังมีการระบุว่า เจ้าของบ่อนที่แท้จริง จะต้องสอบถามกับทางคนชื่อว่า “ชัย” ที่เป็นอีกคนที่คอยดูแลบ่อน และเป็นคนที่ติดต่อดูแลบ่อนจุดนี้ โดยระบุว่า คนชื่อ “ชัย” ไม่ได้มีตำแหน่งในพื้นที่แต่อย่างใด
นอกจากนี้บุคคลนิรนามปลายสายยังระบุว่า ตัวเองเป็นคนส่งพนักงานหรือการ์ดที่มาดูแลบ่อนจุดนี้เพียงจุดเดียว และไม่ทราบว่า คนชื่อ “ชัย” เป็นคนดูแลบ่อนทั้งหมดกี่บ่อน โดยบุคคลนิรนามปลายสายบอกว่า จะเป็นคนดูแลแค่ในเชียงใหม่เท่านั้น ด้วยการส่งคนไปดูแลสถานที่ให้ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ส่งไปดูแลก็จะเป็นนักเลงทั่วไป ที่มีการให้ค่าจ้างวันละ 400-500 บาท ต่อคนต่อกะ ส่วนคนต่างด้าวนั้นตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหามาดูแลสถานที่ แต่ในส่วนของคนชื่อ “ชัย” จะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับบ่อนแน่นอน
อย่างไรก็ตามภายหลังการปฏิบัติการในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบขยายผลและการสาวไปถึงตัวบงการใหญ่ ที่คาดว่าน่าจะทราบในเร็วๆ นี้ และหลังจากนั้นจะได้มีการติดตามจับกุมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



ร่วมแสดงความคิดเห็น