เชียงใหม่ – สืบ ตม.5 จับมือ ตม.เชียงใหม่ บุกจับหนุ่มจีนใช้วีซ่าอีลิทหนีหมายจับศาลจีน

จังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ปักหมุดหลบหนีคดีของผู้กระทำผิดชาวจีน ล่าสุดวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง 5 นำโดย พ.ต.ต.วิชัย กาวิชัย สว.กก.สส.บก.ตม.5 ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ นำกำลังเข้าจับกุมนายหู ชิงหยุน ( Hu Qungyun ) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังพบข้อมูลเป็นผู้ต้องหาหนีคดีสำคัญจากประเทศจีน ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ บก.ตม. 5 จากการตรวจสอบพบว่านายหูเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าอีลิทหรือปัจจุบันคือ Thailand Privilege Card เดินทางเข้าประเทศไทยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศาลนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ออกหมายจับนายหูในคดีฉ้อโกงและลักลอบพาคนข้ามแดนเพื่อการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งข้อมูลที่ได้รับทำให้ ตม.5 สืบสวนติดตามจนทราบว่าหลบหนีอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดพบกบดานที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอสารภี จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด หลังจับกุมสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ทางการจีนต้องการตัว จึงเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยวระยะยาวและจับกุมเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่แจ้งที่พักอาศัยตาม ม.38 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พร้อมกับควบคุมตัวไว้ที่ ตม.จว.เชียงใหม่ เพื่อรอส่งตัวกลับดำเนินคดีที่ประเทศจีนต่อไป สำหรับวีซ่า Thailand Privilege Card เป็นโครงการสมาชิกพิเศษระยะยาวของรัฐบาลไทยดำเนินการโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ออกแบบมาสำหรับชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง นักธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาวในประเทศไทย โดยวีซ่าทที่นายหูเป็นสมาชิกเป็นวีซ่าแพคเกจ Bronze อายุวีซ่า 5 ปี ราคา แพคเกจนี้ 650,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนีคดีในจังหวัดเชียงใหม่รายนี้เป็นรายที่สอง หลังจากจับกุมผู้ต้องหาหนีคดีฉ้อโกง 100 ล้านบาทได้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ขณะที่ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 สั่งใช้มาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่อาจแฝงตัวเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้ง การตรวจสอบด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตรวจสอบประวัติและเอกสารเดินทางของชาวต่างชาติผ่านฐานข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics และระบบคัดกรองล่วงหน้า) เพื่อสกัดกั้นบุคคลตามหมายจับ (Red Notice) หรือกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างเดินทางเข้าประเทศ รวมทั้งการเอ็กซเรย์พื้นที่และกวาดล้างเชิงลึก ควบคู่กับปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายนอมินีและธุรกิจผิดกฎหมาย

ร่วมแสดงความคิดเห็น