วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) จัดการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 และงานมหกรรมสินค้าเพื่อคนโรงแรมประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 โดยมีผู้เข้าร่วมงาน และหน่วยงานต่างๆ จัดบูธนำเสนอสินค้าและบริการจำนวนมาก



โดยนางสาวภาวิดา จิรภัญญา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกโรงแรมและผู้ประกอบการที่พักได้พบปะกันปีละ 1 ครั้ง เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ รายงานผลการดำเนินการ และแถลงนโยบายของสมาคมฯ อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมจัดแสดงสินค้าและบริการ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในภาคเหนือของเรา เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นจึงเป็นการเปิดตัวสมาคมโรงแรมจังหวัดเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ โดยคุณไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดเชียงใหม่


จากนั้น นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2569 และเปิดงานมหกรรมสินค้าเพื่อคนโรงแรมประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ในการนี้นายรัฐพล ได้กล่าวว่า ปีนี้การท่องเที่ยวเชียงใหม่เผชิญกับภาวะวิกฤตพอสมควร ทั้งปัญหาราคาพลังงาน ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าว ประกอบกับปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นทุกปี ทำให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าธุรกิจโรงแรมยกเลิกการเดินทางมาพักผ่อนในเชียงใหม่ ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสร้างความมั่นใจ เรียกความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อทดแทนเม็ดเงินที่หายไปจากวิกฤตที่ผ่านมา


โดยเฉพาะช่วงกรีนซีซั่น หรือฤดูฝนที่กำลังมาถึง ให้เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามา ทั้งมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงกีฬา ซึ่งเรามีจุดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างสูงในการท่องเที่ยวด้านนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมในการเพิ่มศักยภาพของจังหวัดเพื่อยกระดับความสามารถของการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรมที่พักในพื้นที่ ให้มีเม็ดเงินสะพัดและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งการขยายปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ให้รองรับนักเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน , การเป็นเจ้าภาพการประชุม MICE City ต่อจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นแหล่งมรดกโลก

นอกจากนี้ยังได้มีการบรรยายจาก Travelloka แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชื่อดังเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่การท่องเที่ยวภาคเหนือยังคงมีสัญญาณเติบโต โดยเฉพาะที่พักระดับหรู ที่มีความต้องการเข้าพักสูง ประกอบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่สนใจการท่องเที่ยวในภาคเหนือ ได้แก่เกาหลีใต้ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ซึ่งทาง Travelloka ได้นำเสนอเครื่องมือส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวผ่านแพลทฟอร์ม ทั้งการร่วมมือกับ Tiktok แพลทฟอร์มวิดีโอสั้นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถโปรโมทที่พักของตนและเปิดรับจองผ่าน Tiktok ได้โดยตรง รวมทั้ง Travelloka Cross – sell ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่จองเที่ยวบินสามารถจองที่พักต่อได้เลยทันที สามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่บินเข้ามาในภาคเหนือไม่ต่ำกว่า 95,000 คนต่อสัปดาห์


จากนั้น นายวัชรายุทธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ได้บรรยายต่อว่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ภาคเหนือมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 4 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขข้อมูลที่ได้มานั้นยังไม่แตกต่างจากปีที่ผ่าน แต่เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเหนือติดกับดักจุดขายการท่องเที่ยวเดิมมานาน ไม่ว่าจะเป็นการขายวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม แต่เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว ปีนี้ได้มีการแบรนดิ้งเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับสูง หรือ Chiang Mai Superior Retreat ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวที่มากกว่าการพักผ่อน แต่เน้นประสบการณ์ และความหรูหราที่มากขึ้น โดยเน้นนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ ผ่านที่พัก โรงแรม สปา เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจ และกลับไปด้วยสุขภาวะที่ดี โดยได้วางเส้นทางการท่องเที่ยวในปีหน้าในอ.เชียงดาว อ.แม่ริม และอ.แม่แตง ซึ่งมีจุดเด่นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และสวยงาม อาทิ ดอยหลวงเชียงดาว และสวนดอกไม้ต่างๆ เป็นต้น
.
ตามมาด้วย ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) บรรยายในหัวข้อ “ยกระดับอุตสาหกรรมบริการ เพิ่มโอกาสการตลาดและการขายด้วยมาตรฐานไมซ์” เนื่องจากปีนี้ มีการวางเป้าหมายการจัดประชุมและนิทรรศการ ในประเทศไทย หรือ MICE ให้มีรายได้โตถึง 92,000 ล้านบาท และมีลูกค้าเพิ่มขึ้น 28 ล้านคน ประกอบกับเชียงใหม่เป็นเมืองแห่ง Wellness Center ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม หัตถกรรมท้องถิ่น และอาหารเหนือที่เลิศรส เพื่อยกระดับ MICE ให้เติบโตมากขึ้น จึงได้นำเสนอให้มีการนำเอกลักษณ์จากต้นทุนทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการจัดการประชุม สัมนา ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ , การจัด Lanna Gala Dinner หรือการจัดอาหารเย็นแบบขันโตก ควบคู่ไปกับการแสดงดนตรีพื้นบ้านล้านนา , การจัดเวิร์คช็อปด้านหัตถกรรมท้องถิ่น และ Green Meeting การจัดประชุมและนิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางกระแสรักษ์โลกที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญสูง
.
ปิดท้ายด้วย ผู้แทนจาก Booking.com แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้กล่าวถึงเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถจับเทรนด์ดังกล่าวได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในปีนี้ ทั้งการท่องเที่ยวตามรอยซีรี่ส์ ภาพยนตร์ , แหล่งท่องเที่ยวล้ำยุคที่มีกลิ่นอายแห่งโลกอนาคต , การท่องเที่ยวตามรอยการทำอาหาร , การท่องเที่ยวแบบ Road Trip พร้อมกับเพื่อนร่วมเดินทางหน้าใหม่ , การท่องเที่ยวเชิงความงาม , การท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ในอดีต , การท่องเที่ยวเพื่อเสาะหาความสงบ และหลบหนีความวุ่นวายจากการทำงาน รวมไปถึงการท่องเที่ยวเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมเดินทาง , การท่องเที่ยวตามหมอดูแนะนำ และ การท่องเที่ยวเพื่อให้รางวัลแก่ชีวิต เมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านงานหรือสุขภาพ เป็นต้น












ร่วมแสดงความคิดเห็น