เปิดตำนาน “สะล้อ ซอ ซึง” มรดกดนตรีล้านนา สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ หรือที่รู้จักกันในนาม “วงสะล้อ ซอ ซึง” ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่มีความเป็นมายาวนานและได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ความงดงามของเสียงดนตรีที่ขับขานผ่านเครื่องสายพื้นเมือง ไม่เพียงแต่สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟัง แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิต อารมณ์ ความรู้สึก และความผูกพันในชุมชนล้านนาอย่างลึกซึ้ง

ย้อนกลับไปในอดีต ยามค่ำคืนเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านล้านนานิยมรวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะเหล่าหญิงสาวที่มักใช้เวลาคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืช เตรียมไว้สำหรับเพาะปลูกในวันรุ่งขึ้น หรือคัดแยกผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเตรียมขาย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นโอกาสให้หนุ่มสาวได้พบปะกัน และเป็นศูนย์กลางของการ “แอ่วสาว” หรือการเกี้ยวพาราสี หนุ่ม ๆ ที่มักพกพาเครื่องดนตรีไปด้วยจึงเริ่มบรรเลงเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ และเมื่อมีการรวมตัวกันบ่อยครั้ง การบรรเลงจึงพัฒนาเป็น “วงสะล้อ ซอ ซึง” ซึ่งเป็นการผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสี มีทั้งแบบสองสายและสามสาย และมักเป็นเครื่องดนตรีนำในการบรรเลง เสียงของสะล้อมีเสน่ห์และสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอินไปกับบทเพลง ขณะที่ “ซอ” ไม่ใช่เครื่องดนตรี แต่หมายถึงการขับร้องบทเพลงที่มีสัมผัสคล้องจองกันตามจังหวะของเพลงซอแต่ละทำนอง ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น ซอตั้งเชียงใหม่ ซอล่องน่าน หรือซอเงี้ยว ซอพม่า เป็นต้น การขับซอเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยทักษะในการสื่อสาร ใช้คำพูดอย่างชาญฉลาด และต้องมีความเข้าใจในภาษาถิ่นเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถด้นสดและสื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้ง

ส่วนซึง เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดที่นิยมใช้ประกอบในวงดนตรีพื้นเมือง ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน หรือไม้แดง แต่ปัจจุบันมักใช้ไม้สักเพราะมีน้ำหนักเบาและดัดแปลงง่าย ซึงมีขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ซึงเล็ก ซึงกลาง ไปจนถึงซึงหลวง ซึ่งแต่ละขนาดจะให้เสียงและทำหน้าที่ต่างกันในวงดนตรี

ตำนานของการขับซอยังคงเป็นปริศนา ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ากำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่มีการสันนิษฐานว่าซออาจถือกำเนิดจากการเดินทางอพยพของชาวเมืองน่านที่ล่องแม่น้ำน่านจากเมืองปัว พวกเขาร้องเพลงขับกล่อมระหว่างทางเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน และเมื่อมีการปรับแต่งทำนองให้เข้ากับภาษาและจังหวะของท้องถิ่น ซอจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมล้านนา

ในอดีต ซอมีบทบาทสำคัญในชีวิตของชาวล้านนา ไม่ว่าจะเป็นในงานบุญ งานแต่งงาน หรืองานขึ้นบ้านใหม่ บทเพลงซอจะถูกปรับให้เข้ากับโอกาส เช่น หากเป็นงานมงคลก็จะขับซอเกี่ยวกับเรื่องราวของพระพุทธเจ้า หรือคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุข แต่มีข้อห้ามคือซอไม่สามารถใช้ในงานศพได้ เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องไม่เป็นมงคล

อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ซอกลับเริ่มถูกลดบทบาทลง แม้ว่าจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของงานรื่นเริงและพิธีกรรมสำคัญ แต่ความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เริ่มลดลง มาลา คำจันทร์ นักเขียนและนักอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา เคยกล่าวไว้ว่า ซออาจไม่มีบทบาทเด่นเหมือนในอดีต แต่ก็ยังสามารถคงอยู่ได้ หากมีคนที่เข้าใจและเห็นคุณค่าของมัน การขับซอไม่ใช่เพียงแค่ความบันเทิง แต่เป็นศิลปะที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ภาษา และไหวพริบของผู้ร้อง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีศิลปะการแสดงประเภทใดสามารถเลียนแบบได้

แม้วันนี้ซออาจไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต แต่ด้วยความพยายามของศิลปินพื้นบ้าน ครูภูมิปัญญา และคนรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงคุณค่า วงสะล้อ ซอ ซึง ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ และพร้อมจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป เพื่อไม่ให้เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ล้านนา

ที่มา : http://ich.culture.go.th/article/detail/65604d607d9131328fc95fa0  , https://mgronline.com/travel/detail/9500000038909   

รูปภาพจาก : https://www.chiangmainews.co.th/100lanna/3311871/#google_vignette

ร่วมแสดงความคิดเห็น