ตำนานพระพุทธบาท 4 รอย เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความสำคัญของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินล้านนา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังภูเขาเวภารบรรพตในปัจจุบันที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และประทับรอยพระบาทที่นั้น ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นรอยที่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ได้ทิ้งไว้ โดยในสมัยนั้น พระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ ได้แก่ พระพุทธเจ้ากุสันธะ, พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ, และพระพุทธเจ้ากัสสปะ ได้ประทับรอยพระบาทไว้ในสถานที่เดียวกัน ตามด้วยพระพุทธโคดมที่ได้ประทับซ้อนรอยของทั้งสามพระองค์จนเกิดเป็นรอยพระพุทธบาท 4 รอยในที่สุด
วัดพระพุทธบาที่รอยนั้นมีรอยพระพุทธบาทประทับซ้อนกันถึงสี่รอยคือพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัลป์นี้
1. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากกุสันธะ รอยแรกเป็นรอยใหญ่ มีขนาด12 ศอก
2. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ เป็นรอยที่ ขนาดยาว 9 ศอก
3. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากัสสปะเป็นรอยที่ 3 ขนาดยาว 7 ศอก
4. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโคตะมะ ( ศาสนาปัจจุบัน ) เป็นรอยที่ 4 รอยเล็กที่สุด มีขนาดยาว 4 ศอก
ตำนานนี้เล่าถึงการทำนายของพระพุทธองค์ว่า ในอนาคต เมื่อพระพุทธองค์นิพพานแล้ว รอยพระพุทธบาท 4 รอยนี้จะปรากฏแก่โลกมนุษย์ และผู้ศรัทธาจะเดินทางมาสักการะบูชาที่สถานที่แห่งนี้เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลในชีวิต ต่อมาเมื่อผ่านไป 2,000 ปี เทวดาทั้งหลายได้ช่วยให้รอยพระพุทธบาท 4 รอยปรากฏแก่ชาวบ้านในภูเขาเวภารบรรพต โดยมีเรื่องเล่าผ่านทางการพบเห็นโดยพรานป่า ที่เห็นรอยพระพุทธบาทในต้นไม้และเถาวัลย์ ก่อนจะนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านรู้จัก และกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ในภายหลัง
ในด้านความเชื่อ “รอยพระพุทธบาท” ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางของพระพุทธเจ้าผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างบุญและความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะในสถานที่เช่น วัดพระพุทธบาทตากผ้าในจังหวัดลำพูน ที่เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้ามาประทับรอยไว้ ขณะเดียวกันมีตำนานเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาท 4 รอยในพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 4 ซึ่งระบุถึงสถานที่ที่สำคัญนี้ในประวัติศาสตร์ของการเคารพและสักการะรอยพระพุทธบาท
การบูชารอยพระพุทธบาท 4 รอย เป็นกิจกรรมที่สำคัญสำหรับผู้คนในล้านนา โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 13-15 ค่ำ เดือน 3 และ 4 ของทุกปี ทั้งนี้เพื่อแสดงความเคารพและเป็นการบูชาพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและการคุ้มครองจากสิ่งไม่ดี
ที่มา : https://khonthi.go.th/travel/detail/354/data.html , https://www.papaiwat.com/th/story/category/detail/id/8/iid/194 , http://m-culture.in.th/album/186519/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2
รูปภาพจาก : https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3036917/
ร่วมแสดงความคิดเห็น