ลายละกอนไส้หมูถือเป็นหนึ่งในลวดลายที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์และความงดงามของศิลปะท้องถิ่นในจังหวัดลำปาง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี เมื่อเมืองลำปางเดิมถูกเรียกว่า “เขลางค์นคร” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “นครลำปาง” หรือ “ละกอนลำปาง” ชื่อ “ละกอน” นั้นยังคงสืบทอดอยู่ในอัตลักษณ์ของลวดลายผ้าทอที่มีชื่อว่า “ลายละกอนไส้หมู” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงรากเหง้าและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นี้
ลายละกอนไส้หมูจัดอยู่ในกลุ่มลายขี้เมฆหรือลายเมฆไหล ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบจีนและได้พัฒนามาจนกลายเป็นลวดลายที่มีความต่อเนื่องและไหลลื่นคล้ายกับลายของไส้หมูที่ถูกขดม้วนไปมาอย่างสวยงาม ลวดลายนี้ไม่เพียงแต่ปรากฏในงานทอผ้าเท่านั้น แต่ยังเห็นได้ในงานไม้แกะสลักและงานปูนปั้นที่ประดับอาคารศาสนสถาน เช่น วิหาร อุโบสถ และธรรมมาสน์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวล้านนาในอดีต
อีกทั้งลายละกอนไส้หมูยังแฝงไปด้วยสีอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปาง โดยเฉพาะสีแดงครั่ง สีเขียวมะกอก และสีดินภูเขาไฟ สีแดงครั่งและสีเขียวมะกอกได้รับความนิยมใช้บนผืนผ้าทอของชาวลำปางตั้งแต่อดีต เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นแหล่งปลูกครั่งจำนวนมาก อีกทั้งดินที่มาจากภูเขาไฟในพื้นที่อย่างดอยผาคอกและจาปาแดด ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสีสันที่มีความเป็นธรรมชาติและโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ด้วยความที่ลายละกอนไส้หมูมีความอ่อนช้อยและสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้ลวดลายนี้ได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายเทคนิคการผลิตผ้า ไม่ว่าจะเป็นการจก การพิมพ์ลาย การปักทอ หรือแม้กระทั่งการมัดย้อม ลวดลายที่สืบทอดกันมานี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกมากมาย ตั้งแต่งานเครื่องเงิน งานไม้แกะสลัก ไปจนถึงการออกแบบแฟชั่นสมัยใหม่
ในแง่ของความหมาย ลายละกอนไส้หมูเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวลำปาง ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับวิถีการดำเนินชีวิตในดินแดนแห่งแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งในด้านการเกษตรและงานหัตถกรรม นอกจากนี้ ลวดลายนี้ยังเป็นเครื่องหมายของความมีชีวิตชีวาและความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่ยังคงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ให้คงอยู่ต่อไป
ในยุคปัจจุบัน แม้ว่าการทอผ้าและการผลิตงานหัตถกรรมจะได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามากขึ้น แต่ความงดงามของลายละกอนไส้หมูก็ยังคงได้รับความนิยมและถูกนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบการออกแบบร่วมสมัย ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของลำปางสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อความรู้และภูมิปัญญาที่ดีของบรรพชนให้แก่คนรุ่นหลังเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่มีค่าของชุมชน
ด้วยความงดงามและความเป็นเอกลักษณ์ของลายละกอนไส้หมู จึงเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวลำปางภาคภูมิใจ และถือเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ต้องรักษาและส่งเสริมต่อไป ทั้งในด้านงานหัตถกรรมและการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในยุคใหม่
ที่มา : https://www.chobmai.com/article/598/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9 , https://www.chobmai.com/article/598/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9
รูปภาพจาก : https://www.facebook.com/share/p/193xiyP9Rv/
ร่วมแสดงความคิดเห็น