“…เมืองก็มีชีวิตเหมือนคน อยู่มา 700 ปี เรามีการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนสไตล์ เป็นไปได้ว่าลักษณะเมือง ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน…”
– ผศ.ดร.วรสิทธิ์ ตันตินิพันธุ์กุล –
ปฐมบท…เมืองเชียงใหม่
เมืองเชียงใหม่ ดินแดนเมืองเก่า ที่อยู่มานานมากกว่า 700 ปี เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ทิวทัศน์ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น และประเพณีอันดีงาม ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะแปรผันไปมากเพียงใด เมืองเชียงใหม่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันเป็นเสน่ห์อยู่เหมือนเดิม

นับตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839 ที่เมืองแห่งนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ที่ทรงเลือกชัยภูมิที่เหมาะสม และมั่นคง บริเวณราบลุ่มแม่น้ำปิง เชิงดอยสุเทพ สร้างราชธานีใหม่ของอาณาจักรล้านนา ขนานนามดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล ได้เล่าถึงที่มาของเชียงใหม่ไว้ว่า “ล้านนาเริ่มมาจากพื้นฐานหริภุญชัย เป็นรัฐหรือแคว้นเล็ก ๆ ที่ปรากฎขึ้นในภาคเหนือตอนบน เมืองเชียงใหม่เกิดขึ้นจากการที่พญามังราย ทรงผนวกเอาแคว้นโยนกซึ่งอยู่ตอนเหนือ กับแคว้นหริภุญชัยรวมกัน ก็กลายมาเป็นอาณาจักรล้านนา”

เมื่อชัยภูมิพร้อม ได้เกิดการเนรมิตเมืองในรูปแบบสี่เหลี่ยมขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงสถาปัตยกรรมล้านนา แต่ยังสะท้อนถึงคติความเชื่อในการสร้างเมือง ที่ไม่เหมือนใคร โดยรองศาสตราจารย์ สมโชติ อ๋องสกุล ได้บอกเล่าประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เพิ่มเติมว่า “เชียงใหม่เป็นแนว Regular แนวสม่ำเสมอ สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาในเวลานั้น ระบบทิศ ความมีชีวิตของเมืองที่ได้คิดขึ้นมา ทิศเหนือ เดชของเมือง ทิศที่มีอำนาจ ทิศใต้ มนตรีเมือง ทิศของข้าราชการ ทิศตะวันออก เป็นทิศที่ทำมาค้าขาย ทิศตะวันตก เป็นทิศการศึกษา พระศาสนา และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นทิศกาลกิณี ใช้นำศพออกจากเมือง วิธีคิดถูกใช้เป็นวิธีคิดของเมืองที่มีชีวิต”

ซึ่งตัวเมืองเชียงใหม่นั้น นอกจากมีการแบ่งเมืองเป็นทิศแล้ว ตามแนวกำแพงเมืองยังแฝงไปด้วยกุศโลบายของชาวล้านนา โดยมีการแบ่งโซนเป็นเขตต่าง ๆ อย่างชัดเจน
- เขตชนชั้นปกครอง – ระดับกษัตริย์ ขุนนางชั้นสูง
- เขตชุมชนช่าง – เป็นจำพวกวัด หรือกลุ่มคนที่นำมาจากที่อื่น เรียกว่า ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง
- นอกกำแพงริมแม่น้ำปิง – เป็นเขตติดต่อค้าขาย กับคนนอกระบบ
อีกหนึ่งอัตลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่ ในเรื่องของทฤษฎีสี่เหลี่ยม การสร้างเมืองที่มีกำแพงเมือง และคูเมืองล้อมรอบ โดยสามารถแบ่งเชียงใหม่ออก เป็น 4 แจ่ง 5 ประตูเมือง คือ แจ่งศรีภูมิ, แจ่งกะต๊ำ, แจ่งกู่เฮือง, แจ่งหัวลิน ในส่วนของประตูเมืองจะมี ประตูเชียงใหม่, ประตูช้างเผือก, ประตูสวนดอก, ประตูท่าแพ และประตูแสนปุง (ประตูสวนปรุง)

ดินแดนเมืองเก่า…สู่มหานครที่มีชีวิต
ทุกวันนี้เชียงใหม่ได้เติบโตอยู่ตลอดเวลา การเข้ามาของนวัตกรรม และเทคโนโลยี ส่งผลให้วิถีชีวิตมีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ทุกการเติบโตของดินแดนแห่งนี้ ก็ไม่เคยละทิ้งกลิ่นอายเมืองเก่า ที่เป็นดั่งความภาคภูมิใจของชาวล้านนา เมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อที่สะท้อนผ่านพิธีกรรม ประเพณีต่าง ๆ

ในวันนี้เชียงใหม่ก็ยังคงซึ่งเอกลักษณ์นั้นเอาไว้ ทำให้ใครต่อใครที่ได้มาเยือน ก็ล้วนเกิดความประทับใจ ซึ่งนอกจากชื่นชมกับสิ่งดีงามของเชียงใหม่ในปัจจุบันนี้แล้ว ก็ควรที่จะมีความเข้าใจ ถึงต้นกำเนิดของสิ่งนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น ว่ากว่าจะเป็นอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้ผ่านอะไรมาบ้าง ภายใต้หลักที่ว่า เมื่อรู้ที่มา เราจะเล็งเห็นความสำคัญ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่ควบคู่ไปกับการทำบุบำรุงรักษาสิ่งล้ำค่าเหล่านี้ไปในตัว

ร่วมแสดงความคิดเห็น