กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างเต็มพิกัด ล่าสุดจัดงานใหญ่ระดับประเทศ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรบุกช่วยเหลือเกษตรกรถึงพื้นที่อย่างครบวงจร พร้อมปรับโฉมการทำงานยุคใหม่ มุ่งมั่นเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ที่พร้อมเคียงข้างและแก้ปัญหาเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับประชาชน
เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ระดับประเทศ” โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง
ในโอกาสนี้ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวต้อนรับประธานและคณะ โดยระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7.29 ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร 3.71 ล้านไร่ โดยมีครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 137,988 ครัวเรือน มีพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ยางพารา ลำไย และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดเชียงรายยังคงประสบปัญหาสำคัญในเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนความจำเป็นในการเฝ้าระวังและปรับปรุงสภาพดินเพื่อความปลอดภัยทางการเกษตร โดยเฉพาะการลดโอกาสปนเปื้อนหรือตกค้างของสารเคมีและโลหะหนักในดิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการให้บริการ แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จและทั่วถึง
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ กราบบังคมทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ณ ต.บ้านหลวง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 24 ปี มีเกษตรกรได้รับบริการแล้วกว่า 4.8 ล้านราย โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือทำงานในเชิงรุก เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างครบวงจร
น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงความพิเศษของการจัดงานในปีนี้ว่า ทางกระทรวงฯ ได้ขนขบวนคลินิกเกษตรมาครบทุกกรม เพื่อตั้งใจมาทำงานให้พี่น้องเกษตรกรชาวเชียงราย โดยมีการเตรียมความพร้อมในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เช่น กรมวิชาการเกษตร (มกอช.) และหน่วยงานต่างๆ ที่นำบริการมารวมไว้ ณ จุดเดียว ในรูปแบบ One Stop Servic
”ปีนี้เรามุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเสริมเพื่อลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตอื่นๆ ตามนโยบายของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่เราพบว่าเกษตรกรมีความกังวลเรื่องภาวะเอลนีโญและซูเปอร์เอลนีโญ ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้เตรียมทางเลือก (Option) ในการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ใช้น้ำน้อย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกสิ่งทีเหมาะสมกับพื้นที่และเงินในกระเป๋าของตนเอง โดยเราเน้นให้คำแนะนำและเสนอทางเลือก ไม่ใช่การบังคับ” รมช.เกษตรฯ กล่าว
สำหรับการจัดงานที่มีผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลามในปีนี้นั้น รมช.ปิยะรัฐชย์ เผยว่าเป็นเพราะแต่ละกรมมีความพร้อมร้อยละ 100 และมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่ชัดเจนล่วงหน้า จึงสามารถดึงดูดให้พี่น้องประชาชนมาร่วมงานได้มากกว่าปีที่ผ่านมา
ในช่วงท้าย น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งความปรารถนาดีและคำมั่นสัญญาไปถึงพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ โดยระบุว่า ภายใต้การนำของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) และทีมงานรัฐมนตรีช่วยฯ ทุกท่าน วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการปรับปรุงรูปโฉมใหม่ เพื่อให้มีความใกล้ชิดและเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น
”วันนี้ขออนุญาตยืนยันและให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องเกษตรกรว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุคใหม่นี้ เราไม่ได้มาเป็นเจ้านายของพี่น้องเกษตรกร แต่เราจะมาเป็น ‘เพื่อนร่วมงาน’ และเป็นฟันเฟืองในการผลักดัน หาโครงการต่างๆ ที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับทุกคนในพื้นที่อย่างแท้จริง” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ จะมีการจัดงานทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัดจะมีการจัดหมุนเวียนให้บริการคลินิกเคลื่อนที่เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างครอบคลุมทั่วประเทศไทยต่อไป






ร่วมแสดงความคิดเห็น