กินชาซา, 20 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) โรเจอร์ คัมบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก เผยว่ายอดผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งล่าสุดในดีอาร์คองโก เพิ่มขึ้นเป็น 136 รายแล้ว โดยพบผู้ป่วยต้องสงสัย 543 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการแล้ว 32 ราย พร้อมเสริมว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเป็นไปได้สูงว่าเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสดังกล่าว
ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคอีโบลา 69 ราย ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการตรวจหาเชื้อ การแยกกักโรค การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด ตลอดจนการรักษาพยาบาล เนื่องจากเชื้อไวรัสยังคงแพร่ระบาดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
การแพร่ระบาดครั้งนี้มีประกาศเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ถือเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งที่ 17 ในดีอาร์คองโกนับตั้งแต่ปี 1976 โดยมีศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ในจังหวัดอิตูรี แต่ยังมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันผลแล้วในจังหวัดกีวูเหนือที่อยู่ใกล้เคียงด้วย การระบาดเกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo strain) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่มีวัคซีนเฉพาะเจาะจงหรือวิธีการรักษาที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน
เมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ขณะที่รวันดา บุรุนดี และแทนซาเนียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง การคัดกรองผู้เดินทางบริเวณชายแดน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินอย่างเข้มงวด
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ออกประกาศเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) ให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งล่าสุดในดีอาร์คองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่กระทบต่อความมั่นคงของทั้งทวีป





(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวบ้านล้างมือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเมืองโกมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) วันที่ 19 พ.ค. 2026)
ร่วมแสดงความคิดเห็น