72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ปภ.แนะรู้ทัน – ป้องกันอุบัติภัยช่วงน้ำท่วม

ช่วงน้ำท่วมมักมีความเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากอุบัติภัยต่างๆ ทั้งการจมน้ำ อันตรายจากสัตว์มีพิษ ของมีคม รวมถึงอันตรายจากไฟฟ้าและเพลิงไหม้ เพื่อป้องกันอุบัติภัยและให้การดำเนินชีวิตในช่วงน้ำท่วมเป็นไปอย่างปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะการเรียนรู้การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอุบัติภัยในช่วงน้ำท่วม ดังนี้จมน้ำ– ไม่ลงเล่นน้ำ จับสัตว์น้ำหรือทำการเกษตร หรือประกอบกิจกรรมบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงหรือกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก เพราะอาจถูกกระแสน้ำพัด และไม่ควรอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เป็นตะคริวจมน้ำได้– หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ หากจำเป็นควรใช้ไม้สำรวจเส้นทาง โดยเฉพาะกลางคืนให้ใช้ไฟฉายส่องนำทางเพื่อป้องกันการพลัดตกน้ำ– นำวัสดุลอยน้ำมายึดเกาะขณะต้องลุยน้ำท่วมสูง อาทิ ห่วงยาง ถังแกลลอน ยางในรถยนต์ เพื่อป้องกันกระแสน้ำพัดสัตว์มีพิษ

(มีคลิป)เตือน ผู้อยู่ติดลำน้ำแม่กลาง เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนตกทั้งคืน

เช้าวันนี้ นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ แจ้งว่าหลังจากตกลงมาทั้งคืน ทำให้สถานการณ์น้ำในน้ำตกแม่กลางอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ยังไม่ไหลหลากมาก สถานการณ์น้อยกว่าเมื่อหลายครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อาศัยติดลำน้ำแม่กลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มและต่ำที่สุด ไม่ควรไว้วางใจเพราะฝนตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่อิ่มน้ำ อาจจะเกิดน้ำป่าได้ตลอดเวลา ควรติดตามข่าวจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ลำปาง เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้าน และพื้นที่การเกษตร

ลำปาง เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้าน และพื้นที่การเกษตร 2 อำเภอ 5 ตำบล 20 หมู่บ้าน 150 หลังคาเรือน วันที่ 28 ก.ย 66 ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยเฉพาะเขตตอนใต้ของจังหวัด กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น . ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 2 อำเภอ 5 ตำบล 20 หมู่บ้าน 150 หลังคาเรือน ในอำเภอเถินชาวบ้านได้รับผลกระทบ 1 ตำบล 8 หมู่บ้าน 150 หลังคาเรือน ได้แก่ ตำบลแม่วะ หมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,7 และม.8 ส่วนในอำเภอแม่พริก 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1,2,5,7,8,11 ตำบลพระบาทวังตวง หมู่ที่ […]

ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เถิน ลำปาง เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้าน ต.แม่วะ

วันที่ 28 ก.ย 66 เวลาประมาณ 04.00 น . ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ นำป่าได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแม่วะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วม บ้านแม่วะหลวง บ้านแม่วะท่าช้าง บ้านแม่วะแล้ง บ้านแม่วะลุ่ม และในขณะรายงานฝนก็ยังไม่หยุดตก ในเบื้องต้นทาง สนง.ปภ.สาขาเถิน ได้ประสานทาง อำเภอเถิน อบต.แม่วะ อาสาสมัครฯ ในพื้นที่ฯ ติดตามสถานการณ์และเข้าพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม สำหรับความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ หากมีรายงานคืบหน้าจะรายงานอีกครั้งต่อไปภาพ​ ปภ.ลำปาง​ สาขาเถิน​ เครือข่ายกู้ภัยเถิน

ปภ.ประสาน 4 จังหวัดอีสานลุ่มน้ำชี – มูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่

ปภ.ประสาน 4 จังหวัดอีสานลุ่มน้ำชี – มูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ช่วงวันที่ 26 ก.ย. – 5 ต.ค.66 26 ก.ย.66 เวลา 19.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือในลุ่มน้ำชี – มูล ได้แก่ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ด้านท้ายน้ำเขื่อนลำปาวและพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 26 ก.ย. – 5 ต.ค.66 โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมถึงแจ้งจังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตลอดจนจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้มีประกาศฉบับที่ 21/2566 ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 […]

สวนสัตว์เชียงใหม่ ซ้อมเสมือนจริงการป้องกันอัคคีภัย และการอพยพหนีไฟ

วันที่ 26 กันยายน 66 ณ ห้องประชุมเวียงเจ็ดลิน ชั้น 5 อาคารสำนักงานสวนสัตว์เชียงใหม่ นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการ สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมการป้องกันอัคคีภัย และการอพยพหนีไฟ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมี นายยรรยง พินิจวงษ์ ผู่ช่วยหัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยเทศบาลนครเชียงใหม่ นายฤทธิชัย พัฒโนดม ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิทยุรับแจ้ง 199 งานป้องกันและบรร เทาสาธารณภัยเทศบาลนครเชียงใหม่ และนายเสถียร ทาพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าชุดปฎิบัติการ สถานีดับเพลิงงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นวิทยากรอบรมบรรยายดับเพลิงขั้นต้นและภาคปฏิบัติ ในการนี้ คณะผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างสวนสัตว์เชียงใหม่ ซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ จำลองเหตุการณ์ฝึกซ้อมเสมือนเหตุการณ์จริง โดยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ สวมบทเป็นผู้ประสบภัย และได้รับบาดเจ็บ จากสถานการณ์จำลอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์จริง เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้และเป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงต่ออัคคีภัยที่จะเกิดขึ้น รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และบุคลากรของสวนสัตว์เชียงใหม่ ต่อไป

ปิด”น้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี”จากเหตุพายุหมุนถล่ม

มีประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี ด้วยในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 14.50 น. ได้เกิดเหตุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี (แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกบัวตอง)ทำให้ต้นไม้หักโค่นบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำอุปโภค บริโภค ระบบไฟฟ้า และพื้นที่รองรับและบริการแก่นักท่องเที่ยว จุดชมวิว ,ลานพักผ่อนก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่นักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี จึงขอปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี ไม่มีกำหนดระยะเวลาการปิด จนกว่าอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี ซ่อมแซมภูมิทัศน์และทำการปรับสภาพพื้นที่ ตลอดจนซ่อมแซมระบบน้ำอุปโภค บริโภค ให้กับมาใช้ได้เป็นปกติทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566(นายโฉลม วงศ์กลุ่ม)หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี

(มีคลิป)ระทึก!! ไฟไหม้ยุ้งข้าวของพ่อเฒ่า เสียหายกลางดึก

เมื่อเวลา 00.30 น. กลางดึกคืนที่ 26 ก.ย. ทางนายจรุงเกียรติ ไชยซาววงศ์ นายก ทต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ยุ้งข้าว”ที่บ้านแม่ปูคาเหนือ” หมู่ 6 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จึงพร้อมด้วย นายทองหยด ยะก๋อง ปธ.ชมรมกำนัน ผญบ.ต.แม่ปูคา นายพรพิจิตร กันนา ผญบ.หมู่ที่ 9 ต.แม่ปูคา เลขา ปธ.ชมรมกำนัน ผญบ. นายณภัทร ถาคำ ผญบ.หมู่ที่ 6 ต.แม่ปูคา (เจ้าของพื้นที่) และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมี นายเอกชัย ระดม นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเจ้าหน้าที่รถดับเพลิงรุดอำนวยการช่วยเหลือทันทีจำนวน 2 คัน และรถดับเพลิง ทต.สันกำแพง 1 คัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบลง และทำเสียหายหมดไปทั้งหลัง ทราบชื่อเจ้าของคือ นายเลื่อน อายุ […]

บ้านห้วยต้นนุ่นประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย

กำนันตำบลแม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ทหารพราน และ ชุด ชพส.3110 ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายจากเหตุอุทกภัยเมื่อวานที่ผ่านมา เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การช่วยเหลือราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยต่อไป เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 เวลา 08.00 น. นายอุดม หมั่นศึกษา กำนันตำบลแม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.ที่ 3606 และ ชุดพัฒนาสัมพันธ์ 3110 กองทัพภาคที่ 3 ร่วมลงพื้นที่ที่ประสบเหตุอุทกภัย จากเหตุฝนตกหนักเมื่อวานที่ผ่าน ( 24 ) ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎรในหมู่บ้านแม่เงา หมู่ 4 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม ฯ เบื้องต้น มีสะพานข้ามลำน้ำภายในหมู่บ้าน, ท่อส่งน้ำระบบประปาภูเขา และพื้นที่การเกษตรประมาณ 50 ไร่ได้รับความเสีย ทั้งนี้ในการสำรวจดังกล่าวจะได้ วางแผน , เตรียมการ และประสานงานส่วนราชการให้เข้าไปให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบต่อไป

มอบผ้าห่มกันหนาวแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย

รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ขนย้ายที่นอนออกผึ่งตากแดด สัตว์เลี้ยงขนย้ายไม่ทันไหลไปกับสายน้ำไม ที่บ้านพะมอลอ สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 21 กันยายน 2566 ได้เกิดฝนตกหนักมีน้ำป่าไหลหลากในลำน้ำแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย และลำน้ำยวม อำเภอแม่สะเรียง ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ราบลุ่ม ส่งผลกระทบกับบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ และเป็นที่ลุ่ม ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัวขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไม่ทัน บ้านเรือนถูกน้ำไหลท่วมได้รับความเสียหาย บ่ายวันนี้ 22 กย. 66 นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายวารินทร์ เจริญทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่บ้านพะมอลอ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่บ้านพะมอลอ โดยมี นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง ว่าที่พันตรีรณยุทธ์ มะโนวงศ์ พัฒนาชุมชนอำเภอแม่สะเรียง เกษตรอำเภอแม่สะเรียง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง กำนัน […]

นายอำเภอสบเมย ลงพื้นที่ควบคุมการสร้างสะพานแบริ่ง หลังประสบอุทกภัย

นายอำเภอสบเมย ลงพื้นที่ควบคุมการสร้างสะพานแบริ่ง หลัง ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เหตุคอสะพานบ้านแม่ทะลุ หมู่ที่ 5 ต.สบเมย ได้หักและทรุดตัวลง ทำให้ยานพาหนะทุกชนิด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เร่งเปิดเส้นทางจราจร เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางลงพื้นที่ควบคุมการสร้างสะพานแบริ่ง สะพานเหล็กชั่วคราว ทั้งนี้ เพื่อเร่งให้ฝ่ายช่างแขวงทางหลวงชนบทแม่สะ เรียง ได้ดำเนินการติดตั้งสะพานเหล็กแบริ่งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อช่วยราษฏรที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เหตุคอสะพานบ้านแม่ทะลุ หมู่ที่ 5 ตำบลสบเมย ได้หักและทรุดตัวลง ทำให้ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยก่อนหน้านี้ ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสบเมย โดยนายอำเภอสบเมย ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ท้องที่หมู่ 5 ตำบลสบเมย ว่าคอสะพานบ้านแม่ทะลุ หมู่ที่ 5 ได้หักและทรุดตัวลง ทำให้ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ซึ่ง นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสร้างสะพานแบริ่งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร

(มีคลิป)อ.สบเมย สะพานขาด เร่งนำสะพานเหล็กมาเชื่อม ให้ผ่านไปมาได้

อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ระทมต่อเนื่อง ล่าสุดสะพานไปบ้านแม่ทะลุขาดสะบั้น ไม่สามารถใช้สัญจรผ่านได้ ทางหลวงชนบทกำลังเร่งนำสะพานเบลีย์ ( สะพานเหล็ก ) มาวางเพื่อให้สัญจรผ่านไปมาได้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 22.00 น. คอสะพานบ้านแม่ทะลุ หมู่ที่ 5 ต.สบเมย ได้ถูกน้ำกัดเซาะ จนทรุดตัวลง ทำให้ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะนี้แขวงทางหลวงชนบทแม่สะเรียง ได้ทำโครงสร้างสะพานเบลีย์มาเตรียมติดตั้ง ณ บริเวณสะพานแล้ว และคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในวันนี้ นอกจากนั้น น้ำป่ายังได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ทาง อ.สบเมย จึงได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ลงพื้นที่ไปให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยเป็นการด่วน สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ อ.สบเมย พบว่า ตั้งแต่เมื่อค่ำวานที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ อ.สบเมย และอ.แม่สะเรียง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักจากลำห้วยสายต่าง ๆ ในพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาล ไหลทะลักออกท่วมพื้นที่ลุ่มเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากพื้นดินในป่าได้อุ้มน้ำไว้อย่างเต็มที่แล้ว […]

1 … 160 161 162 163 164 … 437