72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ปภ.รายงานเกิดพายุฤดูร้อนใน 5 จังหวัด เร่งสำรวจ-ช่วยเหลือ

ปภ.รายงานเกิดพายุฤดูร้อนใน 5 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย วันนี้ (3 เม.ย. 66) เวลา 10.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนกับ มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ซึ่งในช่วงวันที่ 1 – 3 เมษายน 2566 มีสถานการณ์ภัย 5 จังหวัด 6 อำเภอ 9 ตำบล 16 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 95 หลัง ดังนี้ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้ว่าฯ เตรียมประกาศพื้นที่สาธารณภัย อช.ศรีลานนา

ผู้ว่าฯ เตรียมประกาศพื้นที่สาธารณภัย อช.ศรีลานนา หลังไฟป่าปะทุหลายจุด สั่งคุมเข้มเผาป่าหาหญ้าระบัดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ วันนี้ (3 เม.ย. 66) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเกิดไฟป่าปะทุและลุกลามกระจายหลายจุด ขณะที่การเข้าควบคุมจะต้องนั่งเรือเข้าไปใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยสถานการณ์ล่าสุดพบกลุ่มไฟป่าในพื้นที่ป่าห้วยแม่กั๊วะ ตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง กระจายตัวอย่างรวดเร็ว สาเหตุเกิดจากชาวบ้านเผาป่าล่าสัตว์และเก็บเห็ด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและหนาแน่นไปด้วยเชื้อเพลิงและยังมีการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้อำเภอแม่แตงทำบัญชีผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่าเพื่อควบคุมการเผาป่า เนื่องจากผู้เลี้ยงสัตว์จะเผาป่าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดซึ่งเป็นวิถีปศุสัตว์แบบเก่าที่ต้องการอาหารให้สัตว์ในพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่เข้าถึงได้ยากต้องใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าไปเป็นเวลานานด้วยระยะทางค่อนข้างไกล จึงได้วางแผนนำกำลังพลเข้าดับไฟให้สำเร็จเป็นจุดๆ ด้วยหากกระจายกำลังพลไปทุกจุดและไม่สามารถดำเนินการปิดจุดไฟได้เลย จะทำให้ไฟยิ่งแตกตัวและเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ส่วนสถานการณ์ไฟป่าพื้นที่ป่าห้วยเรือน เขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอพร้าว เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดเกิดไฟและจะต้องเข้าไฟพักค้างเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ไฟป่าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ทำให้ทางจังหวัดเตรียมประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอัคคีภัยไฟป่า ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เนื่องจากคาดการณ์ว่าสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและมีแนวโน้มว่าจะมีไฟลุกไหม้รอบอุทยานฯ เนื่องจากการเผาไหม้ในขณะนี้ยังน้อย หากเทียบกับปริมาณเชื้อเพลิงสะสมที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ขอประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสวนเกษตรต่างๆ ที่เห็นไฟและกังว่าไฟจะลุกลามเข้าพื้นที่เกษตรและได้ทำการเผาจากขอบสวนเข้าพื้นที่ป่า […]

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ตรวจไฟป่า อช.ศรีลานนา

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เสริมทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ สั่งทำบัญชีผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่า หวังควบคุมการเผาป่าหาหญ้าระบัดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ วันนี้ (3 เม.ย. 66) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถานการณ์ในช่วงนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้วยไฟเกิดจากการลุกลาม และการเข้าควบคุมจะต้องนั่งเรือเข้าไปและใช้เวลาประมาณ 20 นาที ขณะที่ป่าห้วยแม่กั๊วะ ตำบลแม่หอพระ ไฟค่อนข้างแตกตัว โดยพบว่าไฟเกิดจากการเข้าไปล่าสัตว์และเก็บเห็ด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและหนาแน่นไปด้วยเชื้อเพลิง ประกอบกับบางพื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้อำเภอแม่แตง ทำบัญชีผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่าเพื่อควบคุมการเผาป่า เนื่องจากผู้เลี้ยงสัตว์จะเผาป่าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดซึ่งเป็นวิถีปศุสัตว์แบบเก่าที่ต้องการอาหารให้สัตว์ในพื้นที่ ทั้งนี้ บางพื้นที่เข้าถึงได้ยากต้องใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าไปเป็นเวลานานด้วยระยะทางค่อนข้างไกล เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนนำกำลังพลเข้าดับไฟให้สำเร็จเป็นจุด ๆ ด้วยหากกระจายกำลังพลไปทุกจุดและไม่สามารถดำเนินการปิดจุดไฟได้เลย จะทำให้ไฟยิ่งแตกตัวและเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ป่าห้วยเรือน เขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอพร้าว เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดเกิดไฟ และจะต้องเข้าไฟพักค้างเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ […]

จนท.-ปชช. ในหลายพื้นที่ช่วยกันระวังไฟป่าดับไฟป่า

เจ้าหน้าที่ ประชาชนในหลายพื้นที่ช่วยกันระวังไฟป่าดับไฟป่า และสร้างความชุ่มชื่นฯ วันที่ 2 เม.ย.2566 ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 อำเภอสะเมิง ได้ระดมกำลังฝ่ายปกครอง, ผู้ใหญ่บ้าน, ชุมชน, จิตอาสาไฟป่า รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการเข้าระงับเหตุไฟป่าที่เกิดในพื้นที่ พร้อมทั้งออกลาดตระเวนตามจุดเสี่ยง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติขุนขาน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสะเมิง สถานีควบคุมไฟป่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสั่งการของศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ศล.7 (ห้วยปุย) จำนวน 15 นาย ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ​จุด​ความร้อน (Hotspot​) จากดาวเทียมระบบ ของวันที่​ 2 เมษายน 2566 รอบเวลา​ 01:49 น. จำนวน 12 จุด โดยทำการพักค้างแรม 1 คืน เพื่อเข้าตรวจสอบบริเวณป่าห้วยแม่กั๊วะ หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ […]

ผลกระทบจากไฟป่า ปัญหาภัยธรรมชาติที่ไม่อาจประเมินค่าได้

ไฟป่าเกิดขึ้นและลุกลามได้อย่างไร ไฟป่า คือ ไฟที่เผาไหม้ในบริเวณป่าและไม่สามารถควบคุมได้ โดยสามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็นสองรูปแบบใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ  แม้ว่าจุดกำเนิดของไฟป่าจะเกิดขึ้นจากไฟที่ไหม้ต้นไม้เพียงไม่กี่ต้น แต่จากจุดนั้นเป็นต้นไป ไฟป่าสามารถลุกลามไปได้อีกหลายร้อยตารางเมตร เพราะความร้อนจากไฟที่ไหม้จะแผ่ออกไปรอบทิศทาง และทำให้อุณหภูมิในบริเวณดังกล่าวสูงขึ้น จนกระทั่งถึงจุดที่เชื้อเพลิงอย่างซากต้นไม้หรือหญ้าแห้งสามารถลุกติดไฟได้เอง แม้ว่าเปลวไฟจะยังลามมาไม่ถึงก็ตาม   โดยความรุนแรงของไฟป่าขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่ โดยในเขตพื้นที่ป่าหนาแน่น ไฟป่าสามารถลุกลามได้ถึง 10.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนพื้นที่โล่งอย่างทุ่งหญ้าความเร็วในการลุกลามจะสูงถึง 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ สภาพอากาศโดยเฉพาะทิศทางลม และปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ยังมีส่วนช่วยให้ไฟไหม้ในพื้นที่เล็กๆ สามารถโหมกระหน่ำรุนแรงจนกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และในปัจจุบันที่ภาวะโลกร้อนทำให้สภาวะอากาศทั่วโลกแปรปรวนยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะในอากาศในหน้าร้อนที่เกิดขึ้นยาวนานกว่าปกติ อีกทั้งยังทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและความแห้งแล้งเพิ่มมากขึ้น สภาวะอากาศเช่นนี้เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้ไฟป่าเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม ลุกลามได้มากกว่าเดิมและควบคุมได้ยากกว่าเดิม ผลกระทบของไฟป่า ไฟป่าก่อให้เกิดผลลัพธ์สองประการที่สำคัญ คือ การเผาไหม้ในปริมาณมหาศาล และการทำลายพื้นที่ป่าในบริเวณกว้าง และก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตั้งแต่ใต้พื้นดินจนถึงชั้นบรรยากาศเหนือท้องฟ้าขึ้นไป โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไฟป่านั้นประกอบไปด้วย ผลกระทบต่อสุขภาพ การเผาไหม้ทำให้เกิดเขม่าเป็นจำนวนมาก ทั้งเขม่าขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเขม่าขนาดเล็กที่เทียบเท่าได้กับฝุ่น PM10 และฝุ่น PM2.5 ซึ่งเขม่าเหล่านี้สามารถลอยไปไกลจากจุดที่เกิดไฟไหม้ได้นับหลายร้อยกิโลเมตร และสามารถลอยตัวในอากาศได้นานนับเดือน เขม่าจากการเผาไหม้เป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองทั้งต่อผิวหนังและต่อระบบหายใจ และหากร่างกายสะสมเขม่าเหล่านี้เป็นจำนวนมากอาจก่อให้เกิดอาการหัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบ หอบหืดกำเริบ และมะเร็ง รวมถึงยังมีส่วนส่งผลต่อพัฒนาการในเด็กอีกด้วย ผลกระทบทางสุขภาพจากไฟป่าจึงมีทั้งที่เห็นผลทันที และจะเห็นผลก็ต่อเมื่อผ่านไปแล้วหลายสิบปี […]

(มีคลิป) ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟป่า ดอยสุเทพลุกลามหนัก

ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟป่า ดอยสุเทพ ล่าสุดยังลุกลามหนัก หวั่นลุกลามขยายวงกว้าง ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุไฟแ่าลุกลามบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ บริเวณฝั่งติดกับห้วยตึงเฒ่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาจนถึงในขณะนี้ ไฟป่ายังคงลุกลามหนัก แม้ว่าล่าสุดจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานเร่งเข้าดำเนินการทำแนวกันไฟและเร่งสกัดไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในพื้นที่ โดยในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ผ่านมามีรายงานว่า ทางทหารจาก มทบ.33 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พล ร.7 บูรณาการกำลังร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นำกำลังเข้าสกัดกั้นไปที่กำลังลุกไหม้ในพื้นทีี พร้อมทั้งเร่งดำเนินการทำแนวกันไฟ นอกจากนี้ได้ประสานขอการสนับสนุนรถน้ำจาก อบต.ดอนแก้วในการดับไฟป่าปฎิบัติการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า ในขณะนี้ไฟป่าที่ลุกลามในพื้นที่นั้นยังลุกไหม้อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในอีกไม่ช้า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ยังป่องกันการลุกลามไม่ให้ไฟป่าขยายวงกว้างไปมากกว่านี้

พบไฟลุกไหม้ป่าเชิงดอยสุเทพ บริเวณห้วยตึงเฒ่า จนท.เร่งสกัด

พบไฟกำลังลุกไหม้ป่าเชิงดอยสุเทพ บริเวณห้วยตึงเฒ่าสังเกตเห็นควันลอยชัด ด้าน จนท.เร่งสกัด ล่าสุดยังลุกลามต่อเนื่อง ช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.66) มีรายงานว่า เกิดเหตุไฟป่ากำลังลุกไหม้และขยายวงกว้างในพื้นที่เชิงดอยสุเทพ โดยมีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งเชิงดอยห้วยตึงเฒ่า สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มควันไฟและไฟที่ลุกไหม้ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์และดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และเร่งสกัดเพลิงที่ลุกลาม โดยความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป อ่านข่าวเพิ่มเติม : (มีคลิป) ไฟป่า ดอยสุเทพยังลุกลามหนัก จนท.เร่งสกัด

ลำปาง ช่วยเหลือชีวิตลูกนกเหยี่ยว เกือบถูกไฟป่าคลอก

ชุดลาดตระเวนป้องปรามแก้ไขปัญหาไฟป่า ได้ช่วยเหลือชีวิตลูกนกเหยี่ยว ที่กำลังถูกไฟป่าคลอก เจ้าหน้าที่ทหาราพรานชุดปฏิบัติการลาดตระเวนป้องปรามฯไฟป่า กรม ทหารพรานที่ 36 ได้ช่วยเหลือชีวิตลูกนกเหยี่ยวได้มา 1 ตัวขณะที่ลูกนกตัวนี้ กำลังถูกไฟป่าคลอดทั้งตัวแต่ก็สามารถนำตัวออกมาจากกองไฟได้ โดยสภาพทั่วไป ปีกและขนถูกไฟไหม้บางส่วนแล้วได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาพักพื้นก่อนที่จะส่งให้ เจ้าหน้าที่ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษที่ 13 สาขาลำปาง ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่จะได้ช่วยเหลือลูกนกเหยี่ยวตัวนี้ นำทาง ชป.ลาดตระเวนป้องปรามแก้ไขปัญหาไฟป่า กรม ทพ.36 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่ ได้ร่วมกันลาดตระเวนดับไฟป่าซึ่งเกิดขึ้นบริเวณ ในเขตพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ท้องที่บริเวณบ้านแม่เบิน หมู่ 1 ตำบลเมืองมาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ขณะนั้นได้สังเหตุเห็นว่าไฟป่ากำลังไหม้คลอกลูกนกเหยี่ยวที่พยายามจะบินหนีกองไฟแต่หนีไม่ได้เพราะปีกถูกไฟไหม้ เจ้าหน้าที่จึงได้เขช้าไปช่วยเหลือจนรอดชีวิตออกมาได้ และเร่งนำตัวรักษาทันที เพราะคาดว่าน่าจะมีสัตส์ป่าหลากหลายชนิดได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นโดยได้ควบคุมไฟไหม้ป่าและทำแนวป้องกันไฟป่าเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าไปในนพื้นที่ชั้นในเพื่อปกป้องผืนป่าและพันธุ์ป่าในพื้นที่ ส่วนสาเหตุหลักๆน่าจะมาจากการหาของป่าและล่าสัตว์ป่า

(มีคลิป) เชียงคำ ระดมกำลังดับไฟป่าขณะที่ PM2.5 พุ่งสูง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของเช้าวันนี้ได้เกิดเพลิงไหม้เป็นวงกว้างบริเวณภูเขาของเขตขุนน้ำลาว โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านหนองห้า ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ถ้ำสะเกิน ที่ 1 บ้านต้นผึ้ง พร้อมด้วยกำลังทหารจาก มทบ.34 เกือบ 10 นายรวมทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านหนองห้าได้เดินเท้าพร้อมด้วยอุปกรณ์ดับไฟป่าเพื่อเข้ายับยั้งเพลิงไหม้ไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้ โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา นายภูตะวัน ภัทระศิวะนันท์ รองหัวหน้าชุด หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ถ้ำสะเกิน ที่ 1 บ้านต้นผึ้ง ได้เล่าว่า ก่อนรุ่งเช้าที่ผ่านมานี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.34 ได้แจ้งทางวิทยุเข้ามาว่าพบไฟป่าซึ่งกำลังลุกไหม้อย่างหนักบริเวณขุนน้ำลาว ทังนี้ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในฐานจึงได้ลุยเข้าพื้นที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ดับไฟป่าเพื่อเข้าระงับเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีกำลังเสริมจากชาวบ้านในหมู่บ้านหนองห้าเข้ามาช่วย ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาไม่สูงมากและส่วนใหญ่เป็นป่าเขาที่รกทึบซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าแล้งทำให้การลักลอบจุดไฟเพื่อเผาป่านั้นทำได้โดยง่าย อีกทั้งในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นก็ยังมีทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสมทบเพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในครั้งนี้ โดยการดับไฟป่านั้นใช้เวลานั้นไม่นานจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่ก็พบว่าบางจุดเป็นกอหญ้าที่แห้งทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงอยากต่อการที่จะดับได้ทั้งนี้การดับไฟดังกล่าวได้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งกำลังทหารและชาวบ้านสุดท้ายแล้วก็สามารถดับไฟได้ในที่สุด ด้านนายธวัช จรัสวรภัทร นายอำเภอเชียงคำ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในเรื่องทีเกิดขึ้นนั้นตนได้ทราบแล้วและเห็นว่าเจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันอย่างหนัก ด้วยเพราะเหตุไฟป่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนจึงยากต่อการเข้าไปดับไฟตามจุดได้ ทั้งนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าล่าสุดนั้นค่า PM2.5 ของพื้นที่ จ.พะเยา ที่ได้มีการรายงานจากทางจังหวัดนั้นในวันนี้อยู่ที่ 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร […]

เชียงราย เล็งลุยโซนใต้ แม่สรวย /เวียงป่าเป้า ที่ยังไหม้หนักต่อ

จุด Hot Spot เชียงรายลด เล็งลุยโซนใต้ แม่สรวย /เวียงป่าเป้า ที่ยังไหม้หนักต่อ วันที่ 2 เม.ย. 66 สถานการณ์การเกิดไฟป่าพื้นที่ จ.เชียงราย เริ่มเบาบางลงหลังจากช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมายังเกิดจุดความร้อนหรือ Hot Spot ขึ้นในพื้นที่มากถึง 217 จุด โดยมีมากที่สุดเขต อ.แม่สรวย อ.เวียงป่าเป้า และ อ.เมืองเชียงราย อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำปริมาณได้ลดลงเหลือเพียง 64 จุด โดยมากที่สุดในเขต อ.แม่สรวย จำนวน 20 จุด ส่วน อ.เมืองเชียงราย เหลือเพียง 15 จุด ทำให้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์เหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน (ศบก.ไฟป่า) จ.เชียงราย ได้สั่งการให้เลิกศูนย์ ศบก.ไฟป่า จ.เชียงราย (ส่วนหน้า) พื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย และที่ดอยจระเข้ […]

(มีคลิป) ไฟป่าในแม่ฮ่องสอน ยังคงรุนแรงอย่างหนัก

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พบมีการลักลอบเผาป่าถี่ยิบ จนดาวเทียมตรวจพบจุดไฟป่าสูงถึง 574 จุด ส่งผลให้ค่ามลพิษในอากาศ วัดได้ 214 มคก./ลบ.ม. พบที่ อ.ปาย ค่ามลพิษเกินมาตรฐานต่อเนื่องมาแล้ว 50 วัน ส่วนในตัวเมือง ต่อเนื่องมาแล้ว 42 วัน เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง จ.แม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ว่า จุดไฟป่าของวันที่ 1 เม.ย.2566 ที่ผ่านมา มีจุดไฟป่าของแม่ฮ่องสอน จำนวน 574 จุด ค่ามลพิษในอากาศ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน วัดได้ 214 มคก./ลบ.ม. พบที่ อ.ปาย ค่ามลพิษ วัดได้ 234 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานต่อเนื่องมาแล้ว 50 วัน ส่วนในตัวเมือง เกินค่ามาตรฐาน ต่อเนื่องมาแล้ว […]

ไฟป่าดอยสุเทพเริ่มคลี่คลายแต่อำเภอโซนเหนือฮอทสปอทพุ่งสูง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2566 สถานการณ์ไฟป่า ของอุยานห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย คืนที่ผ่านมาพบลุกไหม้หลายจุดยังต้องเร่งดับไฟจนหลายจุดคลี่คลายลงแล้ว ขณะที่เช้านี้จุดฮอทสปอทของเชียงใหม่ยังพุ่งสูง 308 จุด โดยเฉพาะอำเอทางตอนบนของเชียงใหม่ ทั้งเชียงดาว ฝาง แม่อาย พร้าว และแม่แตง ไฟป่าในพื้นที่ใกล้กับ วีรันดา รีสอร์ท หมู่ที่ 2 ต.บ้างปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ในช่วงค่ำวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนก็ต้องเร่งเข้าทำแนวกันไฟ และช่วยกันดับไฟป่า หวั่นที่จะลุกลามเข้าใกล้พื้นที่อยู่อาศัย และโรงแรม และต้องเฝ้าระวังกันต่อเนื่องทั้งคืน จนเมื่อเวลา 19:40 น.ภาพจากทีมโดรนอาสา ยังพบแนวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาว โดยจุดที่เกิดไฟอยู่ห่างจากถนนดอยกอม-แม่เหียะใน ราว 200 เมตร ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดงจังหวัดเชียงใหม่ ภาคพื้น มีผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 และอาสาดับไฟ รวม 3 คน นำเครื่องเป่าลมเร่งทำแนวกันไฟไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง และเฝ้าระวัง โดยห่วงว่าไฟอาจข้ามแนวที่กันไว้ และสามารถดับไฟได้ในช่วงเวลาประมาณ 23 นาฬิกา สถานการณ์ไฟป่าของพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย […]

1 … 188 189 190 191 192 … 437