72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

แม่สรวย เปิดเส้นทางดินสไลด์กีดขวางจราจร

สภ.แม่สรวย อบต.การไฟฟ้าแม่สรวย ร่วมเปิดเส้นทางดินสไลด์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2565 โดยการนำของ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.แม่สรวย พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจจิตอาสา จราจร สภ.แม่สรวย ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ดินสไลด์ ต้นไม้ล้มขวางถนน และเสาไฟฟ้าหักโค่น กีดขวางเส้นทางจราจร ไม่สามารถสัญจรได้ บริเวณถนนสายบ้านแม่ต๋ำ ม.4 -ห้วยน้ำขุ่น ม.16 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ทางหลวงชนบทสาย 3063 จึงร่วมกันดำเนินการแก้ไข พร้อม อบต.ท่าก๊อ โดยแจ้งให้ จนท.การไฟฟ้าแม่สรวย มาดำเนินการแก้ไขจัดการเสาไฟฟ้าและ อบต.ท่าก๊อ จัดเกรดดินสไลด์ที่ขวางทาง เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ใช้เส้นทางสัญจรได้ปกติ

ปภ.รายงานสถานการณ์ภัย 18 จังหวัด

ปภ. รายงานยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัย 18 จังหวัด และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 5 จังหวัด เร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง วันที่ 4 ต.ค. 65 เวลา 10.50 น. ปภ.รายงานจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันตก ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับผลกระทบจากพายุโนรู ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยในพื้นที่ 28 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย เพชรบูรณ์ ตาก พิจิตร อุตรดิตถ์ น่าน แพร่ นครสวรรค์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย ชัยภูมิ มุกดาหาร กาญจนบุรี สระบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี และพังงา รวม 128 […]

ทต.ป่าแดด ห่วงใยปชช.ในพื้นที่ พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือ

เทศบาล ต.ป่าแดด ห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือวันที่ 3 ตุลาคม 65 ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อม นายสิงห์วัน ไชยวงค์ , นายสมาน แก้วประดิษฐ สองรองนายกเทศมนตรีฯ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานต่างๆ ประชาชน และอาสาสมัคร เร่งบรรจุกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนในโซนต่างๆ ที่แม่น้ำปิงได้เอ่อล้นท่วมในเขตพื้นที่ จึงขอขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พี่น้องประชาชน ที่มาช่วยกันใส่กระสอบทราย ในโอกาสนี้ด้วย และพี่น้องประชาชนชาวตำบลป่าแดด สามารถมารับกระสอบทราย ได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลป่าแดด โทร 053-447079

งูจงอางขนาดใหญ่ หนีน้ำป่าเข้าบ้านคน

งูจงอางขนาดใหญ่ หนีน้ำป่าเข้าบ้านคน ทำให้ชาวบ้านวิ่งหนีกระเจิง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 นายสุริยัน ปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนและมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้งูที่อาศัยอยู่ในป่าตามเทือกเขา หนีเข้ามาในหมู่บ้านและเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านของราษฎร จึงขอประกาศเตือนให้ราษฎรในพื้นที่ ต.สบป่อง ให้ระมัดระวังตัว และคอยสอดส่องบ้านเรือนของตนเองเนื่องจากงูจะหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ทั้งนี้หากพบว่ามีงูเข้ามาในบ้านเรือนที่พักอาศัย ขอให้รีบแจ้งแก่ทีมกู้ภัยของ อบต.สบป่องเป็นการด่วน และ อย่าพยายามจับงูด้วยตนเอง เนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งเหตุมีงูจงอาง หนีเข้าไปอยู่ในบ้านของชาวบ้าน หมู่ 1 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า ตนพร้อมด้วยพนักงานฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลสบป่อง ช่วยกันนำงูจงอาง ออกจากในบ้านชาวบ้าน บ้านสบป่อง หมู่ 1 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และนำไปปล่อยสู่ป่าตามธรรมชาติโดยจุดที่นำไปปล่อยเป็นป่าลึกห่างจากหมู่บ้านไม่ต่ำกว่า 5 กม. เพื่อป้องกันการหวนกลับมารบกวนชาวบ้านอีก

วิธีป้องกันโรคท้องร่วงที่มากับน้ำท่วม

ในน้ำท่วมอาจมีเชื้อโรค เช่น เชื้ออีโคไล เชื้อซาลโมเนลล่า ต้นเหตุของโรคท้องร่วง อาการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายมีมูกเลือด อย่างน้อย 1 ครั้งใน 1 วัน อาจมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ มีไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย วิธีป้องกัน ล้างมือหลังสัมผัสน้ำที่ท่วม และก่อนกินข้าว ด้วยน้ำกับสบู่ อย่าลงไปเล่นในน้ำที่ท่วม อย่าให้ลูกหลานเล่นของเล่นที่จมน้ำ โดยไม่ฆ่าเชื้อก่อน ไม่อาบน้ำด้วยน้ำที่ท่วม รวมถึงน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง เพราะช่วงนั้นในน้ำอาจมีเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม กินอาหารที่สะอาด ร้อน ปรุงสุกใหม่ ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

จราจรเชียงใหม่ แจ้งหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

วันที่ 4 ตุลาคม เวลา08.15น. เพิ่มเติมอีกจุด จราจรเชียงใหม่ตรวจสอบสภาพการจราจรถนนสมโภชเชียงใหม่700ปี(วงแหวนรอบสอง)บริเวณโกบอลเฮ้าส์ ขาไปเวียงกุมกามน้ำท่วมขังระดับสูงขึ้นปริมาณรถสะสมมากเคลื่อนตัวได้ช้าโปรดวางแผนการเดินทางหรือเหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวด้วย

น้ำท่วมย่านหนองหอยยังวิกฤต ระดับน้ำครึ่งเอว

น้ำท่วมย่านหนองหอยยังวิกฤต ระดับน้ำครึ่งเอว ชาวบ้านนั่งถอนหายใจ รอน้ำลด ขณะที่ จนท.หลายส่วนเข้าช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ส่วนอีกหลายพื้นที่เริ่มลดแล้ว ช่วงบ่ายวันนี้ (4 ต.ค.65) รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช่น ถนนเจริญประเทศ ถนนช้างคลาน ย่านไนท์บาร์ซ่า และถนนประชาสัมพันธ์ เริ่มลดลงจนใกล้จะเข้าสู่ภาวะปกติ สอดคล้องกับระดับแม่น้ำปิงที่เริ่มทรงตัว แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูง ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางน้ำท่วมเป็นวันที่สองติดต่อกัน แต่ที่ชุมชนหนองหอยและชุมชนเกาะกลาง ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ ยังมีน้ำท่วมขังสูงมากกว่า 1 เมตร น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง รวมแล้วกว่า 500 หลัง ส่งผลกระทบอย่างหนักจากทรัพย์สินที่เสียหายและการใช้ชีวิตที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับถนนสายเชียงใหม่ – ลำพูน หรือว่าถนนสายต้นยาง ช่วงตั้งแต่แยกหนองหอยไปจนถึงหน้าตลาดหนองหอย ที่ถูกน้ำท่วมสูง รถไม่สามารถใช้เส้นทางได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยกสูงและเรือเข้าช่วยเหลือลำเลียงชาวบ้านเข้าออก เพื่อรับอาหารและน้ำดื่ม รวมทั้ผู้ป่วยที่จะต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชเวชที่อยู่ด้านใน ส่วนสถานการณ์น้ำล่าสุดในช่วงบ่าย ที่จุดวัดระดับน้ำ p 1 ตลอดช่วงบ่ายระดับน้ำทรงมตัวที่ 4.55 เมตร แต่ยังสูงมากกว่าจุดวิกฤตที่ 3.70 เมตร […]

ถนนย่านไนท์บาร์ซ่า น้ำแห้งแล้ว

ย่านไนท์บาร์ซ่าน้ำแห้ง ประชาชนสัญจรได้ปกติ ขณะที่พ่อค้า-แม่ค้า ออกเร่งทำความสะอาด เตรียมเปิดร้านขายข้าวของแล้ว ช่วงบ่ายวันนี้ (4 ต.ค.65) รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากการที่เกิดฝนตกสะสมในพื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าเอ่อท่วมพื้นที่ตัวเมือง อย่างฉับพลันตั้งแต่วานนี้ จนถึงขณะนี้ในบางพื้นที่ก็ยังคงมีน้ำท่วมสูง ทำให้ประชาชนและชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดลำน้ำปิง ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในครั้งนี้ ขณะที่ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. มีรายงานว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านบริเวณจุดสังเกตการณ์ P.1 เชิงสะพานนวรัฐ มวลน้ำได้ลดละดับลง อยู่ที่ประมาณ 4.55 เซนติเมตร แต่โดยในละแวกดังกล่าวยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลอดทั้งสาย ส่งผลทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรไปมา และผ่านเส้นทางดังกล่าวยังคงเดินทางได้ค่อนข้างลำบาก และได้มีการแจ้งปิดเส้นทาง เพื่อให้เลี่ยงการสัญจรบริเวณจุดดังกล่าวอยู่ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจที่บริเวณจุดถนนสายช้างคลาน ในย่านไนท์บาร์ซ่า พบว่าขณะนี้ที่บริเวณถนนสายดังกล่าว ตั้งแต่ลงสะพานนวรัฐยาวมาตลอดสาย จนถึงบริเวณสี่แยกแสงตะวัน หน้าวัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้มีปริมาณน้ำท่วมสูงถึงระดับหน้าแข้ง ตอนนี้ได้แห้งหมดแล้ว และสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยล่าสุดถนนสายดังกล่าว ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่ชาวบ้านและบรรดา พ่อค้า-แม่ค้า ได้เร่งทำความสะอาดบ้านและพื้นที่ เพื่อกลับมาเปิดร้านกันตามปกติแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า […]

เชียงใหม่ยังสาหัส! น้ำท่วมขังหลายจุด

สถานการณ์น้ำท่วมเช้าวันที่ 4 ต.ค.65 บริเวณกาดต้นลำไย น้ำในแม่น้ำปิง ยังปริมตลิ่ง ในกาดต้นลำไย และกาดหลวงยังไม่มีน้ำท่วม ส่วนบริเวณ ต.ป่าแดด ทางลอดยังไม่สามารถใช้การได้ น้ำล้นจากกระสอบทรายที่กั้นไว้เข้าโรงเรียนพิมานเด็ก เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องสูบน้ำออกตลอดเวลา ส่วนสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 น้ำยังท่วมขังสูงบริเวณชั้น 1 ทั้งหมด และที่สี่แยกหนองหอยมีกองอำนวยการดูแลช่วยเหลือชาวบ้าน มีจนท.ปภ. ทหาร และจนท.ปกครอง พร้อมจิตอาสานำเรือท้องแบนคอยขนกระสอบทราย อาหาร น้ำดื่ม และช่วยชาวบ้านในพื้นที่ย่านหนองหอยทั้งหมด ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา

วันที่ 2 ชาวบ้านริมน้ำปิง ใช้ชีวิตยากลำบาก

วันที่สอง ชาวบ้านในชุมชนริมแม่น้ำปิง ยังต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมเชียงใหม่ ใหญ่สุดในรอบสิบปี วันที่ 4 ต.ค.65 รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ วันที่สอง ยังคงมีปริมาณน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งและเข้าสู่ชุมชนติดลำน้ำปิง โดยเฉพาะหนักสุดที่บริเวณชุมชนหนองหอย ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมหนัก โดยตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (3 ต.ค.65) จากการที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง รวมแล้วกว่า 500 หลัง ระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบอย่างหนักจากทรัพย์สินที่เสียหาย และการใช้ชีวิตที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับถนนเชียงใหม่ – ลำพูน หรือว่าถนนสายต้นยาง ช่วงตั้งแต่แยกหนองหอยไปจนถึงหน้าตลาดหนองหอย ที่ถูกน้ำท่วมสูง รถไม่สามารถใช้เส้นทางได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยกสูงและเรือเข้าช่วยเหลือลำเลียงชาวบ้านเข้าออกเพื่อรับอาหารและน้ำดื่ม รวมทั้ผู้ป่วยที่จะต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชเวชที่อยู่ด้านใน ขณะที่สถานการณ์น้ำ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำที่จุด P.1 เชิงสะพานนวรัฐ พบว่า ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดระดับต่อเนื่อง จากจุดสูงสุดที่ประมาณ 4.60 เซนติเมตร และลดระดับต่อเนื่อง มาอยู่ที่ประมาณ 4.52 เซนติเมตร เมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ของวันนี้ แต่ก็ยังคงมีน้ำกระจายออกจากลำน้ำปิงแทรกซึมเข้าท่วมพื้นที่สองฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีรายงานว่า […]

ทต.ม่วงน้อย เร่งแก้ไขปัญหา จุดเสี่ยงน้ำท่วม

ทต.ม่วงน้อยเร่งแก้ไขปัญหา จุดเสี่ยงน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2565 นายเสกสรร ลังกาพินธ์ นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน พร้อมคณะผู้บริหาร นำทีมพนักงานงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาล พนักงานกองช่าง และพนักงานทุกส่วนราชการ เร่งแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงที่น้ำทากัดเซาะถนนช่วงบริเวณสะพานป่าตอง (ท่ากอม่วง) – ฝายกิ่วมื่น ตำบลมะกอก ซึ่งน้ำกัดเซาะถนนเหลือความกว้างของถนนเพียง 1.5 – 2 เมตร หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข (ในเบื้องต้น) และถ้าฝนยังคงตกต่อเนื่องอยู่ จะทำให้ปริมาณแม่น้ำทาสูงขึ้นอีก ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ถนนขาด และน้ำทาไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรหรือที่พักอาศัย จนอาจได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างได้ ทั้งนี้ ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านท่ากอม่วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านไร่น้อย และประชาชนจิตอาสาบ้านท่ากอม่วง ร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหาบริเวณดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม บ้านโฮ่ง

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. นายประเชิญ สมองดี นายอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้มอบหมายให้ นายจิรวัฒน์ แดนโพธิ์ ปลัดอำเภองานป้องกัน สั่งการให้ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอบ้านโฮ่ง ที่ 4 จ.ลำพูน ลงพื้นที่ช่วยเหลือราษฏรบ้านดอยก้อม ม. 6 ต.บ้านโฮ่ง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าที่ไหลหลากมาตามลำห้วย โดยช่วยกันบรรจุกระสอบทราย เพื่อนำไปปิดกั้นลำน้ำที่ไหลทะลักเข้าที่อยู่อาศัยของราษฏร เวลา 16.00 น. นายประเชิญ สมองดี นายอำเภอบ้านโฮ่ง ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์น้ำ และราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน หมู่ที่ 1 บ้านห้วยกาน ต.บ้านโฮ่ง พบน้ำได้เอ่อล้นเซาะกัดตลิ่งซึ่งติดกับที่อยู่อาศัยของราษฏรได้รับความเสียหาย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวต้องขอขอบคุณ ท่าน สจ.ในเขตพื้นที่ ,ท่านนายกเทศบาล ต. บ้านโฮ่ง,ผู้ใหญ่บ้านห้วยกาน ม.1 ต.บ้านโฮ่ง,มูลนิธิพุทไธสวรรย์,ราษฎร ม.12 บ้านเกาะทุ่งม่าน ต.ป่าพลู ราษฎร ม.1 บ้านห้วยกาน ต.บ้านโฮ่ง, […]

1 … 233 234 235 236 237 … 437