72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ไฟไหม้บ้าน วอดทั้งหลัง

ไฟไหม้บ้านที่ อ.สบปราบ วอดทั้งหลัง วันที่ 30 พค. 65 เวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน ในหมู่บ้านสบทก หมู่ 3 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จึงรีบประสาน เจ้าหน้าที่ ปภ.ลำปาง สาขาเถิน เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ทต.สบปราบ,อบต.สบปราบ ,อบต.แม่กัวะ และสมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ ได้ร่วมกันนำรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 27/1 ม.3 ต.สบปราบ ลักษณะเป็นบ้านไม้ครึ่งปูน ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในบ้าน ทราบว่าเจ้าของบ้านคือ นายอำนวย และนางวันดี อินจันทร์ ด้านเพื่อนบ้านให้การว่า เห็นควันไฟลอยออกมาจากตัวบ้านชั้นสอง จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้ตามมาอย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งขอความช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ นายอำเภอสบปราบได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาร่วมชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถช่วยเหลือได้ที่เลขบัญชี ครอบครัวผู้ประสบภัยธนาคารกรุงไทย เลข 536-3-08781-2 ชื่อ นางวันดี อินจันทร์

ปภ. เร่งช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 8 จังหวัด

ปภ. รายงานเกิดวาตภัยรวม 8 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายช่วยเหลือผู้ประสบภัย วันนี้ (30 พ.ค.65) เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูง และลมกระโชกแรง ทำให้เมื่อวันที่ 27 – 30 พฤษภาคม 2565 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สมุทรสงคราม นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล รวม 18 อำเภอ 49 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 556 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย […]

เกิดเหตุเพลิงไหมบ้าน ในรีสอร์ต มณีนาคเสน

เมื่อเวลา17.20น. วันที่ 29 พ.ค.2565 พ.ต.ท.พยงค์ศักดิ์ การิยะ สารวัตรเวร สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหมบ้าน ในรีสอร์ต มณีนาคเสน ต.ป่าซาง อ.ป่าซาง จึงออกตรวจสอบร่วมกับรถน้ำป้องกันเทศบาลป่าซาง เจ้าหน้าที่อาสาร่มฟ้าป่าซาง และร้อยเวร30สภ.ป่าซาง เบื้องต้นเป็นบ้านพัก อยู่ท้าย รีสอร์ต ต้นเพลิงมาจากบนหลังคาบ้าน คลาดว่าอ้ายจะเกิดไฟฟ้ารัดวงจร

ซ่อมแซมบ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหายจากพายุ

นพค.36 ปกครอง อ.สบเมย อบต.สบเมย เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ อ.สบเมย เข้าตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านและปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่อาศัยได้ตามปกติ กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พ.อ.จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.) จ.แม่ฮ่องสอน สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือช่าง ร่วมกับ กรมการปกครองอำเภอสบเมย และองค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนจากเหตุวาตภัยที่ผ่านมา โดยทำการตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือน รื้อหลังคา และผนังบ้านในส่วนที่เสียหาย ของครอบครัวนายเป และนางสม เต็มขอด ประชาชนบ้านแม่คะตวน ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากได้เกิดพายุฝนกระหน่ำทำให้ต้นไม้ที่อยู่ข้างบ้านถูกพายุพัดโค่นล้มลงมาทับบ้านได้รับความเสียหาย พร้อมกันนี้กำลังพลทหาร จากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ,กำลัง อส.อำเภอสบเมย ,เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย และชาวบ้าน ได้ช่วยกันสร้างปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับนายเป และนางสม เต็มขอด ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 1 หลัง ให้สามารถเข้าอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย […]

ไร่ข้าวโพดชาวดอยเต่า สภาพเหลือแต่โคลน

เหลือแต่ขี้เปอะ!!สภาพไร่ข้าวโพดของชาวดอยเต่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2565 นายทนง ธิกันทา เกษตรกร/ประมงน้ำจืดชาวอ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าในขณะน้ำปิง บริเวณเหนือทะเลสาบดอยเต่า ระดับน้ำได้ลดลงเรื่อยๆ น้ำที่เคยท่วมไร่ข้าวโพดมีเนื้อที่นับเป็นร้อยๆไร่ที่ทำไรกันริมแม่น้ำปิง ได้รับความเสียหาย ได้กลายเป็นทะเลโคลน หรือ ชาวล้านนาเรียกว่า”ขี้เปอะ”เป็นบริเวณกว้าง ในขณะยังไม่สามารถเข้าไปทำการเกษตรได้ จนกว่าทะเลโคลนเหล่านี้แห้งสนิทก่อนถึงจะเข้าไปทำการเกษตรได้ตามปกติ

(มีคลิป) เร่งช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย สบเมย

นพค.36 อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ โดยตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้าน และปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่อาศัยได้ตามปกติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พ.อ.จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.) จ.แม่ฮ่องสอน สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือช่าง ร่วมกับ กรมการปกครอง อ.สบเมย และ อบต.สบเมย เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนจากเหตุวาตภัยที่ผ่านมา โดยทำการตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือน รื้อหลังคา และผนังบ้านในส่วนที่เสียหาย ของนายเป และนางสม เต็มขอด ประชาชนบ้านแม่คะตวน ต.สบเมย อ.สบเมย หลังจากได้เกิดพายุฝนกระหน่ำทำให้ต้นไม้ที่อยู่ข้างบ้านถูกพายุพัดโค่นล้ม ลงมาทับบ้านได้รับความเสียหาย พร้อมกันนี้กำลังพลทหาร จากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ,กำลัง อส.อ.สบเมย ,เจ้าหน้าที่ อบต.สบเมย และชาวบ้าน ได้ช่วยกันสร้างปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับ นายเป […]

ชายวัย 56 ปี ไม่ยอมฉีดวัคซีน ติดเชื้อโควิดดับ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 พ.ค. 2565 ทางหน่วยกู้ชีพเอื้องผึ้ง ทต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ รับแจ้งมีผู้ป่วยเป็นชายวัย 56 ปี หายใจเหนื่อยอ่อนที่บ้านเชียงแสน ต.หนองผึ้ง จึงรุดไปยังที่รับแจ้ง พบชายดังกล่าวอยู่ที่บ้านสภาพหายใจเหนื่อยหอบ ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับประสานไปยัง รพ.สารภี เพื่อดำเนินการนำตัวคนไข้เพื่อเข้ารักษาที่ รพ. แต่ต่อมาปรากฎว่าคนป่วยได้เสียชีวิตลง ทางญาติเล่าว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย เมื่อ 4 วันที่มาได้ติดเชื้อโควิด-19 เกิดอาการเหนื่อยหอบ ทางรพ.ได้จัดยาฟาร์วิพิราเวียร์ ให้มารับประทาน แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงแจ้งให้กู้ภัยฯ ทราบเหตุ และได้เสียชีวิตลง จากนั้นทางกู้ภัยฯ ได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปฌาปนกิจ ณ สุสานพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขอบคุณ/กู้ชีพฯ เอื้องผึ้ง

(มีคลิป) ต้นไม่ล้มขวางทางแม่ออน คลี่คลายแล้ว

กรณีต้นไม้ล้มขวางทาง นายอำเภอแม่ออน เร่งให้ทุกหน่วยงานร่วมด้วยช่วยกัน สามารถผ่านไปได้แล้ว วันที่ 26 พ.ค. 65 โดยการอำนวยการของ นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่ ได้รายงานความคืบหน้าเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ ล้มขวางถนนบริเวณทางหลวงชนบท ชม 5080 เส้นทางเข้าหมู่บ้านแม่กำปอง ม.3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน โดยทางหลวงชนบทเชียงใหม่ได้นำเครื่องจักรมาดำเนินการนำต้นไม้ที่กีดขวางออกตั้งแต่เวลา 14.00 น. สามารถเปิดเส้นทางได้เมื่อเวลา 16.00 น. ผลการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาต่างดีใจไปตามๆ กัน

(มีคลิป) ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ต.บวกค้าง

ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังเจ้าของบ้านออกไปทำนากลางทุ่ง เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ทางนายทองสุก มองมูล ผู้ใหญ่บ้าน “บ้านบ่าปาย” หมู่ 7 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งไฟไหม้บ้านเลขที่ 72 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง ของ นายหงษ์ กาวีบัว อายุ 60 ปี จึงพร้อมด้วย ผู้ช่วย ชาวบ้าน และขอกำลังรถดับเพลิงทั้งเทศบาลตำบลบวกค้าง และ อบต.สันกำแพง มาช่วยฉีดน้ำดับไฟไหมในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไฟจึงสงบลง ทางนายทองสุก ผู้ใหญ่บ้าน ได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้นั้นทางนายหงษ์ เจ้าของบ้านไม่อยู่ ออกไปทำนาที่กลางทุ่งนาในหมู่บ้าน ซึ่ง นายหงษ์ ได้เช่าที่อยู่อาศัย ของสำนักพุทธ เขตพื้นที่ อบต.สันกำแพง อาศัยสร้างบ้านอยู่ส่วนค่าเสียหายประมาณ 2 แสนบาท เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือชีวิตแต่อย่างใด จากนั้นจะได้แจ้งให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพงต่อไป

(มีคลิป) ชาร์ตโทรศัพท์ทิ้งไว้ ไฟไหม้บ้านวอด

อุทาหรณ์ ที่แม่ฮ่องสอน อาซิ้มชาวจีน ชาร์ตโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ เกิดเสียงระเบิด ไฟลามไหม้บ้านวอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.30 น. ร.ต.อ.กิติศักดิ์ คำมานะ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้บ้านไม่มีเลขที่ บริเวณสวนร่มเย็น หมู่ 11บ้านกุงตึง ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พตอ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.เมือง และรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนจำนวน 3 คัน เมื่อไปถึงพบไฟกำลังลุกโหมไหม้บ้านปูนกึ่งไม้ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมน้ำฉีดดับไฟที่โหมไหม้อย่างรุนแรง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยตัวบ้านและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด พตอ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก. สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังในครั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของตำรวจ ตม. แม่ฮ่องสอนคนหนึ่ง ที่สร้างให้นางอาซุง อายุ 60 ปีซึ่งเป็นคนงานชาวจีนอาศัยอยู่กับหลานวัย 9 ขวบเพียง 2 คน […]

ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางทางเข้าหมู่บ้านแม่กำปอง

ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางทางเข้าหมู่บ้านแม่กำปอง หลายฝ่ายเร่งเร่งตัดไม้และเคลื่อนย้าย วันที่ 26 พ.ค. 65 เวลา 11.00 น. นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนนบริเวณทางหลวงชนบท ชม 5080 เส้นทางเข้าหมู่บ้านแม่กำปอง ม.3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน เกิดเมื่อเวลา 03.00 น. คืนที่ผ่านมา ในเบื้องต้นทาง อบต.ห้วยแก้ว และชาวบ้านแม่กำปอง เร่งทำการเปิดทาง แต่เนื่องด้วยต้นไม้มีขนาดใหญ่จึงทำให้สามารถเปิดทางได้แค่บางส่วน ซึ่งในขณะนี้รถจักรยานยนต์ รถเก๋งขนาดเล็ก สามารถผ่านได้ชั่วคราว ในส่วนของรถยนต์ขนาดใหญ่ยังไม่สามารถผ่านได้ โดยในช่วงเช้านี้หน่วยงานทางหลวงชนบทได้เข้าเร่งตัดไม้และเคลื่อนย้าย และนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เพื่อเปิดทางเพื่อให้สัญจรได้ต่อไป

เชียงราย เจอแผ่นดินไหว 2 รอบ

เชียงราย เจอแผ่นดินไหว 2 รอบ ที่แม่สรวยและแม่ลาว แรงสุด 2.9 ริกเตอร์ มีผู้รับรู้แรงสั่นสะเทือน วันที่ 26 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น 2 ครั้ง ในพื้นที่ อ.แม่สรวย และ อ.แม่ลาว มีรายงานการรับรู้แรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.33 น. ขนาด 2.7 ริกเตอร์ ความลึกประมาณ 8 กม. มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่พิกัด 19.699°N, 99.517°E ในเขตพื้นที่ ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จุดนี้มีรายงานว่า มีราวแขวนผ้าสั่นไหว ได้ยินเสียงบ้านไม้ชั้นบนสั่น และบ้านสั่นโยกเล็กน้อย ล่าสุด เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้งในเวลา 10.58 น. โดยมีความแรงขนาด 2.9 ริกเตอร์ ลึก 1 กม. ที่พิกัด 19.756°N, […]

1 … 294 295 296 297 298 … 437