72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ผู้ว่าฯน่าน ลงพื้นที่เกิดเหตุอุทกภัย

ผู้ว่าฯน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่เกิดเหตุอุทกภัย ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 18.00 น.นายวิบูรณ์แวววิบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ตรวจเยี่ยมพื้นที่เกิดเหตุอุทกภัย ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อยจังหวัดน่าน ซึ่งเหตุเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 03.00 น.เกิดฝนตกหนักในพื้นที่และในเวลา 04.00 น.ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก และดินจากภูเขาไหลเข้าทับบ้านเรือนประชาชน โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 05.00 น. เกิดอุทกภัย ดินโคลน สไลด์ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเสียหาย จำนวน 10 หลังคาเรือน ได้แก่บ้านนาแดง จำนวน 1 หลังคาเรือน บ้านสันทะ จำนวน 3 หลังคาเรือน บ้านใหม่หัวดง จำนวน 2 หลังคาเรือน บ้านส้านจำนวน 2 […]

ไฟลุกโหมกระหน่ำไหม้บ้านไม้วอดทั้งหลัง

ไฟลุกโหมกระหน่ำไหม้บ้านไม้วอดทั้งหลัง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 นายโสภณ มีมัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูนได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านไม้ของนายหนุ่ม เป็งสุ ราษฎรหมู่ที่ 3 บ้านแม่ลาน ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ อบต.แม่ลาน เข้าระงับเหตุ ร่วมกับ อบต.นาทราย และศูนย์ควบคุมไฟป่าแม่ปิง สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลา 13.40 น. บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาน้อย ดินโคลนไหล! เข้าบ้านเรือนเสียหาย

น่าน เกิดเหตุดินโคลนไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสีย จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่อำเภอนาน้อย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 06.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านทุกท่าน นายวิศิษฐ์ ทวีสิงห์ ปลัดจังหวัดน่าน เปิดรับรายงานด่วนจาก นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอนาน้อย ว่าได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลสันทะ ว่าได้เกิดเหตุดินโคลนไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ตั้งแต่เวลา 03.00 – 05.00 น. ของเช้าที่ผ่านมา จึงได้มอบหมายให้นายสิทธิชัย ชัยมงคล ปลัดอำเภอ พร้อมสมาชิก อส.อ.นาน้อย นำเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อเข้าช่วยเหลือซึ่งมีผลการปฏิบัติงาน ดังนี้ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.สันทะ นำรถแทรคเตอร์และเครื่องมือ ไปตัดต้นไม้ที่โค่นขวางทางเส้นทางบ้านส้าน – แพร่ และปรับผิวจราจรที่ดินโคลนได้ไหลปิดกั้นทางถนนจำนวน 2 จุด เข้าไปสำรวจความเสียหายที่เกิดจากดินโคลนไหลเข้าบ้านคือบ้านเลขที่ 260 หมู่ที่ 3 ต.สันทะ อ.นาน้อย ซึ่งเป็นบ้านของนายฐากูร แสนซุ้ง […]

สรุปสถานการณ์ PM2.5 (11 พ.ค. 2565)

🌏☁️📢 สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) 🌏🍃 PM2.5 มีค่าระหว่าง 5-12 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ดีมาก” (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) 🌏🍂🔥 Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 0 จุด (เชียงใหม่ 0 จุด เชียงราย 0 จุด ลำพูน 0 จุด และแม่ฮ่องสอน 0 จุด) 🌏☁️👉 คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองวันต่อไปอยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” 📝รายงานโดย : สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1

บกปภ.ช. แจ้งจังหวัดแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง

บกปภ.ช. แจ้งจังหวัดบูรณาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง วันที่ 10 พ.ค. 65 เวลา 20.40 น. กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัย พบว่า ปรากฏข่าวสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีสาเหตุจากการก่อสร้าง อาทิ การซ่อมแซมหรือก่อสร้างถนน รวมถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ทำให้ปิดกั้นหรือกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เรื่องมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 มาตรการที่ 5การปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ บกปภ.ช. จึงได้สั่งการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินการ ดังนี้ ติดตามพื้นที่ที่มีการก่อสร้างของส่วนราชการที่อาจเป็นต้นเหตุของการกีดขวางทางน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง และกระทบต่อการระบายน้ำ โดยให้ผู้อำนวยการอำเภอ และผู้อำนวยการท้องถิ่น แจ้งให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จัดเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถขุดตักไฮดรอลิค ประจำในพื้นที่ให้พร้อมเผชิญเหตุ เร่งระบายน้ำ เปิดทางน้ำ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

(มีคลิป) ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม สบสอย

ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม บ้านเรือนราษฎรสบสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซ้ำซาก ผญบ.แฉ เคยเสนอของบทำร่องระบายน้ำ แต่ไม่ได้รับการจัดงบให้แต่อย่างใด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักประมาณ 1 ชั่วโมง ใน ช่วงเช้าตรู่ของวันเดียวกันนี้ เขตพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่หมู่ 7 บ้านสบสอย ต.ปางหมู มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง หลังฝนหยุดตกน้ำก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเช้านายพร้อมพงษ์ พันธ์เลิศ ผู้ใหญ่บ้านสบสอย ได้ออกสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำหลากเข้าท่วมจำนวน 7 หลัง รั้วบ้านกำแพงปูนถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย 1 ช่อง ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังจำนวน 2 สาย พื้นที่ทำการเกษตรบริเวณหมู่บ้านถูกน้ำหลากพัดเสียหายจำนวนหนึ่ ง ผู้ใหญ่บ้านสอบสอย กล่าวว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักในเขตหมู่บ้าน ก็มักจะเกิดน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณทางทิศเหนือของหมู่บ้านอยู่เป็นประจำทุกปี ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำที่ทะลักออกมาจากอ่างเก็บน้ำในหมู่บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาเข้าในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านสบสอยที่อาศัยอยู่ทางทิศเหนือ และตรงกลางหมู่บ้านได้รับเดือดร้อนจากปัญหาน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในทุกปี ๆ ละหลายรอบ เนื่องจากท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กระบายน้ำออกไม่ทัน เคยเสนอของบประมาณทำท่อระบายน้ำขนาดใหญ่สำหรับหมู่บ้านไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากทางการแต่อย่างใด

สรุปสถานการณ์ PM2.5 (10 พ.ค. 2565)

🌏☁️📢 สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) 🌏🍃 PM2.5 มีค่าระหว่าง 7-14 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ดีมาก” (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) 🌏🍂🔥 Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 1 จุด (เชียงใหม่ 0 จุด เชียงราย 0 จุด ลำพูน 0 จุด และแม่ฮ่องสอน 1 จุด) 🌏☁️👉 คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองวันต่อไปอยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” 📝รายงานโดย : สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพายุ “อัสนี”

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ “อัสนี” บริเวณอ่าวเบงกอล ฉบับที่ 9 (98/2565) เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (10 พฤษภาคม 2565) พายุไซโคลนกำลังแรง “อัสนี” บริเวณชายฝั่งประเทศอินเดียตอนกลาง หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 84.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศอินเดียตอนกลาง ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ค. 65 โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่จะทำให้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง […]

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยรวม 4 จังหวัด

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยรวม 4 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย8 พ.ค. 65 เวลา 09.30 น. ปภ.รายงานจากสถานการณ์ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกําลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง และทะเลอันดามันตอนบน ทําให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยปริมาณฝนที่ตกสะสมทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 5-8 พ.ค. 65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 6 อำเภอ 7 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 151 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น เชียงใหม่ น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอจอมทอง รวม 1 ตำบล 4 หมู่บ้าน ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหลังสวน รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน […]

ต.ข่วงเปา​ จอมทอง​ น้ำท่วมขังหลายพื้นที่

ฝนหนักตลอดทั้งคืน​ ต.ข่วงเปา​ จอมทอง​ น้ำท่วมขังหลายพื้นที่​ อำเภอพร้อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือแล้ว​ วันที่​ 7​ พ.ค.​ 65​ อำเภอจอมทอง ขอรายงานว่า เกิดเหตุ​ น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1, 2 , 12 และหมู่ที่​ 13 ต.ข่วงเปา​ อ.จอมทอง เนื่องจากมีฝนตกสะสม ตลอดคืนวันที่ 6 พ.ค.​ ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่ำ และมีถนน​ ทางหลวงหมายเลข​ 108 สายเชียงใหม่-ฮอด น้ำผ่านท่อลอดระบายไม่ทัน​ น้ำหลากข้ามถนน อำเภอฯ​ ได้ประสาน หมวดทางหลวงจอมทอง เข้าอำนวยความสะดวก ปิดกั้นการจราจร 1 ช่องทาง บริเวณถนนช่วงที่น้ำหลากข้ามถนน และให้​ อบต.ข่วงเปา ขุดลอกทางน้ำเดิมที่มีหญ้ารก ให้ใหลได้สะดวก ทั้งนี้ยังพบอีกว่า​ ในพื้นที่บ้านเรือนประชาชนมีน้ำท่วมขัง ได้เร่งช่วยกันสูบน้ำออกแล้ว คาดว่าภายในวันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ หากไม่มีฝนตกมาซ้ำ พร้อมกันนี้อำเภอจอมทองได้มอบหมายให้ กำนัน​ […]

ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมทุกด้านรับเหตุอุทกภัย

รมว.มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมทุกด้านรับสถานการณ์อุทกภัยฤดูฝน ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยภาคใต้รวม 3 จังหวัด

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยภาคใต้รวม 3 จังหวัด ระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่ ประสานเร่งให้การช่วยเหลือประชาชน 7 พ.ค.65 เวลา 08.30 น. ปภ.รายงานจากสถานการณ์ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกําลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ํากําลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง และทะเลอันดามันตอนบน ทําให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยปริมาณฝนที่ตกสะสมทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ค. 65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ปะชาชนได้รับผลกระทบ 99 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหลังสวน รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ […]

1 … 307 308 309 310 311 … 437