72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

การเตรียมความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3

วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 140 ณ ศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พันโท หญิง บุณฑริกา ฑีฆวาณิช ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้.- ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือน ในช่วงวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2564 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวตั้งเกี๋ยและเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2564 ร่องมรสุมได้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 6 – […]

Update! ความคืบหน้า กรณีเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมิคัล จำกัด (7 ก.ค.64)

ศูนย์ติดตามสถานการณ์ ปภ. เผยเมื่อเวลา 11.30 น. จากการประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์กรณีเหตุไฟไหม้โรงงานโรงงานหมิงตี้ เคมิคัล จำกัด ระหว่างจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้แถลงความคืบหน้าในการดำเนินการที่สำคัญเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ประเด็นการจัดการสารเคมี ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปประเมินและวางแนวทางควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดการลุกไหม้จากสารเคมีอีก โดยแยกการจัดการเป็น 2 ส่วน คือ การจัดการสารเคมีที่ตกค้างในที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ จะใช้สารเคมีชนิดอื่นเพื่อปรับสภาพไม่ให้เป็นเชื้อเพลิงได้ต่อไป สำหรับสารเคมีที่อยู่ในถังจัดเก็บ จะได้วางแผนจัดการตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญต่อไป 2.การให้ประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัย จากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในรัศมี 2-5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ จังหวัดจะพิจารณาอนุญาตให้กลับเข้าที่พักอาศัยได้ในช่วงเย็นวันนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ส่วนระยะรัศมี 1 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ คือ ถนนกิ่งแก้วด้านทิศตะวันตก ตั้งแต่ซอย 19-25 เป็นพื้นที่ควบคุมจึงยังไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ และขอให้ประชาชนได้ติดตามประกาศของจังหวัดเป็นระยะๆ  

แผ่นดินไหวที่ สปป.ลาว ความแรงขนาด 4.8 ริกเตอร์ ลึก 1 กม. กระเทือนแรงมาถึง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

เมื่อเวลา 13.43 น. วันที่ 7 ก.ค. 64 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องเหตุแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณประเทศลาว ที่พิกัดละติจูด 19.67 องศาเหนือ ลองติจูด 101.29 องศาตะวันออก ขนาดความแรง 4.8 ริกเตอร์ ลึก 1 กม. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ห่างประมาณ 16 กม. รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ทั้ง จ.น่าน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายนิกรชัย ภพลือชัย หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ จ.เชียงราย เผยว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนใน สปป.ลาว ซึ่งอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนปัว ทำให้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ชาว จ.น่าน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เข้ามาแต่อย่างได

ปภ.รายงานสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี จังหวัดสมุทรปราการประสานการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกด้าน

เวลา 11.15 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี บริษัทหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิ และจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงาน ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 รวม 751 คน ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 100 หลัง ผู้บาดเจ็บ 40 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้เพลิงสงบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังการปะทุของไฟอย่างต่อเนื่อง สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะเร่งด่วน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเต็นท์ 300 หลัง และของใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน […]

(มีคลิป) หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาฝึกเตรียมความพร้อมรับมือ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. ที่ แม่น้ำน่าน  บริเวณท่าน้ำ บ้านเชียงแล ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พันเอก ดร.รฐนนท(ระ-ถะ-นน)   รัตนโสภณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3      หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  นำกำลังพล ศบภ.นพค.31 ฯ พร้อมเรือท้องแบนติดตั้งเครื่องยนต์  ดำเนินการฝึกซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำและการกู้ชีพกู้ภัยทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อม   ให้กับกำลังพลและ ยุทโธปกรณ์ สามารถที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบและลดความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในห้วงฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมอนามัย ห่วง ไฟไหม้-ระเบิด โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก แนะปฏิบัติตัวหลังสัมผัสกับสารเคมีรั่วไหล

​​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนที่อยู่บริเวณจุดไฟไหม้และโรงงานระเบิด แนะวิธีป้องกันตัวหลังสัมผัสกับสารเคมีรั่วไหล และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หวั่นกระทบต่อสุขภาพ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้-ระเบิด โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 03.30 น อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการซึ่งพบว่าเกิดเพลิงไหม้ตัวอาคารโรงงานอย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ แรงอัดทำให้บ้านเรือนและโรงงานที่อยู่โดยรอบข้างรัศมี 500 เมตร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบ ถังเคมีขนาด 2,000 ตันระเบิดภายในบริษัทมีแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้เป็นวงกว้าง และมีควันดำฟุ้งกระจายไปในรัศมีหลายกิโลเมตร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ ได้ขอความร่วมมือประชาชนอพยพออกจากพื้นที่อย่างน้อย 5 กิโลเมตร เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ  เนื่องจากสารเคมี เป็นสไตรีนโมโนเมอร์ที่เป็นของเหลว ไวไฟ เมื่อติดไฟจะให้ควันหรือก๊าซที่ระคายเคืองหรือเป็นพิษ จึงห้ามอยู่ใกล้ เปลวไฟและประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่ สารนี้มีอันตรายต่อระบบอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทั้งระบบ ทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบสร้างเลือด ตับ และระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อได้รับไอระเหยของสารนี้ทางการสูดดมส่งผลให้เวียนศีรษะ ง่วงซึม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน […]

ปภ.เผยความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติกกิ่งแก้ว – ระดมทรัพยากรดับเพลิงเข้าร่วมระงับเหตุ

5 ก.ค.64 เวลา 14.00 น. ศูนย์ติดตามสถานการณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยกรณีเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ภายในซอยกิ่งแก้ว บางพลี จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ล่าสุดยังมีไฟไหม้รุนแรงและกลุ่มควันหนาแน่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งระดมกำลังเข้าระงับเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยจังหวัดสมุทรปราการได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณรัศมีโดยรอบ 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุให้อพยพออกจากพื้นที่และจัดตั้งจุดอพยพ 3 จุด ได้แก่ โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ อบต.บางพลีใหญ่ (หลังเก่า) และวัดบางพลีใหญ่กลาง สำหรับการสนธิกำลังเข้าระงับเหตุ ปภ.ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประสานการสนับสนุน และได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนการดับเพลิงฯ ประกอบด้วย รถหอน้ำ 37 เมตร รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยเพื่อขนโฟมดับเพลิง ซึ่งขณะนี้อยู่ในพื้นที่และปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานและอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แล้ว รวมถึงได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต 10 นาย เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการ โดยเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. เฮลิคอปเตอร์ KA-32-02 ได้เริ่มขึ้นบินสำรวจพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะได้มีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย […]

ปภ.รายงานในรอบ 24 ชม.ที่ผ่านมาเกิดวาตภัยใน 3 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

  28 มิ.ย.64 เวลา 09.30 น. รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา หนองบัวลำภู และอุตรดิตถ์ รวม 3 อำเภอ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 8 หลัง ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา หนองบัวลำภู และอุตรดิตถ์ รวม 3 อำเภอ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 8 หลัง แยกเป็น นครราชสีมา เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลพังเทียม […]

โกลาหลตอนตี 4 ไฟไหม้บ้านที่แม่ริม ดับเพลิงสะกัดให้วุ่น

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 4.00 น. มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 264 บ้านทรายมูล ซอย 5 ซึ่งเป็นของนางศรีวิไล ศรีพระจันทร์ โดยเจ้าหน้าที่ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลแม่ริม นำรถบรรทุกน้ำเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ในครี้งนี้ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ นางศรีวิไล เจ้าของบ้านกล่าวว่าเพลิงไหม้ดังกล่าว เกิดขึ้นบริเวณห้องเก็บของซึ่งไม่มีสายไฟฟ้า และสิ่งของที่อาจทำให้เกิดประกายไฟได้ จึงไม่รู้ว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งขณะนี้ต้องรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจภูธรแม่ริม ว่ามีต้นเพลิง เกิดจากอะไร หรือใครเป็นคนทำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริงกันต่อไป

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก พื้นที่บ้านร้องอ้อ เพลิงลุกไหม้หนักเผาผลาญเสียหายทั้งหลัง จนท.รีบดับเพลิงจนสงบ เบื้องต้นไม่มีคนเจ็บและเสียชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.64 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ข้านพักภายในพื้นที่ บ้านร้องอ้อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ภายหลังทราบเหตุจึงได้รุดเข้าตรวจสอบ พร้อมกับประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำกำลังเข้าดำเนินการระงับเหตุอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อไปถึงพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนักในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นเพิงบ้านพักทำจากไม้และสังกะสี ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมทำการฉีดน้ำควบคุมเพลิงประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้ได้ในที่สุด ก่อนดำเนินการตรวจสอบซึ่งพบว่าเพลิงดังกล่าวได้สร้างความเสียหายกับบ้านพักทั้งหลัง และมีทรัพย์สินภายในถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายตามไปด้วย แต่ไม่พบคนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากการสอบถามทางชาวบ้านในระแวกดังกล่าวทราบว่า บ้านพักดังกล่าวเป็นของคนงาน ซึ่งในระหว่างเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ โดยในขณะนั้นได้มีคนพบเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้มาจากด้านใน และกลุ่มควันลอยออกมาจำนวนมาก จึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ แต่เนื่องจากบ้านพักดังกล่าวทำจากไม้ จึงทำให้เพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาระงับเหตุ ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่า น่าจะมาจากการเกิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ภายในขัดข้อง หรือเกิดมีการลัดวงจรขึ้น จนทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟติดขึ้นมา ซึ่งในระหว่างนั้นไม่มีคนอยู่ เพลิงจึงลุกลามในที่สุด อย่างไรก็ตามในส่วนของสาเหตุที่แท้จริง และความเสียหายที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้นั้นจะได้มีการดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนกับทางผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงการดำเนินการประเมินค่าความเสียหายต่อไป  

(มีคลิป) นายอำเภอวังเหนือลำปาง ลงพื้นที่ตรวจสอบแผ่นดินไหว​เช้านี้​ เบื้องต้นไม่พบมีความเสียหาย

หลังจากเมื่อเวลา 06.30 น.เช้าวันที่18 มิ.ย.2564 เกิด แผ่นดินไหวจุดศูนย์กลาง อที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ที่ละติจูด 19.25 องศาเหนือลองจิจูด 99.62 องศาตะวันออก ขนาด 3.5 ความลึก 1 กิโลเมตร สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้ หลังเกิดเหตุ ทางนายธวัช จรัสวรภัทร นายอำเภอวังเหนือจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายมานิตย์ แม่ป่วม นายกอบต.ตำบลทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ นายชาติ ลอยพระดวง ผู้ใหญ่บ้านแม่เลียบ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานปภ.จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ เดินทางเข้าตรวจสอบเจดีย์วัดพระเกิด ม.7 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยเดินรอบวัดเพื่อตรวจสอบว่าหลังเกิดแผ่นดินไหวมีความเสียหายหรือไม่อย่างไร เบื้องต้นไม่พบความเสียหาย นายชาติ ลอยพระดวง ผู้ใหญ่บ้านแม่เลียบ เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงคล้ายเสียงตีถัง 200 ลิตร ดังมาก แต่ด้วยความเคยชินและถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ ทำมาหินทำไร่ทำสวนเหมือนเดิม สำหรับการเกิดแผ่นดินไหว ในพื้นที่อำเภอวังเหนือ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ […]

ปภ.แนะเรียนรู้-เฝ้าระวัง-เตรียมพร้อม-ป้องกันดินถล่ม…ภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน

ดินถล่ม เกิดจากการเคลื่อนตัวของดินหรือหินลงมาตามที่ลาดเชิงเขา ซึ่งมีน้ำเป็นปัจจัยเสริมให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรรู้เกี่ยวกับดินถล่ม การเตรียมความพร้อมรับมือ และการปฏิบัติตนเมื่อเกิดดินถล่ม ดังนี้ สาเหตุการเกิดดินถล่ม ได้แก่ ปัจจัยทางธรรมชาติ เกิดฝนตกหนักบนภูเขาสูง ส่งผลให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ จึงเลื่อนไหล และถล่มลงมา ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกิดการกัดเซาะของดินในระดับที่รุนแรง ทำให้ความหนาแน่นของมวลดินลดลง จนเกิดพังทลาย รวมถึงเกิดภัยธรรมชาติอื่นๆ อาทิ แผ่นดินไหว อุทกภัย คลื่นซัดฝั่ง การกระทำของมนุษย์ อาทิ การตัดไม้ทำลายป่า การทำเกษตรในพื้นที่ลาดชัน การก่อสร้างบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ดินลาดชันมาก และเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการไหลของน้ำ เมื่อฝนตกอย่างต่อเนื่องดินจะชุ่มน้ำ และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จึงเลื่อนไหลถล่มลงมา พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ได้แก่ บริเวณที่ลาดเชิงเขาหรือที่ใกล้ลุ่มใกล้เชิงเขาที่มีการพังทลายของดินสูง บริเวณที่เป็นทางลาดชันและมีก้อนหินขนาดใหญ่ฝังตัวในดิน บริเวณที่ลาดต่ำที่มีชั้นดินหนาและอิ่มตัวในน้ำ ภูเขาสูงที่มีการตัดไม้ทำลายป่า และไม่มีพืชปกคลุมดิน หมู่บ้านหรือชุมชนที่อยู่ติดภูเขาและใกล้ลำห้วย พื้นที่หน้าหุบเขาที่เคยเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม หรือมีร่องรอยดินไหล ลำห้วยหรือลำธารที่มีกองหินหลายขนาดปะปนมาตลอดท้องน้ำ หรือมีเนินทรายปนโคลนและต้นไม้ สัญญาณเตือนก่อนดินถล่ม ได้แก่ ความผิดปกติทางธรรมชาติ เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมากกว่า […]

1 … 363 364 365 366 367 … 437