72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

(มีคลิป) ชาวลำพูนตื่นตระหนก ควันไฟพุ่งโขมงสู่ท้องฟ้าสาเหตุคนมือบอนจุดไฟเผาหญ้าระดมรถดับเพลิง 6 แห่งเข้าดับไฟ

เมื่อเวลาประมาณ 12.35 น. วันที่ 18 ม.ค. 2564 ชาวเมืองลำพูนรวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับผ่านไปมาบนถนนชุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง และบนถนนสายต่าง ๆ ที่วิ่งผ่านเข้าออก-ตัวเมืองลำพูน ต้องตื่นตระหนกจากควันไฟที่พุ่งโขมงขึ้นสู่ท้องฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ในระยะใกล้-ไกล ขึ้นที่บริเวณบ้านหนองบัวดอยติ หมู่ 2 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน ทางด้านนายประเคน คงละ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านหนองบัวดอยติ ต.ป่าสัก เมื่อทราบเหตุได้แจ้งไปยัง หน่วยบรรเทาสาธารณภัย ทต.ป่าสัก นำรถน้ำจำนวน 1 คันไปดับไฟที่โหมกระหน่ำลุกไหม้เป็นวงกว้าง พร้อมกับขอความช่วยเหลือจาก หน่วยบรรเทาสาธารณภัย ทต.เวียงยอง,ทต.บ้านกลาง,ทต.ศรีบัวบาน,รถน้ำจากเครือสหพัฒน์ฯ,และหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอำเภอเมืองลำพูน นำเจ้าหน้าที่และรถน้ำมาสกัดกั้นไฟไหม้หญ้าแห้ง นานประมาณ 30 นาทีไฟได้สงบลง นายประเคนฯกล่าวว่าการเกิดไฟไหม้หญ้าแห้งครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณทุ่งนาร้าง ด้านหลังโรงฟักไข่มีเนื้อที่ประมาณไร่เศษ มาจากคนมือบอนจุดไฟเผาหญ้าแห้งขึ้น และถือว่าที่ไฟไม่สามารถลุกลามไปอีกฝั่งทัน เนื่องจากมีรางรถไฟขวางกั้นอยู่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ฯสามารถดับไฟไว้ได้ อย่างไรก็ตามทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ประกาศห้ามเผาทุกชนิดในช่วงหน้าแล้งนี้แต่ก็มีคนมือบอนลักลอบจุดไฟเผาดังกล่าว

นายอำเภอพบพระ จ.ตาก สำรวจแหล่งน้ำ วางแผนแก้ไขปัญหาน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคณ์ ในสถานการณ์ภัยแล้งที่จะมาถึง

  เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 นายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก ได้มอบหมายนายรัตนกุล สังขศิลา ปลัดอำเภอ ออกสำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่ ต.รวมไทยพัฒนา เพื่อประเมินสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังมาถึง สำหรับการวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ที่ผ่านมา อ.พบพระได้รับการสนับสนุนงบประมาณขุดสระเก็บน้ำจำนวน 12 แห่ง ในพื้นที่ ต.ช่องแคบ ต.คีรีราษฎร์ และ ต.รวมไทยพัฒนา ซึ่งสระน้ำทั้ง 12 แห่ง ยังมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค แต่ยังไม่มีเพียงพอสำหรับการเกษตร ยังมีความจำเป็นที่จะต้องขุดสระเก็บน้ำเพิ่มเติม ประกอบกับพื้นที่ของ ต.รวมไทยพัฒนา ต.คีรีราษฎร์ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่ถือได้ว่าเป็นครัวของประเทศไทย ที่ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งขายไปยังตลาดไทย ตลาดสี่มุมเมือง ไม่ว่าจะเป็น พริก, ผักกาด, หัวไชเท้า, ต้นหอม , พริกหวาน, กระหล่ำ, มะเขือ, ถั่วฝักยาว ฯลฯ อ.พบพระ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกพืชผัก สวนผลไม้ ปัญหาของทุกปีจะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และบางหมู่บ้าน […]

คณะสงฆ์ อ.ร้องกวาง รินน้ำใจปันสุข ให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยบ้านน้ำเลา

เรื่องราวของเมตตาธรรมค้ำจุนโลก ช่วยเหลือชาวบ้านในยามประสบเคราะห์กรรมรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อพระครูวิทิตธรรมวิมล รักษาการเจ้าคณะ อ.ร้องกวาง และ พระครูกิตติชัยวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะ อ.ร้องกวาง นำคณะสงฆ์ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ พร้อม นายทนงคาร อินต๊ะวัง ผญบ.ทรัพย์ไพรวัลย์ หมู่ 10 ต.น้ำเลา นายทองห่วน สุปัญญา รองนายก อบต.น้ำเลา ร.ต.ต.สุรชัย วรินทร รองสว.(ป)สภ.ร้องกวาง หัวหน้าหน่วยบริการประชาชน ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง นำปัจจัย 18,240 บาท พร้อมทั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง นม น้ำดื่ม มอบให้กับ นางวรรณา เทพิกัน และลูกชาย 2 คน หลังจากบ้านถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต และสร้างบ้านหลังใหม่ต่อไป โดยบ้านที่ถูกไฟไหม้เลขที่ 19 บ้านทรัพย์ไพลวัลย์ ม.10 […]

(มีคลิป) อากาศหนาวเย็นในช่วงค่ำคืนของเชียงใหม่ กลุ่มอาสากู้ภัยไม่รอช้า ระดมกำลังและทุนทรัพย์จากผู้ใจบุญ ออกแจกผ้าห่ม หน้ากากอนามัย ให้กับคนไร้บ้านตามสถานที่ต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่

ช่วงค่ำคืนวันที่ 14 ม.ค.64 รายงานข่าวแจ้งว่า จากการที่ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดวันและกลางคืนนั้นอากาศก็จะลดลงมาเหลืออุณหภูมิประมาณ 14-15 องศาเซลเซียสอย่างฉับพลัน ส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่ ต่างพากันหาเสื้อกันหนาวและเครื่องสวมใส่ให้ร่างกายอบอุ่น แต่ก็มีประชาชนอีกจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มคนเร่ร่อนและอาศัยนอนตามรายทาง ต้องทนกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย หน่วยกู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ ประมาณ 20 คนได้ร่วมกันนำผ้าห่ม และเสื้อกันหนาวที่ได้รับจากการบริจาค นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ และกลุ่มคนไร้บ้านที่อาศัยหลับนอนตามที่สาธารณะ บางคนที่ต้องออกมาใช้ชีวิต และประกอบอาชีพยามค่ำคืน ท่ามกลางอากาศหนาว ประมาณ 14-15 องศาเซลเซียส ซึ่งจากการลงพื้นที่มอบสิ่งของนั้นพบว่าหลายคนยังขาดแคลน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้เตรียมผ้าห่ม เสื้อกันหนาว หน้ากากอนามัย รวมถึงยาสามัญ ไปบริจาคให้คนไร้บ้านทั่วเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่หลายกลุ่มทำตามกันอย่างน่าชื่นชมในการแบ่งปัน และหลายคนหวังว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งต่อยอดในการแบ่งปันและช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกันในรูปแบบต่างๆ ที่สร้างสรรค์เช่นนี้ โดยทางด้าน นายทิวลิป มหาวงค์ นายกสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างฉับพลันในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ หันมาสวมใส่เครื่องนุ่งห่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขณะเดียวกัน ตนก็เห็นว่ากลุ่มคนยากไร้ และกลุ่มคนที่เร่ร่อนนอนริมทางนั้นต้องได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้อย่างแน่นอนเพราะในทุกปีที่ผ่านมา ตนกับกลุ่มอาสาในชมรมก็เคยร่วมกันทำกิจกรรมเช่นนี้มาแล้ว เช่นเดียวกันกับในปีนี้ พอเห็นว่าสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นลง ตนกับสมาชิกในสมาคมจึงคิดว่าคนเร่ร่อนพเนจร และคนยากไร้ที่นอนริมทางคงต้องทนหนาวนอนอย่างแน่นอน ดังนั้นตนกับสมาชิกจึงได้ระดมทุน […]

ฤดูเผาป่ามาถึงเชียงใหม่แล้ว จนท.เร่งดับไฟป่า พื้นที่ อ.สันกำแพง

ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นไปของ วันที่ 14 ม.ค.64 นายกิติศักดิ์ ปานะโปย หน หน่วย ป้องกันรักษาป่าที่ ชม.9 (ดอยสะเก็ด) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ดอยสะเก็ดและหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.9 (ดอยสะเก็ด) ร่วมกับผู้ใหญ่”บ้านดอยซิว”และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยทราย อ.สันกำแพง ทำการดับไฟป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ”ป่าแม่ออน” ท้องที่บ้านดอยซิว ม.6 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง เริ่มดับเวลา 13.00 น.ดับเสร็จ เวลา 15.00 น. พื้นที่เสียหายประมาณ 15 ไร่ พิกัด 47Q 519977 UTM 2074798 ชนิดป่าไม้เต็งรัง ไม่ทราบสาเหตุการเกิดไฟป่าในครั้งนี้ เริ่มประกาศมาตั้งวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่าน

วอด 10 ไร่ ! ชุดปฎิบัติการดับไฟป่าแม่สะเรียง เร่งดับไฟป่าหลังปะทุขึ้นอีกครั้ง บริเวณ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 17.50 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 จัดกำลังพลชุดปฎิบัติการดับไฟป่า สนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ร่วมกับ นายลิขิต ไหวพรม หัวหน้าอุทยานแม่สะเรียง เตรียมการร่วมดับไฟป่าบริเวณด้านทิศเหนือของค่ายเทพสิงห์ (ห่างประมาณ 1-2 กิโลเมตร ) ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีไฟลุกไหม้เป็นบริเวณกว้าง เกรงจะลุกลามเข้าถึงเขตสถานที่ราชการ จากนั้น พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 จึงสั่งการให้ชุดบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่อุทยานแม่สะเรียง (เตรียมการ) เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง ร่วมกันดับไฟป่าและทำแนวกันไฟป้องกันการลุกลาม บริเวณทางเข้าวัดถ้ำพระ หมู่ที่ 6 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ สามารถควบคุมไฟในบริเวณดังกล่าวได้เรียบร้อย ในเวลาประมาณ 19.00 น. เนื่องจากไฟป่าที่ยังลุกลามไม่มาก ยังไม่สร้างความเสียหายมากนัก เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นโปรดแจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1362 ได้ตลอด […]

ระทึก!! เกิดไฟไหม้บ้านที่ อ.วังเหนือ ขณะเจ้าของบ้านสองสามีภรรยาออกไปทำไร่ บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง ทรัพย์สินเงินทองมอดไปกับกองไฟ

วันที่ 13 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 09.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้าน ในหมู่บ้านป่าลัน หมู่ 5 ต.วังทอง อ.วังเหนือ เบื้องต้นจึงแจ้งประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.วังทอง และใกล้เคียงออกให้การช่วยเหลือ จากนั้นจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ จากนั้นทางพนักงานสอบสวนเวร สภ.วังเหนือ จึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมรักษาการนายอำเภอวังเหนือ เจ้าหน้าที่ ปภ.ลำปาง สาขาวังเหนือ นายก อบต.วังทอง และส่วนผู้เกี่ยวข้อง โดยบ้านที่เกิดเหตุ สร้างเป็นบ้านไม้ยกสูง ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เผาผลาญจนมอดทั้งหลัง แต่ไม่ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียงแต่อย่างใด ต่อมาทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเลขที่ 20 เจ้าของบ้านคือ นายพัด ศรีโวย อายุ 56 ปี และนางคำมูล คิดอ่าน ขณะเกิดเหตุทั้งสองไม่ได้อยู่ภายในบ้าน โดยหลังทราบข่าวต่อมาได้เดินทางมาดูบ้านของตนเอง ซึ่งต้องแทบเข่าทรุดเมื่อพบว่าบ้านของตัวเองถูกไฟไหม้มอดทั้งหลัง เบื้องต้นให้การว่าทั้งสองคน ได้ออกจากบ้านไปทำไร่ตั้งแต่เช้า และได้ปิดบ้านเอาไว้ ซึ่งในบ้านได้เก็บเงินเอาไว้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ถูกไฟไหม้จนไม่เหลือ นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินเสียหายไปอีกหลายรายการ […]

(มีคลิป) แม่บ้านออกไปข้างนอก กลับเข้าบ้านเข่าทรุด ! ไฟไหม้บ้านทั้งหลังไม่เหลืออะไรแล้ว

เหตุเพลิงไหม้ขณะเจ้าของไม่อยู่บ้าน เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มกราคม 2564 ขณะที่ ร.ต.อ.ปิยะพงษ์ กัญชนะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ร้องกวาง จ.แพร่ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนประจำวัน สภ.ร้องกวางอยู่นั้นได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน ที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 10 ต.นํ้าเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.วิชา กันทาสุข ผกก.สภ.ร้องกวาง ทราบและรุดไปบ้านเกิดเหตุร่วมกับสายตรวจตำบลน้ำเลา พร้อมกันนี้ได้ประสานนายสมนึก ดวงใน นายกอบต.น้ำเลา นายสุรสิทธิ เพชรปิตุพงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลร้องกวาง นำรถดับเพลิงไประงับเหตุ เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุพบว่าไฟกำลังโหมไหม้บ้านชั้นบนซึ่งเป็นบ้านไม้ยกสูงต่อเติมชั้นล่าง เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ด้านบนไม้เป็นเขื้อเพลิงอย่างดีทำไฟไหม้ไหม้บ้านอย่างรวดเร็วรถดับเพลิงใช่เวลากว่า 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้แต่ตัวบ้านด้านบนเสียหายหมด ต่อมานางวรรณา เทพิกัน อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านขณะเกิดเหตุไม่อยู่บ้าน กลับมาบ้านพบสภาพบ้านถูกไฟไหม้หมดถึงกับเข่าทรุดเพื่อนบ้านต้องเข้ามาประคองปีกปลอบใจ จากการสอบของตำรวจชาวบ้านคนหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้านเกิดเหตุให้การว่าขณะไฟไหม้บ้าน เกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้านไปทำงานนอกบ้านกันหมด เห็นเพลิงไหม้จึงช่วยดับไฟก่อน แต่เพลิงโหมไหม้ลุกอย่างรุนแรง และรถดับเพลิง มาช่วยควบคุมเพลิงได้ก่อนลุกลามเป็นวงกว้าง เสียหายบริเวณบนบ้านมีทรัพย์สินถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายหมด จากนั้น […]

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33ฯ ออกช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้รีสอร์ทหลังเก่าได้รับความเสียหาย จ.ตาก

กองบัญชาการกองทัพไทย (หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา) โดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33ฯ จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมยุทโธปกรณ์ ออกช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้รีสอร์ทหลังเก่าได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 เวลา 12.00 – 16.00 บก.ทท. (นทพ.) พ.อ.ยศศักดิ์ บรรเทา ผบ.นพค.33 สนภ.3 นทพ./ผอ.ศบภ.นพค.33ฯ/จิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำ รุ่นที่ 2/61 รหัส 2A-151 จัดกำลังพลชุดบรรเทา สาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 10 นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ (หัวฉีดดับเพลิง) ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการ ฉก.ร.4, อำเภอแม่สอด, ทต.นครแม่สอด, อบต.แม่ปะ, อบต.แม่ตาว, อบต.พระธาตุผาแดง, ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 พร้อม อปพร., มูลนิธิการกุศล และส่วนราชการในพื้นที่ […]

ลำพูน เคาะมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ตั้งเป้าคุณภาพอากาศต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

พ่อเมืองลำพูน นั่งหัวโต๊ะเคาะมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ตั้งเป้าคุณภาพอากาศต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สั่งขับเคลื่อนนโยบายชิงเก็บก่อนเผา ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เตรียมลงดาบเจ้าของที่ดิน หากปล่อยพื้นที่รกร้างถูกลักลอบเผา จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย . วันที่ 11 มกราคม 2564 นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน (ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5) จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติ อันจะก่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้การจัดการเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป . ในการนี้ที่ประชุมรับทราบประกาศจังหวัดลำพูน เรื่อง การกำหนดเขตควบคุมการเผาและการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าตามหลักวิชาการ กำหนดพื้นที่เป็นโซนควบคุมรายอำเภอ จำนวน 2 โซน คือ โซนที่ 1 อำเภอเมืองลำพูน อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ และอำเภอทุ่งหัวช้าง […]

อำเภอสองเดินสายแจกผ้าห่มกันหนาวให้ชาวบ้าน ในเขตตำบลสะเอียบ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 เวลา 13.00 น. นายกิติพัฒน์ กะวัง นายอำเภอสอง พร้อมด้วยนายก อบต.สะเอียบ กำนันตำบลสะเอียบ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ยม ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสอง นายกสมาคมกู้ภัยสองรวมใจ ได้ร่วมกันนำผ้าห่มมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ที่ได้รับมอบจากจังหวัดแพร่ ไปแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ยากไร้เพื่อบรรเทาความหนาว แก่ประชาชนบ้านนาหลวง หมู่ที่ 2, บ้านนาฝาย หมู่ที่ 4 และ บ้านท่าวะ หมู่ที่ 8 ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ รวม 3 หมู่บ้านจำนวน 54 ราย ทั้งนี้โดยนำไปมอบแยกเป็นรายหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

(มีคลิป) ไฟไหม้บ้านวอด! หลังออกไปกรีดยางที่สวนโดยให้ย่ากับหลานเฝ้าบ้าน

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 05.00 น.   ร.ต.อ.ภวิชช์ มุขเพ็ชร พงส. สภ.ภูเพียง จ.น่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่านว่า มีเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชน ที่หมู่บ้านแก่นนคร หมู่ 10 ตำบลน้ำแก่น  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.บุญส่ง  นิกรเถื่อน ผกก.สภ.ภูเพียง ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้  ชั้น 1 เป็นปูน ชั้น 2 เป็นไม้ หลังคาของอาคารมุงด้วยกระเบื้อง เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านซึ่งเป็นบ้านของนายอิ่นคำ  อนันต๊ะ  อายุ 68 ปี  บ้านเลขที่ 83 หมู่ 10 ตำบลน้ำแก่น  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมีรถบรรทุกน้ำดับเพลิงของ อบต.น้ำแก่น , อบต.น้ำเกี๋ยน , […]

1 … 392 393 394 395 396 … 437