72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

อปท.ไม่ทิ้งกันยามเมื่อมีภัยพิบัติให้ความช่วยซึ่งกันและกัน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2556 เวลา 10.00 น..นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมนายพิชิต โมกศรี ปลัดเทศบาลเมืองน่าน ได้นำทีมงานจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองน่าน เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม อำเภอเวียงสา ล่าสุดระดับน้ำยังคงท่วมขังที่บ้านต้นหนุน บ้านดอนแท่น และบ้านหนองเนื่องจากมีคันดินล้อมรอบ คันดินดังกล่าวเดิมสร้างโดยมีวัตถุประสงค์กั้นน้ำจากลำน้ำน่าน แต่ปีนี้ปรากฏว่าน้ำสา ได้ไหลข้ามถนนมาส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำลุ่มต่ำ จึงกักน้ำสูงกว่าสองเมตรไว้ โดยคันดินมีกล่องเกเบี้ยนอยู่ด้านล่าง หากเจาะคันดินแล้ว จะส่งผลให้น้ำปริมาณกว่า 6 แสนลูกบาศก์เมตรในเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ทะลักและอาจจะทำให้คันดินพังเป็นบริเวณกว้างและหากน้ำจากลำน้ำน่านมีปริมาณสูงขึ้น เนื่องจากน้ำจากตอนเหนือไหลมาสมทบ จะส่งผลให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณนั้นหนักกว่าเดิม ดังนั้นทางนี้เทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็นเครือข่าย อปท.ท้องถิ่นด้วยกัน จึงได้เครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่องมาข่วยสนับสนุนสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยในพื้นที่ดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานสนง.ปภ.จ.น่าน , ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย , ศูนย์ ปภ. เขต 10 ลำปาง , กรมชลประทาน […]

สนง.ปภ.จ.น่าน เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , นายนิวัฒน์ งามธุระ ปลัดจังหวัดน่าน , นายเกรียงไกร เวชอนุรักษ์ นายอำเภอเวียงสา , นาย กองทัพ เนมีย์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลสูบน้ำที่ 1 สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน โดยนายเมฆินทร์ อินนะไชย รกน.หัวหน้าสนง.ปภ.จ.น่าน สาขานาน้อย เปิดเผยว่า สนง.ปภ.จ.น่าน สาขานาน้อย ร่วมกับศูนย์ ปภ. เขต15 เชียงราย ศูนย์ ปภ. เขต 10 ลำปาง ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล จำนวน 2 คัน ชุดอุปกรณ์สูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 2 คัน รถชุดเครื่องสูบน้ำท่วมขัง […]

กอ.รมน.จังหวัดน่านเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบอาหารพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 200 ชุด

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 63 เวลา 10.35 น. พ.อ. รุศมนตรี จิณเสนรอง.ผอ.รมน.จังหวัดน่าน (ทหาร) มอบหมายให้ นายมงคล สายสูง ชุดวิทยากรครูฝึก อพป.กอ.รมน.จังหวัดน่าน เป็นผู้แทนนำอาหารและน้ำดื่ม จำนวน 200 ชุด ไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่บ้านต้นหนุน ม.5 ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำลดลงแล้วอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยกำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

นพค.36 ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วเข้าขนย้ายข้าวของราษฎรบ้านแม่สามแลบ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ( นพค.36 สนภ.3นทพ.)จ.แม่ฮ่องสอน ส่งกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว 36 เข้าช่วยเหลือราษฏรบ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยช่วยขนย้ายสิ่งของและอพยพประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งให้ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย จำนวน 22 ครอบครัว ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมาในพื้นที่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ระดับน้ำแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรหมแดนไทย-เมียนมา เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยว ทำให้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ แม่น้ำสาละวิน ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร ร้านค้า อาคารสถานที่ราชการที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ราษฏรในพื้นที่ต่างหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนเมื่อครั้งปี 2547 ที่ผ่านมาจึงได้ระดมกันขนย้ายสิ่งของที่มีค่า รวมที่หลับที่นอนเพื่อความปลอดภัยนอกจากนี้หลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลแม่สามแลบ แม่น้ำสาละวินหนุนขึ้นอย่างรวดเร็วและท่วมถนนสายหลัก สูง 1 เมตร บริเวณเส้นทางระหว่าง บ้านแม่สามแลบ-บ้านสิวาเดอ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ รวมถึงอาคารสถานที่ราชการบางส่วน เบื้องต้นรถจักรยานยนต์ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ […]

ส.ส.ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู มอบสิ่งของให้ 3 หมู่บ้าน ชาวตำบลป่าแมตขอบคุณอบจ.แพร่

เมื่อบ่ายวันวันที่ 24 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 น.นางธนินจิตรา ศุภศิริ และ นางกมลลักษณ์ กิตติทนพัติน์ (ป้ากิ้ง หัวหน้าแก๊งค์แซ่บเวอร์) ตัวแทน ส.ส.ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ได้นำถุงยังชีพไปมอบให้ 3 หมู่บ้านบนดอยบ้านน้ำกลาย บ้านปากกลาย บ้านห้วยหยวกที่โดนอุทกภัย พายุฮีโกส น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มให้ได้รับความลำบาก ทางส.ส.ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความห่วงใยเลยได้ให้ทาง สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ สาขาแพร่ จัดถุงยังชีพไปมอบให้ทั้ง 3 หมู่บ้าน จำนวน 300 ถุง และนายวิทยา กันกา นาย อบต.ป่าแดง 200 ชุด น้ำดื่มจากทีมอ๊อฟโรด จ แพร่ 50 แพ็ค และรถอ๊อฟโรด อีก 8 คัน นำโดย นายนพดล สายตรง ประธานอ๊อฟโรด […]

นพค.36 เคลียร์เปิดเส้นทางให้ชาวบ้าน 250 หลังคาเรือน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ( นพค.36 สนภ.3 นทพ.) จ.แม่ฮ่องสอน ได้ส่งเครื่องจักรกลรถแบคโฮพร้อมด้วยกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว นพค.36 เปิดเส้นทางถนนระหว่างบ้านแม่ปาง-บ้านแม่แป ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินภูเขาไหลลงมาทับถนน จำนวน 3 แห่ง และมีน้ำกัดเซาะถนน นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ล้มปิดขวางเส้นทาง ราษฎรทั้ง 2 หมู่บ้าน จำนวน 250 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่หน่วย ฯ ต้องใช้รถแบคโฮทำการตักดินที่ไหลลงมา ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางให้ราษฎรสามารถใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังได้ส่งชุดปฏิบัติงานช่างบรรเทาสาธารณภัยชุดที่ 2 พร้อมกำลังพล เข้าไปทำการเปิดเส้นทางบ้านหัวลา-บ้านแม่ขีด ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย ซึ่งมีดินภูเขาไหลลงมาทับเส้นทางเช่นกัน สามารถเปิดเส้นทางให้ราษฎรสัญจรไปมาได้เรียบร้อยแล้ว สำหรับสถานการณ์พายุฝนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและ มีเฆมปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งวัน ระดับน้ำในแม่น้ำปายเริ่มลดลงอยู่ในระดับเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

ไฟไหม้บ้านคนแก่วอดทั้งหลัง อ.สันกำแพง

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 24 ส.ค.63 ร.ต.อ.ชัยวัฒน์  เชื้อเมืองพาน รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้าน บ้านเลขที่100/1 หมู่ 1 ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง  จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อม นายพิภพ ขันแก้ว ผญบ.เจ้าของพื้นที่ และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลสันกำแพงพร้อมผู้บริหาร จึงได้ช่วยกันฉีดน้ำดับไฟไหม้บ้านใช้เวลาประมาณ 30 นาที จนเพลิงสงบลงเป็นบ้านของ นางจันทร์สม  มะลิทอง อายุ  76  ปี บ้านเลขที่100/1 ม.1 ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง เชียงใหม่ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จากการไฟไหม้ในครั้งนี้ ทางด้านนายพิภพ ผญบ.ให้การเบื้องต้นว่า นางจันทร์สม อยู่คนเดียวทางญาติๆ ไปอยู่หมู่บ้านอื่นกันหมด เป็นบ้านชันเดียวทำด้วยปูนซีเมนต์ เสียหายทั้งหลังพร้อมของเครื่องใช้ภายในบ้าน ส่วนค่าเสียหายประมาณคงจะหลักหลายแสนบาทขึ้นไป  เหตุการณ์ในครั้งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด  ทางร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้แจ้งให้วิทยากองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ให้แน่นอน  ส่วนทาง ผญบ.ชาวบ้านและผู้บริหารเทศบาลจะได้ให้การช่วยเหลือนางจันทร์สม ต่อไป

อำเภอแม่ออน หลายฝ่ายช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ส.ค. 63 นายสุเทพ แสนมงคล นายอำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า  จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่ออน ตั้งแต่วันที่ 21-ที่ผ่านมา จนถึง 23 นี้ ทำให้เกิดปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ต้นน้ำต่างๆ จึงเกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชน รวมถึงเกิดดินถล่มสไลด์ เสาไฟฟ้าล้มและต้นไม้หักโค่นปิดเส้นทางสัญจรในหลายพื้นที่มี ต.ห้วยแก้ว หมู่บ้าน”แม่กำปอง “บ้านแม่ลาย” บ้านป๊อก” และบ้านธารทอง  ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่และ  “บ้านแม่รวม” ต.ทาเหนือ และในตำบลต่ ๆ ในพื้นที่ อ.แม่ออน  จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ แก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้าน เช่นมี หน.ส่วนราชการปลัดความมั่นคง  อบจ.เชียงใหม่ ทางหลวงชนบท การไฟฟ้าแม่ออน  ฝ่ายปกครอง อบต. อส. กำนัน ผญบ.ทั้ง 6 ตำบล 49 หมู่บ้าน ผู้ที่เกี่ยวข้อง  […]

น้ำจากแม่น้ำสาละวินหนุนท่วมถนนสูง 1 เมตร เส้นทางระหว่าง บ.แม่สามแลบ-บ.สิวาเดอ อ.สบเมย ด้าน จนท.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันนี้ 24 ส.ค. 63 เวลา 06.00 น. ร้อย.ทพ.3606 ฉก.ทพ.36 ชป.บรรเทาสาธารณภัย ฐานฯแม่สามแลบ เข้าสำรวจ ประจำจุด ให้การช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ เนื่องจากแม่น้ำสาละวินหนุนท่วมถนนสูง 1 เมตร บริเวณพิกัด LV664885 (แม่ปัว) เส้นทางระหว่าง บ.แม่สามแลบ-บ.สิวาเดอ ม.3 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รถยนต์, รถจักรยานยนต์ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หน่วยได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือราษฎร ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะรายงานให้ทราบต่อไป

(มีคลิป) มวลน้ำจำนวนมหาศาลจาก รัฐคะยา ประเทศเมียนมา หลั่งไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนและสถานที่ราชการในพื้นที่บ้านแม่สามแลบ แม่ฮ่องสอน อย่างหนัก

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 เวลา 06.00 น. พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้กำลังพลทหารพรานจาก กองร้อยทหารพรานที่ 3606 และชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ฐานปฏิบัติการแม่สามแลบ เข้าให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำสาละวินที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรและรวมไปถึงสถานที่ราชการในหมู่บ้านแม่สามแลบ นอกจากนั้นน้ำสาละวินยังได้บ่าเข้าท่วมเส้นทาง ระหว่างบ้านแม่สามแลบ – บ้านสิวาเดอ หมู่ 3 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่หมู่บ้านแม่สามแลบ ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวินยังคงเพิ่มสูง และท่วมขังเส้นทางเดินรถและบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ราษฎรบ้านผาซอง จ.ลอยก่อว์ รัฐคะยา สหภาพเมียนมา ได้โพสคลิปปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวินที่กำลังไหลบ่าและเพิ่มปริมาณสูงมากเป็นประวัติการณ์ และน้ำสาละวินยังได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่บ้านผาซอง และหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นจำนวนมาก โดยพบว่ายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

จ.แพร่ ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อการให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าว จ.แพร่ รายงานมาจาก จ.แพร่ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแพร่ ได้ออกประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสรรารณภัยในพื้นที่อำเภอสูงเม่น อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอลอง อำเภอสอง อำเภอเมืองแพร่ และอำเภอวังชิ้น ตามที่ได้เกิดเหตุอุทกภัย จากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในเขตพื้นที่ ที่มีการรายงานเหตุด่วนสาธารณภัยของอำเภอต่างๆ ประกอบด้วย อำเภอสูงเม่น หมู่ที่ 1-5 ตำบลพระหลวง หมู่ที่ 1-10 ตำบลดอนมูล หมู่ที่ 1-6 ตำบลบ้านกวาง หมู่ 1-11 ตำบลร่องกาศ หมู่ที่ 3, 4, 7 ตำบลบ้านเหล่า หมู่ที่ 4, 5, 12 ตำบลน้ำชำ หมู่ที่ 1-13 ตำบลหัวฝาย หมู่ที่ 5, 6 ตำบลสบสาย อำเภอหนองม่วงไข่ หมู่ที่ […]

ขอความช่วยเหลือ นักเรียน ป.3 รร.ร่ำเปิงวิทยา ประสบเหตุไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2(สพป.ชม.2) ได้รับแจ้งจาก นายณัฐวรรธน์ ดอนดี ผู้อำนวยการโรงเรียนร่ำเปิงวิทยา ว่าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 17.30 น. เกิดเหตุไฟไฟไหม้บ้านนักเรียน ด.ญ.นันท์นภัส ภูสนาม นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนร่ำเปิงวิทยา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เบื้องต้น ทางโรงเรียน และ สพป.ชม. 2 นำโดย ดร.สุทธิชัย เดชสุวรรณนิธิ ผู้อำนวยการ สพป.ชม. 2 ให้ความช่วยเหลือมอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนหนึ่งให้แก่ครอบครัวนักเรียน อนึ่งหากท่านใดมีประสงค์ร่วมบริจาคเงิน ช่วยเหลือครอบครัว ด.ญ.นันท์นภัส ภูสนาม ได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน สาขาแม่แตง ชื่อบัญชี ด.ญ.นันท์นภัส ภูสนาม เลขที่บัญชี 020288366063 ทางครอบครัวด.ญ.นันท์นภัส ภูสนาม ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือมาครั้งนี้

1 … 416 417 418 419 420 … 437