ชุดสืบ ภ.จว.เชียงราย ตามรวบแก๊งขนยา 2 ราย ยึดยาบ้ากว่าครึ่งล้าน

ชุดสืบ ภ.จว.เชียงราย ตามรวบแก๊งขนยา 2 ราย ยึดยาบ้าครึ่งล้านเม็ด ที่ด่านตรวจท่าก๊อ อ.แม่สรวย

วันที่ 23 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงค์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ปริญญา เพชรมี ผกก.สภ.แม่สรวย จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พิชิตพงศ์ ทะนันชัย สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และพวก ติดตามจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน เพื่อส่งเข้าจำหน่ายในพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 5 แสนเม็ด และจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดได้จำนวน 2 ราย ยังอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 1 ราย

ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย (ชปส.ภ.จว.เชียงราย) ได้รับแจ้งจากสายลับว่าเครือข่ายยาเสพติดในพื้น ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทา ทะเบียน เชียงราย และรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า สีแดง ทะเบียน กทม. (ป้ายปลอม) เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้เฝ้าระวังรถยนต์คันดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาวันที่ 20 ก.พ. เวลาประมาณ 10.00 น.เศษ พ.ต.ต.พิชิ ตพงศ์ ทะนันชัย สว.กก.สส.ภ.จว.
เชียงราย หน.ชปส.ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับว่ารถยนต์ตามที่ได้รับแจ้งทั้ง 2 คัน แล่นออกจากพื้นที่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย แล่นผ่านสิงห์ปาร์คเชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่สรวย – อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ลักษณะมีพิรุธแล่นนำและตามกันไปตลอดเส้นทาง จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย ทราบ และได้รับคำสั่งให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย ออกติดตามทำการสืบสวน/จับกุม และได้ประสานไปยัง สภ.แม่สรวย และ สภ.เวียงป่าเป้า เพื่อร่วมในการสืบสวน/จับกุม

ต่อมาเวลาประมาณ 11.45 น. ของวันเดียวกัน (20 ก.พ. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทา ทะเบียน เชียงราย จอดบริเวณไหล่ทางถนนสายแม่สรวย – เวียงป่าเป้า เขตบ้านโฮ่ง ม.7 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แล้วแล่นมุ่งหน้าไปยังจุดตรวจยาเสพติดท่าก๊อ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยาเสพติดท่าก๊อฯ ทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบนายมานพ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวบ้าน ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ผู้ต้องหาที่1) เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว และมีนายสุรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ผู้ต้องหาที่ 2) นั่งโดยสารด้านหน้าข้างคนขับ ในระหว่างทำการซักถามนั้น นายมานพและนายสุรชัย ได้แสดงอาการมีพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น และมีโทรศัพท์โทรเข้ามาตลอดเวลา จึงได้เชิญตัวมาทำการตรวจค้นตัวและรถยนต์กระบะโดยละเอียด ณ จุดตรวจยาเสพติดท่าก๊อ

ในระหว่างทำการตรวจค้นอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า สีแดง ทะเบียน กทม. (ป้ายปลอม) แล่นออกมาจากถนนสายรอง ซึ่งเป็นเส้นทางหลบจุดตรวจยาเสพติดท่าก๊อ แล้วแล่นมุ่งหน้าไป อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงเขตบ้านหนองหล่ม ม.4 ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย รถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้าคันต้องสงสัย ได้แล่นโดยใช้ความเร็ว แล้วเลี้ยวเข้าไปในซอย 8 บ้านหนองหล่ม จากนั้นแล่นหลบหนีไปจอดบริเวณสวนลำไย เขตบ้านหนองหล่ม นายสงกรานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวบ้าน ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ได้เปิดประตูรถวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้วิ่งติดตามไปแต่ไม่สามารถติดตามทันได้

จากการตรวจสอบรถยนต์เก๋ง พบโทรศัพท์มือถือของกลาง วางอยู่บนเบาะรถยนต์ และเมื่อเปิดฝากระโปรงหลังรถยนต์ฯ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ชนิดกลมแบนสีส้ม ประทับตรา WY จำนวน 200 เม็ด ต่อ 1 ถุง มัดรวมกันมัดละ 10 ถุง รวมเป็นมัดละ 2,000 เม็ด ห่อกระดาษสาสีขาวประทับตราสัญลักษณ์ไก่ชน ดาวห้าดวงสีน้ำเงิน พันด้วยพลาสติกใส และมัดรวมกันจำนวน 10 มัด แล้วห่อหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลือง ประทับตราสัญลักษณ์ไก่ชน ดาวห้าดวงสีน้ำเงิน อีกชั้นหนึ่ง มัดรวมกันเป็นแพ็คจำนวน 50 แพ็ค บรรจุในกระสอบหลากสี ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกชั้นหนึ่ง รวมยาบ้าจำนวนประมาณ 500,000 เม็ด

นายมานพ (ผู้ต้องหาที่ 1) ให้การว่า วันที่ 20 ก.พ. 68 จำเวลาไม่ได้ นายสงกรานต์ (พี่ชาย) ได้ชักชวนให้ขับรถยนต์นำทางเพื่อลำเลียงยาเสพติดไปส่งพื้นที่ตอนใน ตนเองจึงขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทา ทะเบียน เชียงราย เดินทางมากับนายสุรชัย (ผู้ต้องหาที่ 2) โดยให้นายสุรชัยทำหน้าที่โทรศัพท์แจ้งนายสงกรานต์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านหรือไม่ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด ส่วนนายสุรชัย (ผู้ต้องหาที่ 2) ให้การว่า วันที่ 20 ก.พ. 68 จำเวลาไม่ได้ นายสงกรานต์ได้โทรมาหาผ่านแอพพลิเคชั่นแมสเซนเจอร์ โดยบอกให้ไปนั่งโดยสารรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทา ทะเบียน เชียงราย ร่วมกับนายมานพ (ผู้ต้องหาที่ 1) ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ และให้ตนเองทำหน้าที่โทรศัพท์คุยกับนายสงกรานต์ เพื่อแจ้งการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้นายสงกรานต์ได้ว่าจ้างตนเองให้ร่วมในการลำเลียงยาเสพติดมาแล้วจำนวน 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างเป็นเงินสด ครั้งละ 5,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” และได้แจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้รับทราบ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่ง ร.ต.อ.ประภพ หม้อศรีชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่สรวย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น