ปิดคดีสยองแม่สาย! รวบหนุ่มเมียนมาฆ่าปาดคอข่มขืนสาว 17 ทิ้งศพบนถนนกลางที่ดินร้าง สารภาพลวงเหยื่อไปเอากัญชาก่อนลงมือโหด
ตำรวจ สภ.แม่สาย โชว์ฝีมือรวบฆาตกรหื่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังพบศพสาววัย 17 ถูกฆ่าปาดคอหมกที่รกร้าง เผยนาทีแกะรอยจากบัตรประชาชนเพื่อน สู่การเค้นสอบจนยอมจำนนด้วยหลักฐานคราบเลือด พบพฤติกรรมสุดอำมหิตปาดคอซ้ำเพื่อปิดปากหลังข่มขืนเสร็จ เตรียมส่งดำเนินคดีหนัก
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผกก.สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน ควบคุมตัว นายชูวิทย์ หรือ “แตม” อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา (บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน) ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”
การทำแผนฯ แบ่งเป็น 2 จุดสำคัญ คือ จุดแรกบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ปิยะพรเจริญกิจ ซึ่งเป็นจุดนัดพบ และจุดที่สองบริเวณโครงการจัดสรรร้าง พื้นที่บ้านสันทรายมูล หมู่ 6 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งเป็นจุดลงมือก่อเหตุและพบศพ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.40 น. ตำรวจรับแจ้งพบศพหญิงสาวเสียชีวิตในที่รกร้าง สภาพศพถูกปาดคอเป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋าสะพายสีแดงมีบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.ฟาตอนียะห์ (สงวนนามสกุล) แต่จากการตรวจสอบและเชิญมารดาเจ้าของบัตรมายืนยัน พบว่าผู้ตายไม่ใช่ น.ส.ฟาตอนียะห์ แต่คือ น.ส.ณัฐณิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ชาว ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ส่วนบัตรดังกล่าวเป็นของเพื่อนที่ฝากไว้ก่อนเกิดเหตุ
จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อคืนวันที่ 27 มีนาคม ผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ Honda MSX สีดำ ออกจากตัวเมืองเชียงรายมาหานายชูวิทย์ที่แม่สาย เมื่อมาถึงนายชูวิทย์ได้วางอุบายขอยืมรถผู้ตายอ้างว่าไปซื้อกัญชา ก่อนจะย้อนกลับมารับผู้ตายออกไปเพียงลำพังในช่วงดึก โดยอ้างว่าจะพาไปเอากัญชาในที่เปลี่ยว
หลังเกิดเหตุ นายชูวิทย์ขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายกลับมาหาเพื่อนเพียงลำพังพร้อมอาการพิรุธ โดยอ้างว่าผู้ตายหลงทาง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายชูวิทย์กุเรื่องซัดทอดชายชาวเมียนมาอีก 2 คนใน อ.แม่จัน เพื่อเบี่ยงเบนคดี แต่เมื่อตำรวจนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนกลับพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
สุดท้าย นายชูวิทย์จำนนด้วยหลักฐานสำคัญคือ คราบเลือดจำนวนมากบนรถจักรยานยนต์ รวมถึง คราบเลือดที่ซอกเล็บและรองเท้า จึงยอมรับสารภาพว่า ระหว่างทางไปเอากัญชาเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงใช้มีดข่มขู่หวังล่วงละเมิดแต่เหยื่อขัดขืน จึงใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิตแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะปาดคอซ้ำอีกครั้งด้วยความกลัวความผิดแล้วหลบหนีไป
ในกรณีการกระทำชำเรา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรอผลตรวจยืนยันจากแพทย์ หากผลตรวจออกมาตรงตามที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลังต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น