บกปภ.ช. บูรณาการจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงฤดูฝนเข้มข้นเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย – แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในระดับพื้นที่

 

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)
บูรณาการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงฤดูฝนอย่างเข้มข้น เน้นการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมวิเคราะห์คาดการณ์ ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงเน้นย้ำการใช้กลไกของฝ่าย
ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเครือช่ายแจ้งเตือนภัยเชื่อมโยง
การแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงทุกพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งจัดเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย
ให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยให้ได้มากที่สุด

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยกลาง เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2564 ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนตกหนาแน่นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่ม กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้บูรณาการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงฤดูฝนอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ


โดยให้คณะทำงานติดตามสถานการณ์ของจังหวัดเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ อาทิ ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ การระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำ และสถานการณ์น้ำของจังหวัดพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อวิเคราะห์คาดการณ์ ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า หากมีแนวโน้มเกิดอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มให้แจ้งเตือนไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละระดับให้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ พร้อมสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้ติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเน้นย้ำการใช้กลไกของฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเครือช่ายแจ้งเตือนภัยเชื่อมโยงการแจ้งเตือนภัยในทุกรูปแบบทั้งหอเตือนภัย หอกระจายข่าว รถประชาสัมพันธ์ วิทยุชุมชน และสื่อสังคมออนไลน์


เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว อีกทั้งให้ผู้อำนวยการจังหวัด/อำเภอ/ท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ หากคาดว่าจะเกิดภัยพิบัติ ให้พิจารณาใช้อุปกรณ์เตือนภัยที่มีในพื้นที่ ทั้งหอเตือนภัย หอกระจายข่าว เสียงตามสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเร็ว ตลอดจนจัดเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที

ประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยและ
ขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784”

ร่วมแสดงความคิดเห็น