ทุ่มงบสกัดหมอกควันไฟป่า ดึงท้องถิ่นร่วมแผนควบคุม ป้องกันหวั่นงบพุ่งสูง

ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ อ.แม่ริม,สันทราย,เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แสดงความคิดเห็นถึงกิจกรรม โครงการจัดการปัญหาหมอกควันไฟ ในพื้นที่ว่า การแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนต้องได้รับความร่วมมือจากหลายๆภาคส่วน โดยเฉพาะ ครัวเรือน ที่เป็นต้นธารของการลดหมอกควันจากการเผาขยะ วัชชพืช ต้องมีจิตสำนึกร่วมกัน ในปัญหาที่สั่งสมมานานด้วย ” ตราบใดที่พุ่งเป้าไปที่การขอรับงบสนับสนุน ในการบริหารจัดการปัญหาหมอกควันไฟป่า ปัญหาที่เผชิญกันก็จะวนเวียนแบบนี้ทุกๆปี ซึ่งขณะนี้หลายๆหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆมีการเผาวัชพืช เผาขยะ กระจัดกระจาย กลายเป็นหมอกควันไฟที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม การมีข้อตกลง ประชาคมชุมชน การตระหนักรู้ ร่วมรับผิดชอบ ปฏิบัติตามข้อแนะนำ ในการลด ละ เลิกการเผา จะช่วยให้สถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้นคลี่คลายลงแต่ก็ต้องยอมรับว่า การเผา การเกิดหมอกควัน ในบ้านเรา มีหลายปัจจัย อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นการเผา ในพื้นที่เพื่อนบ้าน ตามแนวชายแดนภาคเหนือ และภูมิประเทศของเชียงใหม่ ตลอดจนหลายๆจังหวัด ทำให้หมอกควันไฟที่เกิดจากการเผา สุมเมืองที่เป็นแอ่งกะทะ มองจากที่สูง เป็นม่านหมอกปกคลุม หลายๆบริเวณ ”


นักวิชาการสิ่งแวดล้อม อปท.ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การนำเสนอแผน กิจกรรม โครงการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ เป็นไปตามแนวทางยุทธศาสตร์ หรือ แผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งจะมีแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณกำหนดไว้แต่ละประเด็นพัฒนา สำหรับปีงบประมาณ 2565 นั้น มีโครงการ กิจกรรมพัฒนาประมาณ 19 โครงการใน 87 กิจกรรม งบราวๆ 718 ล้านบาท ซึ่งประเด็นพัฒนาที่ 5 กำหนดแนวทาง การจัดการปัญหาฝุ่นควัน การจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่นยืนมีงบกว่า 178.5 ล้านบาท ดังนั้นการจัดทำโครงการเสนอ ย่อมมีเป้าประสงค์ที่คาดหวังรับงบสนับสนุนแผนนั้นๆด้วย

ทั้งนี้ผู้บริหาร อปท.ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ระบุว่า การนำเสนอโครงการ มีกรอบของแผนพัฒนาจังหวัด กำหนดเป็นภาพกว้าง ดังนั้น โครงการที่ปรากฎในแผนปฏิบัติการของหลายๆ อปท. ทั้ง 211 แห่ง ของเชียงใหม่ จะเห็นรูปแบบ โครงการคล้ายๆกัน ในการจัดการปัญหาหมอกควันไฟป่าจากการตรวจสอบ แผนปฏิบัติการ จ.เชียงใหม่ ปี 2565 นั้นพบว่า ประเด็นการพัฒนา ทั้ง6 ใน แต่ละประเด็นพัฒนา มี 87 กิจกรรม งบประมาณในการบริหารจัดการแบบบูรณาการมีราวๆ 718 ล้านบาท และจะเป็นส่วนของการจัดการปัญหาฝุ่นละออง หมอกควัน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2 โครงการ 15 กิจกรรม งบรวมกว่า 178.5 ล้านบาท “เป็นที่น่าสังเกตว่า กิจกรรม โครงการ โดยหลักๆ จะเน้นการอบรม การพัฒนาเครือข่าย การจ้างเหมาจัดทำแนวกันไฟ การปลูกป่า เช่น กิจกรรม ป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีบางหน่วยงาน รับจัดสรรงบดำเนินการกว่า 40.5 ล้านบาท บางหน่วยงาน บริหารพื้นที่ รอยต่อป่า2 จังหวัด ทั้งเชียงใหม่-เชียงราย รับงบสนับสนุนกว่า 14.5 ล้านบาท เป็นต้น ”


อย่างไรก็ตาม ผู้รับผิดชอบ กิจกรรม โครงการ จัดการปัญหาหมอกควันไฟป่า ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า ค่าใช้จ่าย ที่ดำเนินการในแต่ละปี กับปัญหานี้ มีความจำเป็น ตราบใด ที่ สังคมส่วนหนึ่งยังไม่ตระหนักถึงพิษภัย จากการสร้างฝุ่น ละออง หมอกควัน ทั้งโดยตั้งใจ และประมาทค่าใช้จ่ายในรายการต่างๆ มี ราคากลางอ้างอิงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงบจัดทำแนวกันไฟ กม.ละ 5,140 บาท การปลูกป่าไร่ละ 5,180 บาท แต่ละปีปลูกกันหลายหมื่นไร่ ทำแนวกันไฟ หลายพัน กม. ไม่นับรวมค่าอบรม ค่าอาหาร ค่าวัสดุ เชื้อเพลิง ,เบี้ยเลี้ยง ดังนั้นงบจัดการปัญหานี้ในรอบปี ถ้านับรวมแต่ละหน่วยงาน รวมถึง อปท. งบที่ใช้จ่ายมีจำนวนมากพอสมควร

ร่วมแสดงความคิดเห็น