หูดับเฉียบพลัน ภัยร้ายที่เกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว

การได้ยินเสียงถือว่าเป็นประสาทสัมผัสที่สำคัญมากของมนุษย์ ถ้าหากวันหนึ่งไม่ได้ยินเสียง โลกนี้คงจะขาดสีสันต์ไปเยอะเลย แต่วันนี้เรามีสาระน่ารู้ เกี่ยวกับโรคหูดับเฉียบพลัน ที่อาจจะเป็นภัยร้ายใกล้ตัวของเราและทำให้เราสูญเสียการได้ยินถาวรได้ มาทำความรู้จักกับโรคหูดับเฉียบพลัน และวิธีป้องกันไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

“โรคเส้นประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลัน” หรือ “Sudden Sensorineural Hearing Loss” คือ ภาวะที่หูสูญเสียการได้ยิน “ลดลงมากกว่า 30 เดซิเบล” ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมง โดยสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกันทั้ง 2 ข้าง แต่มักพบว่าจะเป็นข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า ซึ่งกว่า 90% ของผู้ป่วย มักไม่ทราบสาเหตุ แต่อีก 10% เกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
  • เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไทรอยด์ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น
  • เกิดจากการได้รับยาฆ่าเชื้อในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์
  • เกิดจากการไหลเวียนของเลือดในหูน้อยลง อันเนื่องมาจากความดันต่ำ หรือเสียเลือดมาก
  • เกิดจากภาวะพักผ่อนน้อยเกินไป
  • เกิดจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากันขั้นรุนแรง ซึ่งจะทำให้มีอาการเวียนหัวร่วมด้วย
  • เกิดจากเนื้องอกในสมอง หรือเนื้องอกที่เส้นประสาทหู
  • การได้ยินเสียงดังมากๆ รวมถึงการใส่หูฟังเพลงดังๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือหลับพร้อมกับที่ยังใส่หูฟังเพลงอยู่ ก็ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลันได้

อาการแบบไหน น่าสงสัยว่าประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลัน?

อาการของโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลันที่สังเกตได้ง่ายที่สุด คือ คนไข้จะสูญเสียการได้ยินแบบเฉียบพลัน โดยดับวูบไปอย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาการได้ยินก็จะบกพร่องอยู่อย่างนั้น หรือเป็นหนักขึ้นจนถึงขั้นหูหนวก ไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการร่วมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นได้ เช่น การได้ยินเสียงดังในหู ซึ่งเป็นเสียงอื้อๆ ก้องๆ ที่เกิดขึ้นเองจากหู โดยที่ไม่ได้ยินเสียงภายนอก หรือบางรายจะรู้สึกเหมือนมีอะไรแน่นๆ ติดขัดในหู ความสามารถในการได้ยินลดลง ต้องคอยฟังซ้ำ ต้องเปิดทีวีเสียงดังขึ้น เป็นต้น แต่อาการโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลันนี้ “จะไม่มีอาการปวดร่วมด้วย” และโรคนี้จะต่างจากภาวะหูอื้อธรรมดาโดยทั่วไปคือ จะไม่สามารถหายได้เองภายใน 1 วัน แต่จะคงอยู่ไปเรื่อยๆ และอาจได้ยินน้อยลงไปเรื่อยๆ ได้

ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลัน?

เนื่องจากโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลันนั้น เกิดได้ทั้งจากที่ทราบสาเหตุแน่ชัด และไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นหากไม่อยากให้โรคดังกล่าวมาทักทาย ก็ควรดูแลตัวเองตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการฟังเสียงดัง อยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดัง ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสมอ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสที่อาจทำให้หูดับได้
  • ลดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น เค็ม มัน หวาน เพราะ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุของการเกิดโรคนี้
  • หลีกเลี่ยงการแคะหูรุนแรง ที่อาจทำให้แก้วหูทะลุ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อไปยังหูชั้นในได้

เนื่องจากความผิดปกติของโรคประสาทหูชั้นในดับเฉียบพลัน อาจมีความคล้ายกับการหูอื้อ ได้ยินน้อยลง หลังจากได้ยินเสียงดังมากๆ จึงทำให้บางคนชะล่าใจ และปล่อยทิ้งไว้ คิดว่าเป็นแค่หูอื้อธรรมดา จึงเสี่ยงเป็นอันตรายมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ หากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยินที่ 1 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยให้ทราบว่าเป็นโรคใดกันแน่ จะได้วางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอันตรายจนถึงขั้นหูหนวก สูญเสียการได้ยินไปตลอดกาล

ที่มา : โรงพยาบาลพญาไท

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น