ทำไมผู้คนมักโหยหาอดีต หรือเพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเจ็บปวด?

ผู้ใหญ่หลายคนมักชอบเล่าเรื่องของตัวเองให้ลูกหลานฟัง โดยเฉพาะความทรงจำสมัยยังวัยรุ่นเปิ้ดสะก๊าด ยิ่งสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว การทำธุรกิจที่ต้องฟาดฟันกันอย่างหนัก การปรับตัวยุคสมัย ตามเทรนด์ให้ทัน ยิ่งมนุษย์เงินเดือนแทบจะอยากกรี๊ดออกมากันเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้สะสมกลายเป็นความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ

การกลับไปหาความสบายใจในอดีต ความสุขในสิ่งเล็กๆอย่างการกินไอติมแล้วถูกรางวัลได้ไอติมไปอีกอันฟรีแบบยิ่งใหญ่ การได้เล่นเกมกับเพื่อนธรรมดาๆ เจ็บปวดบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ต้องเครียดกับงาน กับสังคมในปัจจุบันก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

.

วันนี้เราจะพามารู้จักกับ  Nostalgia หรือสภาวะทางจิตใจที่เราคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่บางครั้งก็อาจจะไม่ได้ส่งผลดีกับเรามากนัก พร้อมกับวิธีรับมือกับความคิดถึงวันวานในอดีตกัน

.

ในทางจิตวิทยาคลีนิกเราเรียกความคิดถึงว่า Nostalgia” มีรากศัพท์จากภาษากรีซ โดยเกิดจากการผสมคำคือคำว่า “nosto” แปลว่า “Homecoming” หรือการกลับบ้าน กับความว่า “algos” แปลว่า “pain” หรือความเจ็บปวด  

.

Nostalgia เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปกับทุกคน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อจิตใจอีกด้วย ในปัจจุบันจึงมีการใช้คำนี้สื่อถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเมื่อนึกถึง สถานที่ ผู้คน หรือเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างที่เคยประสบพบเจอในอดีต มีการศึกษาวิจัยพบว่าการกระตุ้นให้เกิด Nostalgia ในคนเรา สามารถทำให้เสริมความมั่นใจในตัวเองได้ การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

.

ความคิดถึงก็มีหน้าที่นะ

จากงานวิจัยของ  Krystine Batcho, ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่ LeMoyne College  ให้เหตุผลว่าความคิดถึงทำหน้าที่หลายอย่าง สิ่งที่เชื่อมโยงพวกตัวเราทั้งหมดเข้าด้วยกัน คือ ความคิดถึงเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่รวมเราเป็นเราในตอนนี้

1.ความคิดถึงช่วยรวมความรู้สึกของเราว่าเราอยากเป็นใครในอนาคต

เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการนึกถึงความฝัน ความต้องการในอดีต ก็เป็นเครื่องมือเตือนเราอย่างหนึ่งว่าเราเป็นใคร อะไรทำให้เป็นเราในทุกวันนี้

2. รวมชีวิตที่หวานอม ขมกลืนเข้าไว้ด้วยกัน

การโหยหาความทรงจำนั้นนอกจากความสุขเล็กๆอย่างการกินไอติมแล้วได้ไม้ฟรีแล้ว ความเจ็บปวดก็เป็นอีกสิ่งที่มนุษย์คิดถึงเหมือนกัน ตั้งแต่การโดนครูตี หรือแม้แต่ความรักที่ไม่สมหวัง เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันว่าเคยเกิดขึ้นจริง และเราไม่สามารถย้อนเวลากลับแก้ไขได้

3. ทำให้เกิดความผูกพันธ์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้น ‘การคิดถึง’ ก็ทำให้เราสามารถจดจำคนรอบตัวตั้งแต่ พ่อแม่ เพื่อน คนรัก ครู ลุงภารโรง เพื่อนของเพื่อน หรือเพื่อนของแฟน ไม่ว่าจะด้วยจากการทำกิจกรรมร่วมกันหรือแค่การแนะนำให้รู้จักก็ตาม เพราะมันหมายถึงการที่เราได้เข้าไปอยู่กับสังคมนั้นนั่นเอง

.

อะไรบ้างทำให้เราคิดถึคงอดีต

1.กลิ่น

กลิ่นจะพาความทรงจำกลับมาได้ เพราะสมองในส่วน “ฮิปโปแคมปัส” (Hippocampus) ที่ทำหน้าที่ในการสร้างความทรงจำระยะยาวให้กับมนุษย์หรือที่เรียกกันว่าความทรงจำนั่นเอง และสมองส่วนฮิปโปแคมปัสนี้เองไม่เพียงแต่ในการเก็บความทรงจำต่าง ๆ แต่ยังใช้ในการรับกลิ่น ดังนั้นเวลาได้กลิ่นหอม ๆ หรือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ สมองก็จะคอยบันทึกและเก็บไว้ในความทรงจำ

2. เสียง

(APA) ดร.แบตโช ได้กล่าวไว้ว่าดนตรีเป็นอารมณ์ที่ทำให้คนโหยหาอดีต การที่เรากลับไปฟังเพลงเก่า ๆ หรือเพลงประกอบโฆษณาตามทีวีสมัยเราเด็ก ๆ ก็สามารถทำให้เกิด Nostalgia ได้ เพลงบางเพลงก็ได้บันทึกเรื่องราวและความทรงจำของเราไว้ในขณะที่เราฟังตอนนั้น โดยในปี 1999 มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเสียงเพลงมีพลังในการสร้างความทรงจำให้คนฟัง และช่วยกระตุ้นความทรงจำทั่ว ๆ ไปในวัยเด็ก วัยรุ่น เคยแบบฟังเพลงบางเพลงแล้วเหตุการณ์ในตอนนั้นก็มาเป็นฉาก ๆ เลยเหมือนกัน

3. เทศกาล

ดร.แบตโช กล่าวว่า มนุษย์มีความรู้สึกคิดถึงมากขึ้นในช่วงเทศกาลเพราะความทรงจำมากมายถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงจะรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองและทำกิจกรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง คริสมาสต์ และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดอีกครั้ง มันจะช่วยให้เรานึกถึงช่วงเวลาพิเศษพร้อมกับความอบอุ่นที่มีให้กับใครหลายๆคน

.

ยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งโหยหาอดีต?

ดร.แบตโช กล่าวว่า ช่วงเวลาที่คนเราจะมีความคิดโหยหาอดีตมากที่สุดนั่นคือ ช่วงเวลา 20-25 ปี นั่นเป็นเพราะช่วงเวลานี้ เกิดการเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนผ่านของชีวิต หรือที่ใครๆต่างก็เรียกว่าช่วง Coming of age มันเป็นช่วงเวลาสำคัญของ สภาพจิตใจ การพัฒนา ไปเป็นผู้ใหญ่อย่างที่ตัวเองอยากจะเป็นนั่นเอง

.

วิธีรับมือกับความคิดถึงอดีตที่มีมากเกินไป

เพราะในบางครั้งอดีตที่เรามีก็ไม่สวยงามเสมอไป หลายคนมันพลิกกกลับมากลายเป็น ‘การทำร้าย’ ตัวเองไปซะอย่างนั้น และในบางคนก็ไม่สามารรถปล่อยวางอดีตลงได้ และเช่นเคยมนุษย์เราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้อดีตหรือความทรงจำได้เช่นกัน (ยกเว้นแต่จะมีเครื่องไทม์แมชชีนของโดเรม่อน)

ดังนั้นเรามารู้จักวิธีการรับมือกับความคิดถึงที่มากเกินไปนี้กัน

1.คิดบวก

บ่อยครั้งที่มนุษย์เรามักคิดว่า ถ้าตอนนั้นไม่ทำแบบนี้ ตอนนั้นน่าจะทำแบบนี้ ถ้าตอนนั้นเป็นแบบนี้ก็คงจะดี หยุดและลองมองอดีตให้เชื่อโยงกับปัจจุบัน เพราะเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่เราสามารถปรับตัวได้ อย่าลืมว่า อดีตเป็นแค่เรื่องในความทรงจำ ย้ำให้เรารับรู้ว่าตอนนั้นเราเป็นใคร ป่ายอะไรมาบ้าง จนกลายเป็นเราในทุกวันนี้

2. ใช้เวลาในปัจจุบันให้คุ้มค่า

ถึงแม้เราจะกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ ลองใช้เวลาในตอนนี้ไปหาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ใช้เวลานี้กลับไปขอโทษสิ่งที่เคยทำผิดพลาดก็ยังไม่สาย ลงเรียนสิ่งที่อยากเรียน ทำกิจกรรมที่เคยอยากทำ อย่าลืมคนเราไม่มีอายุขัยแค่ 30 ปี นะ!

3. ใส่ใจคนที่อยู่กับเราในปัจจุบัน

ในหลายความสัมพันธ์ เรามักจะคิดถึงคนที่เราเคยรัก จนทำให้ปล่อยปละละเลยคนที่คอยดูแลเราในปัจจุบัน จนเขาคนนั้นทนไม่ไหว ต้องเดินจากไป ดังนั้นอย่าให้เกิดวงจรนี้ซ้ำซาก จงให้ความสำคัญกับคนที่อยู๋กับเราในตอนนี้ เพราะเราย้อนเวลากลับไปหาคนในอดีตไม่ได้ และในอนาคตก็ไม่แน่ไม่นอน ดังนั้นคนในปัจจุบันจึงสำคัญที่สุด

.

.

แต่ทั้งนี้การโหยหาอดีตก็เป็นเรื่องที่ดี Nostalgia ค่อนข้างที่จะเป็นเชิงบวกมากกว่าเวลาที่เราโหยหาอดีต มันทำให้เรามีแรงใจฮึดสู้กับอนาคตมากขึ้น อาจสามารถช่วยเป็นยาสมานแผลให้ลืมความเจ็บปวดของความเป็นผู้ใหญ่ที่พบเจอในชีวิตประจำวันไปได้ แต่บางทีอดีตก็เป็น ‘กับดัก’ ที่ทำให้เราไม่ก้าวไปพร้อม ๆ กับโลกที่ค่อนข้างจะเปลี่ยนไปเร็วแบบทุกวันนี้

.

ดังนั้นการปล่อยวาง และทำในวันนี้ให้ดีที่สุด คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

.

.

.

ขอบคุณข้อมูลจาก : iSTRONG , Alljit

ร่วมแสดงความคิดเห็น