ปภ.แนะรู้รับมือเหตุฉุกเฉิน บนท้องถนน

ปภ.แนะรู้รับมือเหตุฉุกเฉิน บนท้องถนน…ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนรุนแรง

การขับรถบนท้องถนนมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุฉุกเฉินในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะน้ำท่วมขังถนน เพลิงไหม้รถ สัตว์วิ่งตัดหน้ารถ สิ่งกีดขวางช่องจราจร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการแก้ไขเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน ดังนี้

หลักขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม

  • ประเมินสภาพเส้นทาง ทั้งความสูงของระดับน้ำและความแรงของกระแสน้ำจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ
    กรณีสามารถใช้เส้นทางได้
  • ปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันพัดลมแอร์พัดน้ำเข้าเครื่องยนต์
  • ใช้ความเร็วต่ำ รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ และไม่เร่งเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันน้ำเข้าเครื่องยนต์หรือน้ำกระเด็นบดบัง
    ทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง
  • เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรถชนท้ายกรณีรถคันหน้าหยุดกะทันหัน
    กรณีระดับน้ำท่วมสูง
  • โดยเฉพาะน้ำท่วมถึงระดับไฟหน้าหรือน้ำลึกและไหลเชี่ยว ห้ามฝืนขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว
    เทคนิคขับรถเมื่อสัตว์ตัดหน้ารถ
    กรณีสัตว์เล็ก
  • ชะลอความเร็วและจับพวงมาลัยให้มั่น ไม่เบี่ยงรถหลบไปทางอื่น เพราะจะทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุได้
  • ไม่กดแตรยาวต่อเนื่อง เพราะสัตว์อาจตื่นตกใจ จนคาดคะเนทิศทางของสัตว์ไม่ได้
    กรณีสัตว์ใหญ่
  • ชะลอความเร็วหรือหยุดรถ รอจนสัตว์เดินผ่านไปค่อยขับรถไปต่อ
  • หลีกเลี่ยงการกดแตร เพราะเสียงแตรจะทำให้สัตว์ตื่นตกใจ ก่อให้เกิดอันตรายได้
  • กรณีสัตว์ตัดหน้ารถในระยะกระชั้นชิด ให้ชะลอความเร็วและเบี่ยงรถหลบเล็กน้อย จะช่วยลดแรงปะทะที่ทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
    วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้รถ
  • นำรถจอดริมข้างทาง กรณีรถติดตั้งระบบก๊าซ ให้ปิดสวิตช์ตัดการทำงานของก๊าซ และรีบออกจากรถไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
  • กรณีเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย ให้ใช้ถังดับเพลิง หรือน้ำฉีดพ่นบริเวณที่เพลิงไหม้ให้ดับสนิท หากมีเปลวเพลิงออกจาก
    ฝากระโปรง ให้แง้มฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามมากขึ้น พร้อมใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่นดับไฟ
  • กรณีเพลิงไหม้รถลุกลามอย่างรวดเร็ว ให้ออกห่างจากรถให้มากที่สุด เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟที่ปะทุ พร้อมทั้งโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที
    ขับรถปลอดภัยเมื่อสิ่งของขวางเส้นทาง
  • กรณีสามารถเบี่ยงรถหลบสิ่งของได้ ให้ชะลอความเร็ว และเพิ่มความระมัดระวังในการเปลี่ยนช่องทาง จะช่วยป้องกัน
    ล้อรถหรือช่วงล่างของรถยนต์ได้รับความเสียหาย
  • กรณีไม่สามารถเบี่ยงรถหลบสิ่งของได้ ให้ชะลอความเร็ว พร้อมขับรถคร่อมสิ่งของ โดยไม่ให้ยางล้อรถทับสิ่งของ จากนั้นให้นำรถจอดในบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหายของช่วงล่างรถยนต์

ร่วมแสดงความคิดเห็น