ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน อาจไม่ใช่เพราะดื้อ หรือ EQ แต่อาจเกิดจากโรค “ตาขี้เกียจ”

👀 ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน อาจไม่ใช่เพราะดื้อ หรือ EQ แต่อาจเกิดจากโรค “ตาขี้เกียจ”
.
“ตาขี้เกียจ” ความผิดปกติ ทางสายตาอาจพบได้ในเด็กก่อนวัยเรียน
.
รู้หรือไม่??? โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye) พบได้ในเด็ก 2-5 คน ต่อเด็ก 100 คน ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ได้รับการตรวจพบแต่เนิ่นๆ ก็จะเกิดปัญหาด้านสายตาเด็ก ส่งผลต่อการเรียน การมองเห็น กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในอนาคตได้ โดยทั่วไปสามารถรักษาได้ ก่อนอายุ 7 ปี ซึ่งผลการรักษาจะได้ผลดีที่สุด
.
โรคตาขี้เกียจ มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?
👉 ภาวะตาเข (ตาเหล่) ซึ่งเป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้ดวงตาทำงานไม่ประสานกัน เด็กที่มีตาเข จะใช้ตาข้างที่ตรงเพียงข้างเดียวในการมองภาพ แต่ไม่ใช้ตาข้างที่เขในการมอง ทำให้ตาข้างที่เข ไม่ได้รับการพัฒนาการมองเห็น เกิดเป็นตาขี้เกียจขึ้นได้
👉 สายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หากเป็นข้างเดียวจะทำให้ตาข้างนั้นไม่ได้ใช้งาน และไม่มีพัฒนาการ หรือหากเป็นทั้งสองข้างและไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจทำให้ตา 2 ข้าง ไม่พัฒนา เกิดเป็นตาขี้เกียจทั้ง 2 ข้างได้
👉 โรคตาที่มีการบดบังการมองเห็น เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิด หรือแผลในกระจกตา หรือเด็กที่มีหนังตาตก สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้การพัฒนาการมองเห็นในเด็กไม่ดี เกิดเป็นตาขี้เกียจได้
.
📌 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
🔹 ชอบหรี่ตาหรือเอียงคอเวลามองทีวี
🔹 เดินชนบ่อย กะระยะไม่แม่น
🔹 ไม่กล้าสบตา หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือเล่นกีฬา
🔹 บ่นปวดหัว หรือตาล้า
.
🎯 ช่วงเวลาทองของการรักษา
อายุ 0-7 ปี คือช่วงที่ระบบการมองเห็นยังพัฒนาอยู่
.
โรคตาขี้เกียจในเด็กสามารถป้องกัน และตรวจให้ทราบได้แต่เนิ่นๆ ซึ่งปัจจุบัน มีเทคโนโลยีกล้องวัดสายตาอัตโนมัติ ที่ช่วยในการค้นหาสายตาผิดปกติในเด็กได้ใน 1 นาที ช่วยให้แพทย์ตรวจความผิดปกติ และทำการรักษาก่อนที่จะสายเกินไป

#โรคตาขี้เกียจ #สุขภาพตาในเด็ก #ตาขี้เกียจ #ตรวจสายตา
#จักษุเด็ก #พัฒนาการเด็ก #โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม #ChiangmaiRamHospital
#TheCompleteExpertforYourDesiredHealth
#ตอบทุกความต้องการเชี่ยวชาญทุกการดูแล

ร่วมแสดงความคิดเห็น