แพทย์ มช. เตือนปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี หลังเหตุผึ้งแตกรัง ต่อยเด็กนักเรียนสารภี 27 ราย

⚠️แพทย์ มช. เตือนปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี หลังเหตุผึ้งแตกรังต่อยเด็กนักเรียนสารภี 27 ราย เผยวิธีดูแลเบื้องต้นเพื่อลดอันตรายจากพิษผึ้ง แนะประชาชนอย่าเข้าใกล้รังผึ้ง

จากเหตุผึ้งแตกรังภายในโรงเรียนวัดเวฬุวัน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้นักเรียนจำนวน 27 ราย ถูกผึ้งต่อย ได้รับบาดเจ็บหลายระดับ ศูนย์สั่งการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานหน่วยกู้ชีพและโรงพยาบาลใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน โดยมีผู้ป่วยสีแดง 2 ราย และสีเขียว 25 ราย ถูกนำส่งรักษายังโรงพยาบาลสารภี โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงอื่น ๆ

โดยโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ รับผู้ป่วยทั้งหมด 6 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยสีแดง 1 ราย และสีเขียว 5 ราย ขณะนี้ทุกคนอาการปลอดภัย ไม่มีรายใดเกิดภาวะแพ้รุนแรงหรือช็อกจากพิษผึ้ง แพทย์ได้ให้การรักษา ทำแผล และให้ยาตามอาการ ก่อนอนุญาตให้กลับบ้านทั้งหมดแล้ว

อ.นพ.ชานนท์ ช่างรัตนกร อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ผู้ที่ถูกผึ้งต่อยมักมีอาการปวด บวม แดงเฉพาะที่ อาจมีตุ่มนูนหรือรอยช้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่หากถูกต่อยหลายจุดพร้อมกัน หรือมีอาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นแดงทั่วตัว หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นภาวะ anaphylaxis หรือภาวะแพ้รุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แนะนำให้
• ล้างแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด
• ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวม
• รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล หากไม่เคยมีอาการแพ้ยาพาราเซตามอลมาก่อน

ห้ามใช้มือบีบหรือกดบริเวณที่ถูกต่อย เพราะอาจทำให้พิษกระจายมากขึ้น

นอกจากนี้ แพทย์ยังแนะนำว่า หากเกิดเหตุผึ้งแตกรังในชุมชน ควรรีบอพยพออกจากพื้นที่และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือโทร 191 เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าจัดการอย่างปลอดภัย ห้ามเข้าใกล้หรือพยายามทำลายรังผึ้งด้วยตนเอง

“โดยทั่วไป ผึ้งจะไม่ต่อยก่อน เว้นแต่รู้สึกว่าถูกคุกคาม จึงควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือเคลื่อนไหวใกล้รังผึ้ง และปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า สีเสื้อผ้าหรือกลิ่นน้ำหอมจะกระตุ้นให้ผึ้งเข้ามาต่อยได้มากขึ้น”

อ.นพ.ชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมฝากว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญให้โรงเรียน และชุมชนควรหมั่นตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ไม่ให้มีรังผึ้งอยู่ใกล้พื้นที่เด็กหรือสถานศึกษา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุลักษณะนี้ในอนาคต

เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/ARlx2

#แพทย์ มช. #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช. #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

ร่วมแสดงความคิดเห็น