
ผมเรียนจบแพทย์จุฬาฯเมื่อปี 2512 เป็นแพทย์ฝึกหัดหนึ่งปี แล้วไปฝึกอบรมเป็นแพทย์ทางอายุรกรรม 3 ปี ต่อด้วยแพทย์เฉพาะทางโรคปอดอีก 2 ปีที่อเมริกา
กลับมาอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดีปี 2518 มีความสุขกับบทบาทครูแพทย์สอนนักศึกษา/แพทย์ประจำบ้าน/รักษาคนไข้มาก ตกเย็นก็ไปทำพิเศษที่โรงพยาบาลเอกชนเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว
12 ปีแรกที่เป็นอาจารย์สอน/รักษาคนไข้ที่ป่วยจากการสูบบุหรี่ ไม่มีความรู้เรื่องรณรงค์ไม่สูบบุหรี่/ควบคุมยาสูบเลย เพราะไม่มีการสอนในตำราแพทย์
พอเข้ามาทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่จริงจังในปี 2529 จึงได้รู้ถึงขนาดของปัญหาและภาระต่อสังคมไทย จากการสูบบุหรี่ รู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมของบริษัทบุหรี่ในการล่านักสูบหน้าใหม่/ขัดขวางการออกกฏหมายฯลฯ
รู้ว่าการควบคุมยาสูบจะต้องทำอะไรในเชิงนโยบาย
การทำงานจึงใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปที่การผลักดันนโยบาย/กฏหมาย โดยการสนับสนุนของอาจารย์ผู้ใหญ่ทั้งในคณะแพทย์และจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่มีเงินทุนที่จะทำโครงการชุมชน โรงเรียน ฯลฯ การทำงานจำกัดเฉพาะในกรุงเทพ
งานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานในฐานะครูแพทย์/ผู้บริหารคณะฯ
จนกระทั่งปี 2546 ที่สสส.เริ่มสนับสนุนโครงการให้มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ริเริ่มโครงการต่างๆ ทำให้มีทีมงานเพิ่มขึ้นและขอบข่ายงานของมูลนิธิฯขยายสู่จังหวัดต่างๆ
ประกอบกับเป็นระยะแรกที่สสส.เริ่มดำเนินการ ผมและทีมที่ผลักดันต้องพยายามให้สสส.ตั้งตัวทำงานให้ได้ เพราะกว่าจะฟันฝ่าช่วยกันผลักดันให้ออกกฏหมายสสส.ได้ ใช้เวลา 7 ปี ผ่านการวิ่งเต้นกับ 5 รัฐบาล(2537-2544)
ที่สำคัญเป็นการทำงาน“สร้างเสริมสุขภาพ” เป็นนวตกรรม ที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังไม่เข้าใจขบวนการทำงานในรูปแบบใหม่นี้ รวมทั้งแม้แต่ทีมงานผู้ก่อตั้งสสส.
และเดือนกันยายน 2547 ผมไปตรวจพบว่าเส้นเลือดหัวใจเส้นหนึ่งตีบ 2 จุดลูกศิษย์ทำบอลลูนเส้นเลือดหัวใจให้
ต้องบอกว่าจากปี 2541-47 ที่เป็นคณบดี ผมหยุดการดูคนไข้ที่โรงพยาบาลเอกชน เหลือเพียงออกตรวจวันเสาร์เช้าเพื่อดูคนไข้เก่าที่ดูอยู่ เพราะงานคณบดีใช้เวลามาก
เมื่อเกษียณอายุจากตำแหน่งคณบดีเดือนกันยายน 2547 ผมต้องตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต ว่า ผมจะกลับไปตรวจรักษาคนไข้ซึ่งเป็นงานที่ผมถนัดและชอบ ร่วมกับการทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ดีไหม
หลังครุ่นคิดอย่างละเอียด ถ้าผมทำทั้งงานรักษาคนไข้ กับ งานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ผมจะต้องทำงานหนักมาก ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของผมแน่นอน
อีกอย่าง 6 ปีที่เป็นคณบดี ผมก็แทบจะไม่ได้ทำงานรักษาคนไข้อยู่แล้ว ครอบครัวเราก็อยู่ได้ไม่เดือดร้อน
ผมจึงตัดสินใจ“จบบทบาทแพทย์เฉพาะทางรักษาคนไข้ ” แม้จะเสียดายความรู้และประสบการณ์ที่มี
เลือกใช้เวลาทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แต่เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นงานที่ยังไงผมก็ทิ้งไม่ได้
มองย้อนหลัง ถ้าไม่มีการก่อตั้งสสส. ไม่มีเงินที่จะทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ แม้ผมอาจจะยังทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ต่อไปหลังเกษียณอายุ
แต่ความที่เป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ ผมจะกลับไปเป็นแพทย์รักษาคนไข้โรคปอดที่ผมถนัดและชอบอย่างแน่นอน
ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปใหม่ ผมจะตัดสินใจทางเลือกการทำงานแบบเดิมหรือไม่
คำตอบคือ จะทำแบบเดิมอย่างแน่นอนครับ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 7 พฤษจิกายน 2569
ร่วมแสดงความคิดเห็น