วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ที่ข่วงเจดีย์ชัยชนะ อ.เมือง จ.ลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์จังหวัดลำพูน ประจำปึงบประมาณ 2567 โดยมี นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน มีนายโยธิน ประสงค์ความดี นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ประชาชน นักท่องเที่ยว สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม”โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย 1. การประดับตกแต่งเส้นถนนและจุดแลนด์มาร์คของเมือง จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่
ถนนท่านาง ระยะทาง 160 เมตร ถนนอินทยงยศ (จากแยกวัดศรีบุญเรืองจนถึงห้างแจ่มฟ้า) ระยะทาง 570 เมตร และถนนรถแก้ว ระยะทาง 270 เมตร และการประดับตกแต่งเมืองในจุดแลนด์มาร์คของเมือง จำนวน 4 จุด ได้แก่

1). “ประทีปแสงแห่งชีวี” ณ ข่วงเจดีย์ชัยชนะ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแจ่มฟ้าพลาซ่า (ถนนอินทยงยศ) มีการประดับตกแต่งด้วยซุ้มโคมแปดเหลี่ยมประดับไฟบริเวณซุ้มประตูทางเข้าช่วงเจดีย์ชัยชนะทั้งสองข้างฝั่งถนนอินทยงยศ และถนนวังซ้าย และจะมีการจุดประทีปรอบองค์เจดีย์ชัยชนะในช่วงการจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม 2). จุด “ลอยสะเปาเล่าวิถี” บริเวณด้านหน้าประตูท่านาง เป็นการประดับตกแต่งด้วยโคมแปดเหลี่ยม และสะเปา หรือเรือสำเภาตามวิถีปฏิบัติของชาวหริภุญชัยในอดีต คือการทำสะเปากาบกล้วย เพื่อลอยในประเพณียี่เป็ง เชื่อมโยงกับประตูท่านางที่ทอดลงสู่ลำน้ำแม่กวง 3). จุด “ดาราจรัสศรีรุ่งเรืองรอง” ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) มีการประดับตกแต่งโคมแปดเหลี่ยมเป็นแผงสองข้างริมรั้วศาลากลาง และโคมดาว สอดคล้องกับชื่อของจุดแลนด์มาร์ค 4). จุด “โคมแสงส่องบุญบันดาล” บริเวณประตูมหาวัน จุดนี้จะประดับตกแต่งด้วยโคมผัดขนาดใหญ่ ส่องไฟสว่างไสวและโคมล้านนารูปแบบอื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม และสัมผัสความงดงามของโคมล้านนาในจังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ ได้กำหนดระยะเวลาการประดับตกแต่งเมืองรวม 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ “เช็ค & แชร์” ที่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดแลนด์มาร์ค พร้อมเช็คอิน และแชร์ภาพกิจกรรมลงบนพื้นที่โซเชียลมีเดียของตนเอง จนครบทั้ง 4 จุด สามารถ นำมาแลกรับของที่ระลึกได้ ณ จุดประชาสัมพันธ์งานบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ลำพูน (หลังเก่า) ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 สามารถติดตามกิจกรรมนี้ได้ผ่าน FACEBOOK FANGAFE โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน 2.กิจกรรมตลาดวัฒนธรรม “แอ่วกาดแลง แยงกาดมืดเมืองหละปูน” ณ ข่วงเจดีย์ชัยชนะ (ลานจอดรถด้านหลังห้างแจ่มฟ้าพลาซ่า ถนนอินทยงยศ) เพื่อย้อนรำลึกถึง “กาดมืด” ตลาดเช้าในอดีตชาวเวียงลำพูน โดยจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธธรรม สินค้าพื้นถิ่น สินค้าร่วมสมัย อาหารพื้นเมืองและอาหารร่วมสมัยกว่า 30 ร้านค้า มีงานศิลปหัตถกรรม การแสดงดนตรีพื้นเมืองและดนตรีร่วมสมัย การสาธิตภูมิปัญญาต่างๆ รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านที่ให้ผู้คนหลากหลายวัยได้มาร่วมกิจกรรม โดยกำหนดจัดงานจำนวน 2 ครั้งๆ ละ 3 วัน ครั้งแรก จัดขึ้นในวันที่ศุกร์ 8 – วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 และครั้งที่สองจัดขึ้นในวันที่ศุกร์ 15 (วันลอยกระทง) – วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2567

ภายในงานมีกิจกรรมพิเศษ “ดับไฟ จุดประทีป” ย้อนรำลึกถึง “กาดมืด” หรือตลาดเช้าของชาวเวียงลำพูนในอดีต ที่มาจับจ่ายชื้อข้าวของในตลาดแต่เข้ามืด ณ บริเวณนีั ปัจจุบันเป็นลานจอดรถด้านหลังห้างแจ่มฟ้าพลาซ่า ตั้งแต่เวลา 18.30 น. – 19.30 น. เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศของ “กาดมืด” ในอดีต ของจังหวัดลำพูน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจให้เกิดภายในชุมชน และสร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดลำพูนมากยิ่งขึ้น

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าว่า จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี มีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การจัดงาน “โคมเล่าเรื่องเมืองลำพูน” ในปีนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และขยายพื้นที่จัดงานโคมให้กว้างขวาง กระจายในหลายจุด สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ประวัติศาสตร์และย่านชุมชนในเขตเมืองเก่าได้มากขึ้น ผ่านการเล่าเรื่อง “โคม” กับ “เมือง” ในมิติต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ถูกร้อยเรียงผ่านเรื่องราว ผู้คน สิ่งของ และเมืองอย่างผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเพื่อยกระดับให้ “เทศกาลโคมแสนดวง” เป็นเทศกาลในระดับนานาชาติ สนับสนุนให้เทศกาลโคมแสนดวงให้ได้รับการบันทึกใน Guinness World Record Challenge เส้นทางโคมที่ยาวที่สุดในโลก (2 กิโลเมตร) นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่าน Soft Power และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้วัฒนธรรมและสินค้าท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในจังหวัดลำพูน ตลอดจนเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาให้ผู้คนจากทั่วโลกได้ชื่นชม.








ร่วมแสดงความคิดเห็น