สสจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมดูแลเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ระบุสาเหตุต้องรอกองพิสูจน์หลักฐาน ชี้ชัดต้นเพลิงเกิดจากอะไร จากเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องผู้ป่วย ลูกสาวผู้เสียชีวิตถามว่าทำไมโรงพยาบาลถึงไม่มีระบบการแจ้งเตือนเมื่อเกิดไฟไหม้
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่บ้านดงสงัด หมู่ที่ 6 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ลูกๆ ญาติพี่น้องผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากไฟไหม้ห้องผู้ป่วย รพ.แม่สะเรียง ได้เตรียมจัดสถานที่เพื่อรอรับศพของ นายแปะคอย มุ่งมั่นเพชร อายุ 75 ปี กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องแยกโรค 3 ตึกสาละวิน ชั้น 5 ชั้นบนสุดของโรงพยาบาลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. และ ได้มีการนำศพผู้เสียชีวิต ไปทำการตรวจชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ จ.เชียงใหม่ โดยญาติจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านดงสงัดในช่วงเย็นของวันนี้ ซึ่งจะเป็นการสวดอภิธรรมวันแรก
นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนในเบื้องต้นกับเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องแยกโรค 3(ความดันลบ) ชั้น 5 ตึกสาละวิน ของ รพ.แม่สะเรียงว่า ในเบื้องต้นคาดว่า อาจจะเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ ส่วนระบบไฟฟ้าในห้องซึ่งเป็นแผงวงจร หรือ เกิดจากอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน ในการชี้ชัดว่าต้นเพลิงเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเมื่อวานนี้ สสจ.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางประชุมหารือ และให้กำลังใจแก่ผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลแม่สะเรียง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับฟังการดำเนินงานและการบริหารจัดการของโรงพยาบาลในภาพรวม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เน้นย้ำการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง การดำเนินงานตามกระบวนการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และการทบทวนระบบความปลอดภัยของสถานพยาบาล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้รับบริการ และบุคลากรทุกระดับ อย่างไรก็ตาม ทางทีมผู้บริหารยืนยัน ดูแลค่าใช้จ่ายในการจัดการศพให้ทั้งหมด รวมถึงติดต่อพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหากระบวนการเยียวยาอย่างเต็มความสามารถ
ด้าน นพ.บัณฑิต ดวงดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สะเรียง พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปยังบ้านของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารผู้ป่วยตึกสาละวิน ชั้น 5 เพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้บริหารได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ญาติผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพทั้งหมด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยเพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และดูแลสภาพจิตใจของญาติอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ นายเซ่งโจ่ มุ่งมั่นเพชร (เสื้อดำ) ซึ่งเป็นลูกชาย ที่นอนเฝ้าพ่อในคืนเกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่าได้ยินเสียงพ่อเรียก สะดุ้งตื่นเห็นไฟไหม้บริเวณช่วงขา จึงเข้าไปช่วยจนมือแสบร้อนไปหมดแต่ไม่สามารถดับได้ จึงวิ่งออกไปเรียกพยาบาล และตะโกนไฟไหม้ๆ พอกลับเข้ามาไฟลุกท่วมควันคลุ้งเต็มห้องไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ซึ่งตนเองก็เสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถช่วยเหลือพ่อได้ และบอกว่าตนเองพึ่งพาพ่อมาหาหมอในวันที่ 31 มกราคม และได้นอน รพ.แค่คืนเดียว เช้าตรู่วันที่ 1 ก็ถูกไฟไหม้จนเสียชีวิต
ขณะที่ นางสาวพิมพ์พร มุ่งมั่นเพชร ลูกสาวคนสุดท้อง ก็เล่าถึงเหตุการณ์จากคำบอกเล่าของพี่ชาย ซึ่งพาพ่อเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคปอดและเป็นวัณโรคทางหมอจึงให้ไปอาศัยอยู่ห้องแยกโรค ซึ่งอยู่ด้านในสุดของอาคารสาละวิน ชั้น 5 พึ่งนอน รพ.ได้เพียง 1 วัน เท่านั้น ตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสงสัยว่าทำไมโรงพยาบาลถึงไม่มีระบบการแจ้งเตือนเมื่อเกิดไฟไหม้ ในเบื้องต้น ทาง รพ.พร้อมจะดูแลค่าใช้จ่ายและเยียวยาให้กับครอบครัวตนเอง ซึ่งจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อศพของพ่อเดินทางมาถึงในช่วงเย็นของวันนี้





ร่วมแสดงความคิดเห็น