
หลังฝนตกห่าแรกของปี ในแถบดินแดนล้านนาบ้านเฮา จะมีแมลงชนิดหนึ่งที่ออกมาจากพื้นดินหลังฝนตก คนเมืองล้านนาเรียกแมลงนี้ว่า “แมงมัน”
แมงมัน เป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นมดราชินี สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ และมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Carebara castanea เป็นแมลงอยู่ในตระกูล แตน แมงมันเป็นอาหารตามฤดูกาล ที่หากินได้ยากอยู่เหมือนกัน แมงมันที่กินได้คือ แมงมันตัวเมีย มีสีแดงคล้ำ ตัวใหญ่ มีรสมันนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหาร เรียกกันทั่วไปว่า “แมงมันแม่” ส่วนแมงมันตัวผู้ มีสีเหลือง ตัวเล็กกว่าแมงมันตัวเมีย ไม่นิยมนำมารับประทานเพราะมีรสขม เรียกกันทั่วไปว่า “แมงมันปู๊” หรือ “แมงมันคา”

ชื่อภาษาอังกฤษก็มีนะ เรียกว่า subterranean ants ซึ่งเป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นมดราชินี สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ ซึ่งมดในตระกูลนี้ ยังแบ่งวรรณะกันเป็น 6 วรรณะคือ
1.วรรณะราชินี ที่เรียกว่า แมงมันแม่หรือแม่เพ้อ
2. วรรณะเจ้าหญิงทายาท ที่เรียกว่าเต้งใหญ่
3. วรรณะสวามี ที่เรียกว่าเต้งรอง
4. วรรณะมดงาน เรียกว่าแย็บ
5. วรรณะทหาร เรียกว่าแย็บใหญ่
และ 6.วรรณะสร้างรัง เรียกว่ามดแม่หมัน
1.วรรณะราชินี ที่เรียกว่า แมงมันแม่หรือแม่เพ้อ
2. วรรณะเจ้าหญิงทายาท ที่เรียกว่าเต้งใหญ่
3. วรรณะสวามี ที่เรียกว่าเต้งรอง
4. วรรณะมดงาน เรียกว่าแย็บ
5. วรรณะทหาร เรียกว่าแย็บใหญ่
และ 6.วรรณะสร้างรัง เรียกว่ามดแม่หมัน
เนื่องจากแมงมัน เป็นอาหารตามฤดูกาล ที่หาได้ไม่ง่ายนัก จึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมรับประทานทั้งไข่ และลูกแมงมันเฉพาะตัวเมีย ดังนั้นแมงมันจึงมีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 2,000 บาท ซึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นแมงมัน ไข่ของแมงมันที่อยู่ในดิน ก็ขุดขึ้นมาขาย ขายเป็นช้อนเล็ก ๆ ช้อนละ 20 บาท ทำเมนู “แมงมันจ่อม” คนทางเหนือจะรู้จักดี วิธีการทำ นำไข่แมงมันมาดองกับน้ำซาวข้าว 1-2 คืน แล้วนำมายำกับพริกแห้ง ใส่ต้นหอมผักชีโรยหน้า ส่วนแมงมันตัวผู้ไม่นิยมนำมากิน แต่จะใช้เป็นเหยื่อตกเบ็ดปลาช่อน, ปลาสลิดได้

วงจรชีวิตของแมงมันนั้น มีถิ่นที่อยู่อาศัยคือในดิน เป็นดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อดิน หรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก ดังนั้นวงจรชีวิตของแมงมัน เริ่มมาจาก แม่แมงมัน ซึ่งเป็นมดชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ สีส้มแดง เวลากัดจะคันมาก ๆ มักจะวางไข่ไว้ในโพรงใต้ดิน หลังจากแม่แมงมันวางไข่เสร็จแล้ว ไข่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะมีขนาดเล็ก และฟักออกมาเป็นแม่แมงมันตัวเล็ก ๆ และส่วนที่สอง ซึ่งเป็นไข่ขนาดใหญ่ เหมือนไข่มดแดง จะเจริญเติบโต กลายเป็นดักแด้ และเปลี่ยนเป็น “แมงมัน” ที่ตัวโตเต็มวัยและมีปีกบินได้ ซึ่งก็จะมีทั้งแมงมันแม่ (ตัวเมีย) และแมงมันปู๊ (ตัวผู้)
ในรอบ 1 ปี แมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนพฤษภาคม คือฤดูฝนเท่านั้น เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดิน ทำให้แมงมันอยู่ไม่ได้ จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน แมงมันจะไม่ย้ายรัง ถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมาแม่จะออกมาก่อน เพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรู ประมาณ 3 ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะออกมา หลังจากนั้นแมงมันตัวเมีย เมื่อโผล่ออกจากรูมาได้ ก็จะสลัดปีกออก ขุดดิน และมุดเข้าไปอยู่ในดิน เพื่อวางไข่ต่อไป แล้วจากนั้นก็จะเสียชีวิตลง ส่วนแมงมันตัวผู้นั้นก็เช่นกัน ก็จะตายตั้งแต่ตอนผสมพันธุ์เสร็จ และนี่ก็เป็นวงจรชีวิตของแมงมัน

ข้อมูลและภาพประกอบ : นที ข่าวลำพูนนิวส์
ร่วมแสดงความคิดเห็น