ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามกลุ่มชาวสวนลำไย ในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูน พบว่า ผลผลิตส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากช่วงฝนตก ลูกใหญ่ผิวบางแตก ต้องเร่งเก็บทำแบบรูดร่วงขาย ซึ่งก็จะมีปัญหาคนเก็บที่ค่อนข้างหายาก ในบางพื้นที่และค่าแรงเหมาเก็บสูง ไม่คุ้มทุน
“เมื่อชาวสวนเร่งเก็บลำไยพร้อม ๆ กัน ก็จะเจอปัญหาราคาปรับลดลง เช่น บางวัน เกรดเอเอ. 16-18 บาท, เกรดเอ 9-10 บาท, เกรดบี 5-6 บาท และเกรดซี 50 สตางค์ ถึง 1 บาท บางจุดก็ไม่รับ ต้องขนเก็บมาแจกญาติพี่น้องรับประทานกัน ดังนั้นชาวสวนลำไยส่วนหนึ่ง จึงเข้าร่วมตลาดซื้อขายออนไลน์ ผ่านกลุ่มลำไยภาคเหนือ แลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูลกัน ทำให้เกิดโอกาสซื้อขาย”

ชาวสวนลำไย ประะตูป่าเมืองลำพูน กล่าวว่า การทำลำไยตะกร้า และมัดปุ๊ก คัดเกรดหรือแม้แต่ขายตามออเดอร์เป็นกิโลนั้น จะมีรายได้ดี แต่ติดปัญหาที่คนงานหายาก และบางช่วงฝนตก ทำให้ลำไยเสียหาย ผิวเปลือกปริแตก ถ้าทำร่วงราคา ก็จะอยู่ที่ เอเอ. 16 บาท เอ 9 บาท บี 4 บาท และซี 1 บาทเท่านั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่า วันไหนคนเก็บไปขายมากราคาก็จะปรับลดลง พวกล้งมีเครือข่ายตรวจสอบผลผลิตกัน

ด้านสำนักงานพาณิชย์ จ.ลำพูน ระบุว่าคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับ จ.ลำพูน ซึ่งมี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธาน ได้ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีดำเนินการ ตามโครงการสนับสนุนจุดรวบรวมและคัดลำไยคุณภาพ เพื่อกระจายออกนอกแหล่งผลิต ปี 2563 โดยได้รับการสนับสนุนงบจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) กำหนดระยะเวลารวบรวม/รับซื้อระหว่าง ก.ค.-ก.ย. 2563 ผู้มีสิทธิ์ร่วมโครงการ อาทิ สถาบันเกษตรกร, สหกรณ์, กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น โดยกำหนดเป้าหมายไม่เกิน 300 ตัน ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการเหมาจ่าย กิโลกรัมละ 2 บาท และต้องรับซื้อผลผลิตที่ได้มาตรฐาน มาคัดแยก บรรจุกล่อง หรือตะกร้าตามคำสั่งซื้อปลายทางที่โครงการแจ้ง ในราคานำตลาด กิโลกรัมละ 1 บาท จำกัดการรับซื้อลำไยจากชาวสวนรายละไม่เกิน 1,500 กิโลกรัม

สำหรับสถานการณ์ลำไย ในฤดูกาลผลิตนี้ ภาพรวมผลผลิต ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เฉพาะลำพูนมีเนื้อที่ให้ผลิต 177,475 ไร่ ให้ผลผลิต 138,588 ตัน เฉลี่ย 781 กิโลกรัม/ไร่ เกษตรกร 32,020 ราย เก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยแล้ว 7% (9,701 ตัน)
ราคาปัจจุบันลำไยสดช่อ ตะกร้าขาว ทรงตัวเกรดเอเอ 30-32 บาท /กิโลกรัม เกรดเอ 25-28 บาท เกรดบี 20 บาท เกรดซี 10 บาท รูดร่วง กิโลกรัมละ เกรดเอเอ 17-18 บาท เกรดเอ 9-10 บาท เกรดบี 5-6 บาท และเกรดซี 0.5-1 บาท ในขณะที่ชาวสวนลำไย ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน กล่าวว่า ทุกฤดูกาล คนซื้อก็อยากได้ของดี ราคาถูก ส่วนชาวสวนก็อยากได้ราคาสูง เพราะต้นทุนทำลำไยเฉลี่ย 17-18 บาท/กิโลกรัม

ด้านวิสาหกิจชุมชนลำไย ภาคเหนือ (เพื่อส่งออก) กล่าวว่าเวลาที่ตกลงราคาหน้าสวน ถ้าไม่ผ่านคนกลาง เจ้าของสวนกับคนซื้อก็ต้องหาคนมาช่วยเก็บ ซึ่งคนงานหายาก ค่าจ้างรายวันก็ไม่ใช่ถูก 300-500 บาท ต้องเลี้ยงข้าวปลา อาหาร เครื่องดื่มอีก ทฤษฎี หลักการ ข้อแนะนำ ทำลำไย มีเพียบ ประเด็นสำคัญคือ กลไกตลาด ยังอยู่ในกำมือล้ง ที่มีเครือข่าย กลไกกำหนดราคาตลาดอยู่ ภาครัฐ หน่วยงานในพื้นที่ ทำได้เพียงควบคุม ดูแล จะไปกำหราบ สั่งการ ให้เปิดราคา รับซื้อทำไม่ไม่ได้ เป็นไปตามภาวะตลาด ถ้าช่วงผลผลิตเต็มล้ง ก็ชะลอซื้อ หรือวันไหนชาวสวนทุกแหล่งเก็บผลผลิตพร้อม ๆ กันออกมาขายตามจุดรับซื้อ ราคาก็จะปรับไป พวกล้ง พ่อค้า เช็คราคากันได้ ในขณะที่ชาวสวนอยู่ป่าซาง จะขนเข้ามาขายสารภี เพื่อเอาราคาที่สูงกว่า 1 บาท ก็ไม่คุ้มค่าน้ำมัน

“การปรับตัวของชาวสวน ด้วยการเข้ากลุ่ม ค้าขาย ผ่านออนไลน์ เป็นแนวทางตลาดที่ดี รวมถึง เก็บขายเป็นกิโล ส่งไปตามออเดอร์ บางสวน เก็บไปขายตามกาดนัด ได้ราคาสูงกว่าขนไปขายตามจุดรับซื้อด้วยซ้ำ ซึ่งวิธีการของชาวสวน ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อยู่ที่การตัดสินใจ บางราย เหมาสวน พอได้ทุน กำไรนิดหน่อยก็ปล่อย ส่วนที่ยึดเป็นอาชีพอยากได้มาก ต้องหาวิธีปล่อยของให้มีกำไร ซึ่งทางเลือกแต่ละคนไม่เหมือนกัน”
ร่วมแสดงความคิดเห็น