ครบรอบ 13 ปี “เทพศิรินทร์ถิ่นล้านนา” จาก โรงเรียนน้ำบ่อหลวงวิทยาคม เป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่

วันที่ 29 สิงหาคม 2563 ครบรอบ 13 ปี แห่งการเปลี่ยนชื่อจาก โรงเรียนน้ำบ่อหลวงวิทยาคม เป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นโรงเรียนในเครือข่ายโรงเรียนเทพศิรินทร์

โรงเรียนเทพศิรินทร์เชียงใหม่ เดิมชื่อ โรงเรียนน้ำบ่อหลวงวิทยาคม ก่อตั้งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2522 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระสุธรรมยานเถระ(ครูบาอินทจักรรักษา) อดีตเจ้าอาวาสวัดน้ำบ่อหลวง(วนาราม) ได้มอบที่ธรณีสงฆ์ของวัดน้ำบ่อหลวง(วนาราม) เป็นสถานที่สร้างโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงถือเอาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่(น้ำบ่อหลวงวิทยาคม)

ต่อมาทางโรงเรียนได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนเครือข่ายเทพศิรินทร์ ลำดับที่ 8 และเป็น 1 ใน 10 โรงเรียนเทพศิรินทร์ทั่วประเทศ และได้รับการเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนน้ำบ่อหลวงวิทยาคม ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2550 เป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบันนี้

โรงเรียนเทพศิรินทร์ ถือกำเนิดเกิดจากความรัก ความผูกพันธ์ระหว่างพระมารดา กับ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อ “เทพศิรินทร์” เป็นพระนามของพระชนนีของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานสถาปนาสร้างขึ้นวันที่ 15 มีนาคม พุทธศักราช 2428 โดยตอนแรกอาศัยศาลาการเปรียญของวัดเทพศิรินทราวาสเป็นที่เล่าเรียนศึกษา ต่อมา จึงมีการสร้างตืกเรียนหลังแรกของโรงเรียนเทพศิรินทร์ขื้น ชื่อว่า ตึกแม้นนฤมิตร ทั้งนี้ เราเหล่านักเรียนเทพศิรินทร์ยังภูมิใจกับสถาบันของตนเอง ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเคยศึกษาอยู่ นั่นก็คือ สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล หรือ รัชกาลที่ 8 ของราชวงศ์จักรีนั่นเอง

มีนักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น คุณเต๋า สมชาย เข็มกลัด, คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา), คุณชูวิทย์ กมลวิศิษย์, สมบัติ เมทนี, พลเอกชาติชาย ชุนหวัณณ์, ประวิทย์ ฟรีเบริด, ป้าง นครินทร์, เสนาลิง, โป้ง หินเหล็กไฟ, etc. ฯลฯ

ตราประจำโรงเรียน ภาพอาทิตย์อุทัยทอแสงบนพื้นน้ำทะเล หมายถึง “ภาณุรังสี” และ “วังบูรพาภิรมย์” โดย “ภาณุรังสี” นี้เป็นพระนามของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช ผู้ทรงประทานตรานี้ให้แก่โรงเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2467 พระองค์ทรงมีพระคุณอเนกอนันต์แก่โรงเรียน อาทิทรงเป็นผู้ทูลขอให้ทรงสถาปนาโรงเรียนต่อองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการสถาปนาโรงเรียนแบบถาวรและทรงถือว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนในดูแลของพระองค์ด้วย

อักษรประดิษฐ์ “ม” หมายถึง “หม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา” ชายาอันเป็นที่รักของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงหม่อมแม้น ว่าถ้าไม่มีหม่อนแม้น การกำเนิด ตึกแม้นนฤมิตร ก็คงไม่มี ดังนั้นโรงเรียนเทพศิรินทร์ก็คงไม่มี จึงเป็นความหมายที่ควรระลึกไว้ช่อดอกรำเพย หมายถึง พระนามแห่งองค์สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ทรงมีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์” พระบามราชชนีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงสร้างพระอารามและโรงเรียนเพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนี ทำเครื่องหมายดอกรำเพยไว้เพื่อให้คนรุ่นหลัง รู้ไว้ว่าพระนามเทพศิรินทร์นี้ได้มาจากพระองค์ท่าน เป็นพระนามมหามงคลยิ่งควรรักษาไว้ให้ดี

สีประจำโรงเรียน คือ “สีเขียวและสีเหลือง” เป็นสีประจำวันพฤหัสบดี ตามตำราพิชัยสงคราม (สวัสดิรักษา) ซึ่งวันพฤหัสบดีนั้นเป็นวันประสูติของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 4 อีกทั้งยังเป็นสีของใบและดอกของต้นรำเพย ซึ่งเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี คือ พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์
ดอกรำเพย จึงถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียนเทพศิรินทร์

พุทธสุภาษิตประจำโรงเรียน “น สิยา โลกวฑฺฒโน” ความหมายคือ “ไม่ควรเป็นคนรกโลก” เป็นพุทธสุภาษิตซึ่งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์องค์ที่ 5 ได้ประสาทให้แก่โรงเรียน และท่านอธิบายความหมายของพุทธสุภาษิตบทนี้ว่า “คนเราบางคน เกิดมารกโลก ทำนองเดียวกับติณชาติที่หาประโยชน์อะไรมิได้ ทำให้เสียเงินทองกำจัด และรกชัฏขวากหนาม บางอย่างเป็นศัตรูแก่โลกไม่เป็นประโยชน์ มนุษย์ที่ไม่มีเมตตากรุณา คอยแต่จะเบียดเบียนผู้อื่น จัดว่าเป็นคนรกโลก อย่าเกิดมาเลยเสียดีกว่า สู้สัตว์บางชนิดก็ไม่ได้”

ร่วมแสดงความคิดเห็น