
วันที่ 31 ส.ค. 63 รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่โลกโซเชียล ได้มีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Nick Comeback” ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ช่วงกลางดึก ซึ่งระบุว่าได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านเส้นทางแม่โจ้ แล้วถูกวัยรุ่นเป็นชาย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ประกบ แล้วมีการคุกคามด้วยวาจา โดยการถามซื้อบริการในราคา 200 บาท ซึ่งทางเจ้าตัวเห็นท่าไม่ดี ได้ปฏิเสธและขับรถหนี แต่ทางวัยรุ่นชาย 2 คน ยังขับรถตามมาแถมใช้ก้อนน้ำแข็งปาใส่ แต่โชคดีที่ขณะนั้นได้มีเพื่อนชายขับรถมาเจอเหตุการณ์และได้เข้าช่วยเหลือ ทำให้เกิดมีเรื่องชกต่อย และเพื่อนชายถูกวัยรุ่น 2 คนดังกล่าวรุมทำร้าย แถมขับรถชนจนได้รับบาดเจ็บ โดยภายหลังเกิดเหตุทางตนและเพื่อนชายที่ได้เข้ามาช่วยเหลือนั้น ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ พร้อมทั้งได้นำภาพหลักฐานป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นที่ก่อเหตุนั้นมาโพสต์ลงในโซเชียล เพื่อเตือนภัยและขอความช่วยเหลือผู้ที่มีเบาะแสติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนต่อมามีผู้พบเห็นเรื่องราวนี้ได้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำพร้อมทั้งแชร์เรื่องราวไปจำนวนมาก ตามที่ปรากฏ
ขณะที่ต่อมา ทางผู้สื่อข่าวได้เข้าติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นและได้ติดต่อไปทางหญิงสาวเจ้าของโพสต์ดังกล่าวซึ่งทราบชื่อคือ น.ส.นุ๊กนิก (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี โดยเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในคืนเกิดเหตุซึ่งเป็นคืนของวันเสาร์คาบเกี่ยวกับวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 02.00 น. ตนได้กลับจากไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในย่านแม่โจ้ โดยได้ขับรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนผู้หญิงอีกคน ขณะขับมานั้นได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามมา ซึ่งในตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดอะไร จากนั้นขับมาได้สักพักชายวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับตามมา พร้อมทั้งตะโกนว่า “200 จะไปไหม” ซึ่งตนก็ไม่สนใจและขับรถมาตามทางเรื่อย ๆ แต่ชายวัยรุ่น 2 คน ก็ยังคงขับตามมาแล้วถามคำถามเดิม ตนจึงได้พูดปฏิเสธไป แต่ทั้ง 2 คน ก็ยังคงขับตามมาแล้วพูดตอแย ซึ่งระหว่างนั้นได้มีเพื่อนชายบังเอิญขับมาเจอเหตุการณ์และได้ขับตามมาหาตน ตนจึงบอกกับเพื่อนชายว่าถูกวัยรุ่น 2 คน ขับรถตามมา แล้วถามซื้อบริการ พอเพื่อนชายของตนได้ยินดังนั้นจึงขับรถตามมา แต่ต่อมาชายวัยรุ่น 2 คนนี้ ได้ปาน้ำแข็งใส่ตน อีกทั้งยังพูดเซ้าซี้ตอแยตน ทำให้เพื่อนผู้ชายที่ขับตามมาจอดรถถามวัยรุ่นทั้ง 2 คน ก่อนจะเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและได้รุมทำร้ายเพื่อนชายของตน ก่อนที่จะขับรถออกไป และได้ไปดักอยู่ข้างหน้าทำให้ตนกับเพื่อนชายต้องจอดรถ หลังจากนั้นวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าวยังได้ขับรถมาพุ่งชนเพื่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะขับรถหนีไป โดยตอนนั้นตนก็จำได้ว่าวัยรุ่น 2 คน ที่ก่อเหตุนั้นขับรถจักรยานยนต์แกรนฟีลาโน่ พร้อมทั้งได้ทันถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้ได้ จากนั้นก็ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.แม่โจ้ หลังเกิดเหตุ
น.ส.นุ๊กนิก (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน และหากวันเกิดเหตุตนไม่ได้มากับเพื่อน หรือเพื่อนชายมาเจอก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นมากกว่านี้ได้ โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว และจะมีการนัดเจรจากันอีกที ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กวัยรุ่น และเป็นคนไทยซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น ปี 1 ของสถาบันแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามในส่วนของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนอยากฝากถึงคู่กรณีที่ก่อเหตุว่า อยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นกรณีตัวอย่าง และไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับสังคมอีก ซึ่งทางตนอาจจะไม่เอาเรื่องคู่กรณี แต่หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตนก็อาจถูกเอาเรื่องดำเนินคดีได้ ประกอบกับที่ตนทราบมาว่าทางวัยรุ่นคู่กรณีก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็ไม่น่าจะมาทำเช่นนี้ ตนจึงอยากให้ตั้งใจเรียน และอยากให้จำไว้เป็นบทเรียนต่อไป โดยตนตั้งใจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง และอยากจะตักเตือนผู้ก่อเหตุ
ขณะที่ทางด้าน นายนิว (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เพื่อนชายของผู้เสียหายที่ถูกรุมทำร้าย ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในคืนเกิดเหตุตนได้ขับรถกลับบ้านหลังจากไปเที่ยวสถานบันเทิงมาเช่นกัน โดยขับรถมาจนใกล้จะถึงทางแยกลิขิตชีวัน จากนั้นตนได้พบชายวัยรุ่นดังกล่าวขับจักรยานยนต์ซ้อนกันมา 2 คน มาถามซื้อบริการกับเพื่อนสาวของตน ซึ่งตนเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี ตนจึงได้ไปพูดคุยกับชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน โดยบอกว่าถ้าเมาก็ขับรถกลับบ้านเถอะ ซึ่งชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน ยังตอบคุยกับตนมาดี จากนั้นไม่นานทั้ง 2 คน ก็ขับรถชะลอแล้วใช้น้ำแข็งปาใส่เพื่อนผู้หญิงของตน ซึ่งตนเห็นดังนั้นก็ต้องปกป้องเพื่อนที่เป็นผู้หญิง ตนจึงจอดรถแล้วเดินเข้าไปถามกับวัยรุ่นทั้ง 2 คน จากนั้นวัยรุ่นทั้งสองก็ไม่พูดอะไรแล้วเข้ามาชกต่อยทำให้เกิดมีการทะเลาะกันขึ้น โดยวัยรุ่นทั้ง 2 คนก็ได้รุมทำร้ายตน แต่ตนก็ได้ป้องกันตัวเองและระหว่างนั้นทางเพื่อนผู้หญิงก็ได้เข้ามาช่วยห้ามปราม ก่อนที่จะมีการพูดจากันในรอบแรก ซึ่งตนคิดว่าเรื่องน่าจะจบแล้ว แต่ต่อมาวัยรุ่นทั้ง 2 คนก็ได้ขับรถนำหน้าไปแล้วไปยูเทิร์นรถอยู่อีกฝั่งทางที่จะไปแม่โจ้ จากนั้นก็ตะโกนหาเรื่องตนอีกครั้ง ตนจึงให้เพื่อนหญิงที่ตนซ้อนมาจอดรถแล้วเดินไปหาวัยรุ่นดังกล่าวอีกครั้งจนกระทั่งมีเหตุทะเลาะกันขึ้นอีก ก่อนที่วัยรุ่นดังกล่าวจะขับรถชนตนจนได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ แล้วหลบหนีไป
อย่างไรก็ตามในตอนแรกที่มีเรื่องชกต่อยกันนั้นตนก็ไม่คิดว่าจะเอาเรื่องเอาราวอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทกันเพียงเท่านั้น แต่เมื่อทางเพื่อนผู้หญิงได้นำเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโพสต์ก็มีกระแสวิจารณ์มากมาย ประกอบกับทราบมาว่า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตนจึงอยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์และอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง โดยขณะนี้ทราบว่าได้มีการติดตามตัววัยรุ่นคู่กรณีที่ก่อเหตุมาได้แล้ว ซึ่งตนก็จะไปเจรจา ส่วนจะเอาเรื่องหรือไม่นั้นตนก็มองว่าผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ซึ่งก็ไม่อยากเอาเรื่องอะไรมากนัก จึงอยากแค่ให้ไปปรับทัศนคติและอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามหน้าที่ ส่วนเรื่องค่าเสียหายก็อาจจะมีการเจรจากันอีกครั้ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น