ชุมชน (บุกรุก) ริมคลองแม่ข่า สะท้อนสังคมเหลื่อมล้ำสูงในเชียงใหม่

คณะทำงานเครือข่ายสลัม 4 ภาค (เชียงใหม่) กล่าวว่า เครือข่ายชุมชน ในแต่ละจังหวัด ซึ่งมักจะเป็นแหล่งรวมผู้คน
ที่ต้องดิ้นรน ทำมาหากิน ขาดโอกาสเข้าถึงโครงสร้าง บริการพื้นฐานของรัฐ อาจจะด้วยเงื่อนไขกฎระเบียบ, พรบ.ต่าง ๆ แต่ละแห่งได้พยายามรวมกันเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนแนวทางเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกับหลายภาคส่วน
หนึ่งในนั้นคือการผลักดันให้การแก้ปัญหา ไล่รื้อที่พักที่อยู่ หรือที่ซุกหัวนอน ตามที่ทางเขตชลประทาน,ที่รถไฟ, ที่ดินรกร้างของเอกชน หรือแม้กระทั่งที่สาธารณะประโยชน์ โดยในเชียงใหม่จะเห็นชัดเจน ตลอดรายทาง 2 ฝั่งคลองแม่ข่า แนวกำแพงเมืองโบราณเก่าแก่

ข้อมูลจากการสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศโดยมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กับภาคีหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ 87 องค์กร ช่วง เม.ย. – พ.ค. 2562 พบคนไร้บ้านอยู่กว่า 7,000 คนทั่วประเทศ (ทั้งอาศัยอยู่ในศูนย์ต่าง ๆ และอาศัยนอนตามที่สาธารณะ) ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐ ที่ผ่าน ๆ มา กลุ่มคนจนเมืองทุกแห่ง ไม่ใช่แค่ที่เชียงใหม่ จะถูกตีตราจากสังคมว่า มักบุกรุกที่ทางสาธารณะ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่ยอมรื้อถอน ร่วมโครงการกับมาตรการที่หน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ พยายามหยิบยื่น เข้าไปแก้ปัญหา ด้วยการจัดระเบียบพื้นที่

 

“รูปแบบปกติที่ดำเนินการ คือ ไล่รื้อ บังคับใช้กฎหมาย จะเห็นตัวอย่างก็ชุมชนคลองเงิน ในเขตนครเชียงใหม่พร้อม ๆ
กับการตั้งธงที่จะ รื้อสิ่งปลูกสร้าง ที่พัก ตลอด 2 ฝั่งคลองแม่ข่า ให้เป็นทางเดินเท้า เป็นแลนมาร์คใหม่ของเมือง ในการท่องเที่ยวชุมชน วิถีใหม่ ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมาแรงมาก”

 

คณะทำงานพัฒนาคลองแม่ข่า อย่างยั่งยืนกล่าวว่า ภาคประชาสังคมให้ความสนใจกับพื้นที่ ตลอดแนวคลองแม่ข่า ถูกหยิบยกเป็นโมเดลต้นแบบนำร่อง ในการวางอนาคตเมือง ไม่ให้ปัญหาเดิม ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น ความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างทางสังคมในเมืองใหญ่ ๆ

“ชุมชนริมคลองแม่ข่า 20 กว่าชุมชน มักจะถูกตั้งคำถามจากสังคมภายนอก ที่ไม่เข้าถึง ไม่เข้าใจบริบทสังคมของชุมชนริมคลองว่า ซุกตัว ทนอยู่กับคลองที่มีกลิ่นเหม็น คาวคลุ้ง มีสภาพไม่เอื้อต่อสุขอนามัยที่ปลอดภัย ปลอดโรค มิหนำซ้ำเสนอแผนมาตรการช่วยเหลือ ให้ไปอยู่ในพื้นที่รองรับก็ไม่ไปกัน จริง ๆ แล้วทุกชุมชนมีการปรับตัว ให้ความร่วมมือกับกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่อย่าลืมว่า คนนอกพื้นที่ กลุ่มที่ไม่ได้เป็นชาวบ้านดั้งเดิม เข้ามาเช่าที่อยู่ มาทำงาน ต้องมองหลาย ๆ มุมประกอบกัน ถ้าให้เลือกโอกาสได้ เชื่อว่า ทุกคนอยากมีบ้านสวย ๆ มีที่ดินอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่เลือกได้ การไล่รื้อไม่ว่าจะที่อยู่แหล่งใดในนครเชียงใหม่ ต้องหาทางออกให้กลุ่มชาวบ้าน มีที่ไป มีโอกาสในการดำรงชีพตามความเหมาะสมด้วย”

ข้อมูลจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค ระบุว่า องค์การสหประชาชาติประกาศให้ถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ของ
ทุกปี เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ต.ค. 2563 เพื่อให้สังคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัยที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษยชาติ มีประชากรโลกจำนวนไม่น้อยที่ยังมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง มีคนไร้บ้าน อยู่ในทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีรายงานขององค์กรด้านชุมชน เมื่อปี 2561 ระบุไทยมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจติดอันดับต้น ๆ ของโลก รวมถึงปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย

 

“ในการแก้ไขที่อยู่อาศัยไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปแบบการอยู่อาศัย แล้วถือว่าเป็นการช่วยแก้ปัญหา เพราะการดำรงชีพเป็น
เรื่องสำคัญ คนจนเมือง คุ้นชินกับวิถีการดิ้นรน ในเขตเมือง อาจเก็บของเก่าขาย รับจ้างเป็นแรงงานทั่ว ๆ ไป ขายของ ดังนั้นหากจะไล่รื้อชุมชนสลัมเมืองออกไปต้องคำนึงด้วยว่า กลุ่มคนเหล่านี้ จะอยู่รอด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ สังคมแบบนี้ได้อย่างไร และการรอรับความช่วยเหลือ ผ่านหน่วยงาน, ท้องถิ่น, เอ็นจีโอ หรือองค์กรต่าง ๆ ไม่อาจเป็นแนวทางที่ยั่งยืน เมื่อทุกข์ยากลำบาก อาจกดดันให้ก้าวสู่เส้นทางที่สังคมไม่ยอมรับ ทั้ง ค้าประเวณี, ลัก, จี้, ปล้น, ติดยา, ขายยา เป็นต้น”

หน่วยงานท้องถิ่น ในโครงการพัฒนาคลองแม่ข่า กล่าวว่า รูปแบบอนาคตคลองแม่ข่า ที่มีบางองค์กรนำเสนอ ทั้งรูปแบบการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย กว่า 2 พันครอบครัว การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง การจัดการที่ดินราชพัสดุ ตลอดแนวคลองแม่ข่า ใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น สุสานช้างคลาน มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย ลดชุมชน (รุกคลองแม่ข่า) จัดการ 2 ฝั่งคลอง ให้มีทางสัญจร ตลอดแนวพื้นที่นครเชียงใหม่ การแก้ทีละช่วงจะยืดเยื้อ จะส่งผลให้เกิดการหวงแหน ยึดพื้นที่รอมาตรการของรัฐ บังคับ ไล่รื้อ ขอค่าชดเชยอีก รูปแบบนำร่องพัฒนา ย่านชุมชนฟ้าใหม่ อาทิ
การใช้พื้นที่กว่า 4 ไร่ งบกว่า 200ล้านบาท พัฒนาที่อยู่อาศัย รองรับกว่า 200 ครอบครัวได้ เป็นรูปแบบที่น่าสนใจ ลงมือดำเนินการ

“โครงการแผนแม่บท พัฒนาคลองแม่ข่า มีการกำหนดระยะดำเนินการทั้งในระยะสั้น ระยะยาวไว้ ซึ่งปัจจุบัน เทศบาล
นครเชียงใหม่ มีการจัดตั้งงานรักษาดูแล และปรับภูมิทัศน์คลองแม่ข่า เป็นหน่วยงานใหม่จัดตั้งเพื่อ ดูแลรักษา เฝ้าระวัง คลองแม่ข่า ให้สะอาด สวยงาม ป้องกันการบุกรุกเพิ่ม ควบคู่กันกับการพัฒนา ด้านอื่น ๆ”

ร่วมแสดงความคิดเห็น