ท่วมซ้ำซาก แล้งยับเยิน ผลผลิตตกต่ำ วังวนชีวิตเกษตรกรเหนือ ทำให้ “ยากจน” ยั่งยืน

เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมตามฤดูกาล เริ่มจะมีความซับซ้อน ในการวางแผนแก้ไข ส่งผลให้พื้นที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบ ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย ที่สวน ไร่นา เช่นเดียวกับความแห้งแล้งและราคาผลผลิตที่ไม่คุ้มทุน จนกลายเป็นวังวนชีวิตเกษตรกร เกือบทุกภาคต้องเผชิญ แม้จะมีมาตรการบริหารจัดการน้ำในแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างพื้นที่ต่างหน่วยงานจัดการ ถ้าเขตนครเชียงใหม่ จุดที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง ก็มีเทศบาลเข้ามาจัดการ โดยสำนักชลประทานสนับสนุน อุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ ร่วมกับใช้มาตรการพร่องน้ำ รองรับฝนที่คาดว่าจะตก

“การคาดการณ์ภาวะฝน ภาวะภัยตามธรรมชาติ มีหน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบมากมาย แต่ผลสัมฤทธิ์ในเป้าหมายนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิสังคม เป็นองค์ประกอบ จะเห็นได้ว่า การเกิดน้ำท่วม มีผลจากโครงการที่ระบุเป็นการพัฒนา กระจายความเจริญเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง ปิดกั้นขวางทางน้ำตามธรรมชาติ บางโครงการพัฒนาไป รุกล้ำคูคลอง ลำธารจนกายภาพพื้นที่ผิดรูป ไม่มีที่ทางน้ำไหล ที่อยู่อาศัย ชุมชนกลายเป็นแหล่งขังน้ำรอการระบาย พื้นที่ทำเกษตร ก็เช่นกัน ถ้าระบายได้รวดเร็ว พืชผลผลิตก็ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก”

 

ทั้งนี้ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่าที่ผ่านๆมากรมอุตุนิยมวิทยา มีการแจ้งเตือนให้เตรียมรับมือลักษณะอากาศที่จะส่งผลให้มีฝนตกตามสภาวะอย่างใกล้ชิด ภาวะฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในระยะนี้และมีแนวโน้มจะตกชุกปลายเดือนกันยายนนี้ หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา หลาย ๆ แห่ง เตรียมมาตรการพร่องน้ำ และเร่งระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง บางแหล่งน้ำชาวบ้าน เกษตรกรเข้าใจให้ความร่วมมือ บางกลุ่มอาจหวั่นปัญหาน้ำไม่พอใช้ในในช่วงแล้ง 2564 ต้องทำความเข้าใจกัน

กรณีศึกษาวิจัยของ “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผอ.ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ ม.รังสิต ยืนยันว่า ผังเมืองมีส่วนสำคัญกับการป้องกันและรับมือภัยพิบัติตามธรรมชาติ ในแต่ละฤดูกาล ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ไม่อาจคาดเดาได้

“เมืองที่จะปลอดภัยจากภัยพิบัติต้องมีการวางแผนใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม ต้องมีผังเมืองที่รับการพัฒนาที่มองอนาคต ข้อมูลศึกษา แนวโน้มเมืองที่จะจมใต้น้ำระดับ 160 เมตร ทั่วโลกในช่วง 1-2 ปี (2564-2565) จะมี 30 เมือง รวมถึงกรุงเทพ ซึ่งทรุดตัวปีละ 2-3 ซม. คาดว่าไม่เกิน 20 ปี ถ้าไม่เร่งป้องกัน น้ำจะท่วมขัง นานและหนักกว่าที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับพื้นที่นครเชียงใหม่ 2 ฝั่งลำน้ำปิง เขตเมือง เดิมมีแผนของบฯ 1.8 หมื่นล้านบาท เมี่อปี พ.ศ. 2548 มาสร้างพนัง ป้องกันน้ำท่วมเขตเมืองเศรษฐกิจชั้นในปัญหาที่เกิดขึ้น จากสภาพเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาน้ำรอการระบาย และชุมชนที่มีน้ำท่วมขังจะขยายตัว ดังที่เกิดขึ้นในขณะนี้จากเขตเมือง ไปยังอำเภอรอบนอก ใกล้เคียงกันไปทุกพื้นที่ โดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นถนน ชุมชน ที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตร หากไม่เร่งศึกษา วางแผนป้องกัน ต่อไปจะกลายเป็นทุกข์ ใหญ่หลวงในทุกฤดูฝนของชาวบ้าน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น